เรื่องเล่า"หลังพุทธกาล"
สมัยก่อนหลังพุทธกาล มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง..น่าสนใจ เขาบอกว่าหญิงชาวบ้านคนหนึ่งแต่งงานกับหนุ่มต่างถิ่น แต่งงานเสร็จก็ไปอยู่บ้านฝ่ายชาย
แรกๆ ก็ไม่รู้สึกอะไร ต่อมามีลูก พอคลอดลูกออกมาเธอจึงเข้าใจว่า การคลอดลูกนี่มันเจ็บปวดแค่ไหน เจ็บปวดจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด.
พอลูกร้องอุแว้อุแว้ น้ำตาแม่ไหล แม่พึ่งเข้าใจว่า ความรักของแม่ที่มีต่อลูกมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน ในนาทีวิกฤตินั้น ถ้ามีชีวิตหนึ่งที่จะต้องสิ้น แม่ยอมตายเพื่อให้ลูกรอด แม่รักลูกสุดชีวิตจนสามารถตายแทนได้ ถ้าลูกเป็นอะไรไปแม่คงขาดใจตายไปพร้อมกับลูก..
ตอนที่ตัวเองอยู่กับพ่อแม่ไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เลย พอมีลูกแล้วถึงรู้ซึ่ง จึงบอกกับสามีว่า จะขออนุญาตเดินทางไปเยี่ยมแม่ ไปบอกให้แม่รู้ว่าลูกเข้าใจความรักที่มีต่อลูกแล้ว และจะมาตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ สามีก็อนุญาต ในขณะที่เดินทางแดดจัดอากาศร้อนมาก
เธออุ้มลูกเดินทางไกลด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อมาถึงริมธารน้ำจึงวางลูกน้อยไว้ริมตลิ่ง ตัวเองเดินลงน้ำวักน้ำลูบหน้าลูบตัว ให้เย็นสบายคลายร้อนหายเหนื่อย ทันทีที่สัมผัสความเย็นสบายด้วยสัญชาตญาณของแม่ ทันทีที่แม่มีความสุข ใจของแม่จะคิดถึงลูกขึ้นมาทันที เธอตกใจรีบหันไปมองลูก
เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอุ้มลูกของตนวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา นางตกใจแทบสิ้นสติใจหวิวเหมือนจะขาด รีบวิ่งตามทั้งที่เหนื่อยล้าสุดกำลังและร้องเรียกให้คนช่วย วิ่งไล่ตามกันเข้าไปในหมู่บ้าน ชาวบ้านได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ พากันออกมาดักหน้าหญิงคนที่อุ้มเด็กไว้ เมื่อแม่ตามมาทันก็ยื้ืีอแย่งลูกกัน.
ต่างคนต่างอ้างสิทธิ์ความเป็นแม่ บอกว่าเด็กเป็นลูกของตน ไม่มีใครยอมใคร ชาวบ้านที่มามุงดูไม่มีใครสามารถตัดสินได้ ทั้งสองคนมีเหตุผลน่าเชื่อทั้งคู่ จึงพาำมาหา มโหสถผู้คงแก่เรียนหรือที่เราเรียกว่า บัณฑิต เป็นผู้มีปัญญาล้ำเลิศ ให้ช่วยตัดสินให้
มโหสถฟังเรื่องแล้วหัวเราะ บอกว่าสบายมากเรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยาก มีวิธีหาแม่ตัวจริงได้ง่าย จึงบอกให้ชาวบ้านเอาเชือกมาสองเส้น เส้นหนึ่งมัดไว้ที่ราวนมใต้แขนเด็ก อีกเส้นหนึ่งมัดไว้ที่รอบเอวเด็ก แล้วให้ผู้หญิงสองคนที่อ้างว่าเป็นแม่เด็กถือเชือกไว้คนละข้าง
มโหสถบอกว่า เราจะนับหนึ่งถึงสามแล้วให็หญิงทั้งสองดึงเชือก ใครสามารถดึงเด็กไปทางด้านตัวเองได้ แสดงว่ารักเด็กมากมีความมุ่งมั่นที่อยากจะได้เด็กมาเป็นเจ้าของ คนนั้นคือแม่เด็ก แล้วมโหสถก็นับหนึ่งสองสาม พอสิ้นเสียงหญิงทั้งสองก็เริ่มดึงเชือก
พอเชือกตึงเด็กรู้สึกเจ็บก็ร้องไห้จ้าขึ้นมาทันที พอลูกร้องไห้แม่ตัวจริงตกใจสงสารลูกเหมือนใจจะขาด โยนเชือกทิ้งแล้วร้องไห้ ผู้หญิงอีกคนดึงเด็กเขยื้อนไปทางตัวเองได้
มโหสถจึงสั่งให้หยุด แล้วเดินไปอุ้มเด็กมาส่งให้กับ แม่ตัวจริงที่ยืนร้องไห้อยู่ โดยบอกว่า ไม่มีแม่คนไหนทนเห็นความเจ็บปวดของลูกได้ ทันทีที่ลูกร้องเธอโยนเชือกทิ้งทันที เธอเป็นแม่ที่ประเสริฐควรได้รับโอกาสให้เลี้ยงดูเด็กคนนี้ต่อไป ชาวบ้านที่มุงไม่มีใครสามารถเถียงมโหสถได้ ยืนน้ำตาซึมไปตามๆกัน.
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
ไข่ใบเล็กแต่สารอาหารแน่น ทำไมถึงเป็นอาหารใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
ปลา Pacific Stargazer นักล่าก้นทะเลที่ซ่อนตัวเก่งและปล่อยไฟฟ้าได้
มีเซ็กส์บ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่าความสัมพันธ์ยังดีอยู่?
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
เคล็ดลับเก็บฝากระติกน้ำพลาสติก ไม่ต้องวางหงายหรือคว่ำให้เปื้อนฝุ่น
ทำไมเราไม่สามารถเกษียณด้วยบิตคอยน์ แต่อสังหาฯ ทำได้?
“กินคาวไม่กินหวาน” ทำไมถึงถูกมองว่า “สันดานไพร่”
กินมานานอาจยังสงสัย “อะโวคาโด” จริง ๆ แล้วเป็นผักหรือผลไม้?
ไข่ใบเล็กแต่สารอาหารแน่น ทำไมถึงเป็นอาหารใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
ปลา Pacific Stargazer นักล่าก้นทะเลที่ซ่อนตัวเก่งและปล่อยไฟฟ้าได้
เคล็ดลับเก็บฝากระติกน้ำพลาสติก ไม่ต้องวางหงายหรือคว่ำให้เปื้อนฝุ่น
มีเซ็กส์บ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่าความสัมพันธ์ยังดีอยู่?
ซุปผักลาวเมนูที่แสนอร่อย
ทำไมเราไม่สามารถเกษียณด้วยบิตคอยน์ แต่อสังหาฯ ทำได้?

