หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เกย์ครองโลก

โพสท์โดย

 

 

นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ นักวิชาการจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ศึกษาข้อมูลพบว่า ‘กะเทย’ เป็นเพศคู่บ้านคู่เมืองของไทยและสังคมตะวันออกมาแต่ครั้งอดีต สังคมรับรู้การมีอยู่ของ ‘เพศที่สาม’ ขณะที่ ‘เกย์’ ซึ่งมีรากฐานและพัฒนาการต่อเนื่องในสังคมตะวันตก เพิ่งปรากฏต่อการรับรู้ของสังคมไทยในช่วงไม่เกิน 20 ปีที่ผ่านมา


“สังคมไทยรู้จักกะเทยมานาน ในอดีตพื้นที่ของกะเทยคือวัด งานเทศกาลสำคัญต่างๆ ที่กะเทยสามารถแสดงความเป็นหญิง” สิ่งที่บ้านเราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่อดีตก็คืออากัปกิริยากระตุ้งกระติ้ง การแต่งเนื้อแต่งตัวที่แสดงออกชัดเจนว่าค่อนไปทางจะเป็นผู้หญิง

 

 

 

ส่วน ‘เกย์’ ที่หากจะเจาะจงลงไปว่าหมายถึงกลุ่มชายรักชาย ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับการแสดงออกถึงความเป็นหญิงอย่างกลุ่มกะเทย แม้จะมีอยู่แต่ก็แฝงตัวในหมู่ประชากรชายสามัญ เพราะไม่สามารถแสดงตัวในท่ามกลางสังคมที่มีแค่ ผู้หญิง ผู้ชาย และอนุญาตให้กะเทยเป็นเพศที่สาม

 



เกย์ปรากฏตัวขึ้นหลังจากมีโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ ได้แก่สินค้าและบริการหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ ผับ บาร์ สปาเกย์ สถานที่เหล่านี้ค่อยๆ ถือกำเนิดและลุกลามกลายเป็นแหล่งรวมตัวของชาวเกย์ที่กระจายตามจุดต่างๆ บทบาทคือการเป็นจุดนัดพบเพื่อการอวดหน้าตาและเรือนร่าง ก่อนจะนำไปสู่ระดับความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับสื่อหลากชนิด โดยเฉพาะยุคอินเตอร์เน็ต ที่ประสิทธิภาพในการส่งถ่ายข้อมูลข่าวสารยิ่งสูงขึ้นทั้งในเชิงคุณภาพและ ปริมาณ

 

 


คำสำคัญที่กำหนดตัวตนของเกย์ รวมไปถึงการรับรู้ของสังคมในยุคแรกๆ (จนถึงทุกวันนี้) คือ ‘เกย์คิง’ และ ‘เกย์ควีน’ ซึ่ง เป็นการแบ่งแยกจากลักษณะกิริยาอาการ รวมไปถึงบทบาทในการมีเพศสัมพันธ์ อันน่าจะเป็นที่มาของ ‘อีแอบ’ คือแอบเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆ แต่ก็ไม่สาวแตกเป็นตุ๊ดออกมาให้เห็นกันจะๆ เหมือนกลุ่มกะเทยแท้อย่างที่สังคมไทยคุ้นชิน

 

 

 

“คิง-ควีน เป็นคำที่เชยไปแล้ว สมัยนี้เราใช้คำว่า ‘รุก-รับ’ หรือ ‘passive-active’ แล้วก็ยังมี both มี bi มีอีกหลายอย่าง”

 

 


“เกย์สมัย นี้ไม่ได้แบ่งตรงที่ใครแมนใครสาว แล้วจะเป็นตัวมากำหนดบทบาทว่าใครเป็นอะไรบนเตียง มันวาไรตี้มากขึ้น บางคนดูสาวแต่เขาแอ็คทีฟ ขณะที่บางคนแมนล่ำกล้ามบึ่กแต่กลับเป็นฝ่ายรับ”

 

 

โดยยอมรับร่วมกันก่อนว่าการ ‘หาคู่’ ของเกย์มี วิถีทางที่อาจจะแตกต่าง (หรือไม่แตกต่างในบางกรณี) จากความสัมพันธ์ชาย-หญิง การเจอคนถูกใจในสถานที่ซึ่งเป็นเสมือนแหล่งนัดพบ สปา บาร์ ผับ ฯลฯ เพื่อจะสานสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (แต่อาจไม่ยั่งยืน) จึงถือเป็นเรื่องธรรมดา

 

“ความซับซ้อนดูไม่ออกแบบนี้ บางทีก็มีปัญหาเหมือนกันนะ อย่างบางทีพอ pick up ไปแล้ว อ้าว passive ทั้งคู่ ทำให้ต้องมีการปรับตัว คือ ฉันก็ไม่ปลื้มนักหรอกนะ แต่ก็ active ได้ ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้ว” ตั๊ก เล่าแบบตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่คนทั่วไปอาจมองเป็นความ วุ่นวายสับสนถึงขีดสุด ขณะที่เกย์ยุคก่อนหน้าอาจจะบอกว่า “ก็แบ่งเป็นคิงกับควีนซะยังจะง่ายกว่า”

 


ในท่ามกลางความอึมครึม ไม่ดำไม่ขาว ไม่ชายไม่หญิง ไม่คิงไม่ควีน ของเกย์รุ่นล่าสุด ‘นฤพนธ์’ นักวิจัยจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ค้นพบว่ามีการให้คุณค่ามากกว่ากับ ‘ความเป็นชาย’

 

“เกย์จะดูถูกกะเทย ถ้ากะเทยไปเที่ยวบาร์เกย์จะต้องแต่งชาย” นฤพนธ์ ชี้ว่าวัฒนธรรมเกย์ที่ แพร่ระบาดมากับสื่อ มีการสร้าง ‘ภาพลักษณ์’ ความเป็นชายที่กลายเป็น ‘สูตรสำเร็จ’ โดยล่าสุด เน้นการนำเสนอภาพของผู้ชายที่ดูอบอุ่น รักสุขภาพ นิยมการออกกำลังกาย ดูแลตัวเองให้อ่อนเยาว์ อ่อนไหว และชอบสังคม ล้วนเป็น ‘เปลือก’ ที่ถูกปลูกฝังให้กลายเป็นคุณค่าและสิ่งที่พึงปรารถนา ลองนึกง่ายๆ เราแทบไม่เคยเห็นภาพกะเทยแตกสาวปรากฏตามโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือนิตยสารเล่มใด ยกเว้นจะเอามาใช้ให้ดูขำๆ ขณะที่ภาพชายหนุ่มแบบที่บรรยายมามีให้เห็นอย่างดาษดื่น

สิ่งที่ติดตามมาคือสถานการณ์ ‘กะเทย’ ปรับตัวเป็น ‘เกย์สาว’ เก๊กแมนเพื่อให้ตัวเองได้มีที่ทางในสังคมมากขึ้น ทั้งในแง่การยอมรับจากกลุ่มเกย์ โอกาสการมีคู่ รวมทั้งมีผลดีในแง่ของสถานภาพทางสังคม เพราะการเป็นเกย์ที่ ดูแล้วใกล้เคียงกับผู้ชายธรรมดา ย่อมจะถูกกีดกันตั้งแง่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับกะเทยเต็มสาว ส่วนอาการ ‘ตุ๊ดแตก’ ก็เก็บไว้ไปปล่อยเต็มที่เวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทถือเป็นการกระชับมิตรไป ในตัว

 

 

“เกย์จะ fall in love กับเกย์ด้วย กัน โดยจะไม่ไปเป็นแฟนกับกะเทย”

“สังคมเพิ่งรับรู้และยอมรับเกย์ได้ไม่นาน ก็ต้องมาเปลี่ยนมุมมองกันอีกแล้ว”

 

 

 



การยอมรับเรื่อง “เกย์” สะท้อนถึงความมีวุฒิภาวะของสังคม

 

ถึงขนาดว่า Gay Index ถูกจัดเป็นดัชนีสำหรับชี้วัดลำดับความเข้มแข็งของ Creative Economy ในประเทศนั้น

ยิ่งกว่านั้น ยังมีงานวิจัยที่ชี้วัดว่า “ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำนั้น ธุรกิจที่มีลูกค้าเป็นเกย์นั้น จะสามารถอยู่รอดได้ เพราะเกย์มักจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”


น่าสนใจว่า ทำไม “เกย์” จึงดูจะมีความสามารถมากกว่าเพศชายและหญิงโดยปกติ


ใช่หรือไม่ว่า “เกย์” สามารถคิดได้ทั้งแบบชายและหญิงจึงมีสมรรถภาพในการทำงานได้เหนือกว่าคนอื่น โดยเฉพาะในด้านการออกแบบสร้างสรรค์

 

 




อนาคต วิวัฒนาการล่าสุดคู่เกย์อาจสามารถมีลูกได้ด้วยเชื้อของตัวเอง


“ศ.ชินยะ ยามานากะ” (Shinya Yamanaka) มหาวิทยาลัยเกียวโต ญี่ปุ่น ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรศาสตร์หรือการแพทย์ปี 2012 ที่สามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดจากเซลล์ผู้ใหญ่
กล่าวถึงกรณีนี้ว่า อาจจะมีการนำเซลล์ iPS ไปสร้างเป็นเซลล์สืบพันธุ์ ไข่ และสเปิร์มอาจพัฒนามาจากเซลล์ iPS และนำไปใช้ปฏิสนธินอกมดลูก อย่างการสร้่างเด็กหลอดแก้ว ซึ่งเซลล์สืบพันธุ์จากเซลล์ iPS นั้น อาจกลายเป็นที่ต้องการในการรักษาภาวะการมีบุตรยาก และอาจนำไปสู่การสร้างผู้สืบสายเลือดให้กับคู่ชายรักร่วมเพศ ด้วยการนำเซลล์ผู้ชายมาสร้างเป็นเซลล์ไข่

 

 

เรื่องจริงของเกย์กับผู้ชาย (อันนี้จากบอร์ดเด็กดี)

1. จริงๆแล้ว เกย์ไม่ยุ่งกับผู้ชายแท้ๆหรอก ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหนก็เถอะ อาจจะมีอารมณ์ว่าแอบปลื้ม แต่ก็ไม่คิดจะเอาทำพันธุ์ แค่เก็บไว้จิ้นก็พอแล้ว 

2. เกย์ไม่ได้คิดจะเอาผู้ชายทุกคน กรุณาสำรวจหน้าตาตัวเองก่อน ว่าหนังหน้าสมควรจะให้ตัวเองคิดอย่างงั้นได้รึเปล่า 

3. เกย์ที่ชอบวุ่นวายกับชายแท้ๆ มันก็มีอยู่จริงๆนั่นแหละ แต่ถ้าหน้าตาไม่ดีจริงๆ ก็ไม่ยุ่งหรอก 

4. เกย์ดีๆก็มี เกย์ชั่วๆก็มี ถ้าคุณโชคร้ายไปเจอเกย์เลวๆ ก็อย่าเหมาว่าเกย์ทั้งหมดจะเลวตาม 

5. จากข้อที่ 4. ผู้ชายดีๆเนี่ย หายากกว่าอีกนะ 

6. ชายแท้ที่ชอบพูดว่า เกย์เป็นความวิปริตทางธรรมชาติ .... แล้วผู้ชายที่มันเอากับหมา ทำอะไรกับวัว แล้วผู้หญิงมีอะไรกับสัตว์ ร่วมประเวณีกับเด็ก ... อันนี้เรียกว่าอะไร 

7. เชื่อเถอะ ว่าผู้ชายแท้ๆ กว่า 50% เคยอยากลองมีอะไรกับผู้ชายด้วยกันแต่ไม่กล้าทั้งนั้น 

8. เกย์อยู่ในทุกสายอาชีพ ตำรวจ ทหาร นักการเมือง และเค้าสามารถทำงานในสายของเค้าได้โดยไม่เสียระบบปกครอง เพราะเค้ารู้จักคิด ดังนั้น วัดคนให้ดูที่ผลงาน ไม่ใช่ดูว่าเค้ามีรสนิยมอย่างไร 

9. ผู้ชาย ไม่ใช่ผู้สร้างโลก ดังนั้นอย่าคิดว่าตัวเองถูกไปซะหมด 

10. มนุษย์เป็นแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ในโลกนี้ไม่มีอะไรผิดธรรมชาติหรอก ทุกอย่างธรรมชาติล้วนเป็นผู้วางระบบมาแล้ว 

11. ชายแท้ชอบพูดว่าเสียดายของ ทั้งๆที่คนที่พูด บางคนไม่มีโอกาสได้ใช้ด้วยซ้ำ (เพราะหน้าง่อยจนไม่มีใครเอา) 

12. ชายแท้ชอบเหมารวมว่าเกย์และกะเทยเป็นแบบเดียวกันซะหมด ... ดังนั้นเราก็สามารถเหมารวมได้ว่า ผู้ชายเจ้าชู้เอาไม่เลือก กับผู้ชายทั่วๆไป มันก็เหมือนๆกัน 

13. เกย์ก็เอาผู้หญิงได้ แค่ไม่คิดจะเอาแค่นั้นแหละ 

14. ธรรมชาติไม่ได้กำหนดว่า เพศผู้ทุกตัวต้องทำการแพร่พันธุ์กับเพศเมีย โดยปรกติแล้ว เพศเมียจะเป็นผู้เลือกคู่ตามธรรมชาติ (ดูสารคดีชีวิตสัตว์กันบ้างนะ)

15. น่าตลกที่มีคนคิดว่าการเป็นเกย์เป็นโรคชนิดหนึ่ง และรักษาให้หายได้ ... ถ้ารักษาได้ ... ในโลกนี้ก็คงรักษาอาชญากรให้กลายเป็นดนดีได้ โลกนี้คงสงบสุข 

16. การทำท่ารังเกียจเกย์ ไม่ได้ทำให้ดูแมนขึ้น หรือมีความเป็นชายมากขึ้น 

17. จากข้อ 16. มันไม่ได้ทำให้ผู้หญิงชื่นชมอีกด้วย

CR : dek-d.com







คุณรู้หรือไม่ว่า ?

"เกย์" โดยเฉลี่ยหน้าตาดีกว่าผู้ชายแท้ๆถึง80เท่า
"เกย์" มีความละเอียดอ่อนและแม่นยำมากกว่าชายหญิงแท้
"เกย์" มีความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ
"เกย์" สามารถมีกิจกรรมทางเพศหลากหลายมากกว่าคุณชายแท้ๆที่อ้างว่าเก่ง
"เกย์" มีท่วงท่าลีลาเซ็กส์ที่เร้าใจและเก่งกว่าชายแท้ๆ
"เกย์" โดยเฉลี่ยหุ่นจะดีกว่าชายแท้ๆ
"เกย์" โดยเฉลี่ยผิวพรรณดีกว่าผู้หญิง
"เกย์" จะคบได้สนิทใจมากกว่าเพื่อนหญิงแท้ๆซะอีก
"เกย์" เข้าหาสังคมได้เก่งมากๆ
"เกย์" หาเงินเก่งมากที่สุด มากกว่าชายหญิงแท้ซะอีก
"เกย์" แรงและพละกำลังเยอะกว่าผู้ชายแท้ๆบางคนซะด้วยซ้ำ

"เกย์" มีพรสวรรค์ในการพูดคุยเจรจาสื่อสารต่างๆและเก่งภาษาดีมาก
"เกย์" มีความมุ่งมั่นตั้งใจและพัฒนาตัวเองมาก
"เกย์" เป็นผู้นำทางด้านความสุขกับการให้คนได้จิ้น(วาย)
"เกย์" มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และมีดีกว่าที่คุณคิดเยอะมาก


 

ดังนั้น ถ้าเกย์ได้สิทธิเต็มที่และสังคมยอมรับ100% เกย์จะสร้างสรรค์โลกให้ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน

http://www.siamintelligence.com/gay-is-great/

https://board.postjung.com/631471.html

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
นางฟ้า ลดโลกร้อน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 33,149 ครั้ง
โพสท์โดย นางฟ้า ลดโลกร้อน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
238 VOTES (4.1/5 จาก 58 คน)
VOTED: อนลๆ, มิ้นส์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เห็ด 5 ชนิดหน้าตาแปลก เหมือนหลุดจากหนังไซไฟทำไมกระจกมองข้างซ้าย–ขวาของรถ ถึงให้ภาพไม่เหมือนกัน?AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 25693 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุดทำไมสายชาร์จโทรศัพท์ถึงพังง่าย อธิบายสาเหตุที่ทำให้สายเสียบ่อย10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้3 เมนูอาหารไทยยอดฮิต ที่ชาวอเมริกันมักสั่งซ้ำ5 สัตว์ป่าไทยหายาก ที่อาจหายไปจากธรรมชาติหากไม่ช่วยกันปกป้องเชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?5 สัตว์ป่าไทยที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติ6 หนังตลกระดับตำนาน ที่ผ่านมากี่ปีคนก็ยังหัวเราะได้เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมกระจกมองข้างซ้าย–ขวาของรถ ถึงให้ภาพไม่เหมือนกัน?เห็ด 5 ชนิดหน้าตาแปลก เหมือนหลุดจากหนังไซไฟทำไมสายชาร์จโทรศัพท์ถึงพังง่าย อธิบายสาเหตุที่ทำให้สายเสียบ่อย5 สัตว์ป่าไทยที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติเลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวันปลาที่เดินบนบกได้ อยู่ได้นานกว่าปลาทั่วไป เพราะอะไร?
ตั้งกระทู้ใหม่