หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สารพัดโรคที่สิงห์อมควันต้องเผชิญ

โพสท์โดย moses

 

 

          ในแต่ละปี คนไทยเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ปีละ 52,000 คน วันละ 142 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน ขณะที่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิต ด้วยโรคอันเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ปีละ 5,000,000 คน หรือวันละ 13,000 คน ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกได้คำนวณไว้ว่า ในอีกประมาณ 25 ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคที่มาจากการสูบบุหรี่สูงขึ้นเป็นปีละ 10 ล้านคน นับเป็นวันละ 27,000 คน หรือนาทีละ 20 คน และโรคที่เราจะกล่าวถึงกันในวันนี้จะเป็นโรคร้ายที่สิงห์อมควันอาจต้องพบปะ

 

โรคถุงลมโป่งพอง

 

          โรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคที่เนื้อปอดค่อย ๆ เสื่อมสมรรถภาพจากการได้รับควันบุหรี่ ตามปกติแล้วพื้นที่ในปอดจะมีถุงลมเล็ก ๆ กระจายอยู่เต็มทั่วปอด เพื่อทำหน้าที่รับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย สารไนโตรเจนไดออกไซด์ในควันบุหรี่จะทำลายเนื้อเยื่อในปอดและถุงลมให้ฉีกขาดทีละน้อย จนรวมกันกลายเป็นถุงลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เกิดโรคถุงลมโป่งพอง 

 

          สำหรับโรคถุงลมโป่งพองในระยะท้าย ๆ ของโรคจะทำให้ผู้ป่วยทรมานมาก เนื่องจากจะรู้สึกเหนื่อยจนไม่สามารถทำอะไรได้ จากรายงานการศึกษาพบว่า ร้อยละ 70 ของผู้ป่วยที่อาการอยู่ในระยะสุดท้ายจะตายภายใน 10 ปี โดยมีอาการเหนื่อยหอบตลอดเวลาจนกว่าจะเสียชีวิต

 

 โรคหลอดเลือดหัวใจ

 

          การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจที่สามารถป้องกันได้ เมื่อเทียบกับสาเหตุของโรคหัวใจอื่น ๆ เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ซึ่งล้วนเกิดจากกรรมพันธุ์ และการกินดีอยู่ดีเกินไปตามกระแสสังคม ขณะนี้โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ใน 3 อันดับแรกของคนไทย

 

          โดยส่วนใหญ่ การสูบบุหรี่ถือเป็นสาเหตุที่สำคัญของการเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบ เพราะสารพิษในควันบุหรี่ ได้แก่ นิโคติน ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ และสารก่ออนุมูลอิสระ เป็นตัวการทำให้เกิดโรคหัวใจ โดยการสูบบุหรี่จะทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือด และเกิดก้อนเลือดในหลอดเลือดหัวใจ รูหลอดเลือดหัวใจจึงตีบลง ทำให้เลือดผ่านได้น้อยจนเป็นอุปสรรคต่อการนำเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ และเกิดภาวะหัวใจหลอดเลือดตีบตัน จนหัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ ทำให้เกิดอาการจุกเสียด เจ็บหน้าอก จนถึงขั้นทำให้หัวใจวาย หรือเสียชีวิตเฉียบพลัน

 

 โรคมะเร็งปอด

 

          การเกิดโรคมะเร็งปอดระยะแรกจะไม่มีอาการ เมื่อมีอาการแสดงว่าโรคเป็นมากแล้ว โดยอาการที่พบคือ ไอเรื้อรัง ไอเสมหะมีเลือดปน น้ำหนักลด อ่อนเพลีย มีไข้เล็กน้อย เจ็บหน้าอก ซึ่งเป็นอาการร่วมของโรคต่าง ๆ ได้หลายชนิด จึงมักทำให้ผู้ป่วยมาหาแพทย์ช้าและการวินิจฉัยโรคล่าช้า 

 

          สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งปอดในระยะที่เป็นมากแล้วจะมีอาการไอเป็นเลือด น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ปวดกระดูกซี่โครงและไหปลาร้า หรือสะบัก อาจมีอาการหอบเหนื่อย บวมบริเวณหน้า คอ แขน และอกส่วนบน กลืนอาหารลำบาก ไม่สามารถกลั้นอุจจาระและปัสสาวะได้ โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้หลังจากเริ่มมีอาการประมาณ 6 เดือน หรือร้อยละ 80 จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี และแม้ว่าจะให้การรักษาอย่างดี ก็จะมีอัตราการรอดชีวิตเพียงร้อยละ 2–5 เท่านั้น 

 

          ร้อยละ 90 ของโรคมะเร็งปอด มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เป็นมะเร็งปอดนั้นมีประมาณร้อยละ 30 เป็นผลจากการที่ได้รับควันบุหรี่ที่ผู้อื่นสูบ

 

สารพิษในควันบุหรี่

 

          ในบุหรี่ 1 มวนประกอบด้วย ใบยาสูบ กระดาษที่ใช้มวน และสารเคมีหลายร้อยชนิดที่ใช้ในการปรุงแต่งกลิ่นและรส ถ้าเกิดการเผาไหม้จะทำให้มีสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิด สารหลายร้อยชนิดมีผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย และสาร 60 ชนิด เป็นสารก่อมะเร็ง สารพิษที่สำคัญได้แก่

 

           นิโคติน มีลักษณะคล้ายน้ำมันไม่มีสี เป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติดและทำให้เกิดโรคหัวใจ

 

           ทาร์ ประกอบด้วยสารหลายชนิด เป็นละอองเหลวเหนียว สีน้ำตาลคล้ายน้ำมันดิน สารก่อมะเร็งส่วนใหญ่จะอยู่ในสารทาร์นี้ 

 

           คาร์บอนมอนนอกไซด์ เป็นก๊าซชนิดเดียวที่พ่นออกจากท่อไอเสียรถยนต์ ก๊าซนี้จะขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง ทำให้ผู้สูบบุหรี่ได้รับออกซิเจนน้อยลง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ถึง 15 หัวใจต้องเต้นเร็วขึ้นและทำงานมากขึ้น ทำให้หัวใจวายได้ 

 

          การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคต่าง ๆ ถึง 25 โรค และทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร การเลิกสูบบุหรี่จะทำให้สุขภาพดีขึ้น และลดอัตราการเสียชีวิตของผู้สูบบุหรี่ลงได้ โดยมีรายงานว่า ผู้สูบบุหรี่ที่เลิกสูบบุหรี่ก่อนอายุ 30 ปี จะลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดได้เกือบทั้งหมด ในขณะที่ถ้าเลิกสูบบุหรี่ก่อนอายุ 50 ปี จะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้ครึ่งหนึ่ง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,997 ครั้ง
โพสท์โดย moses
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?7 เรื่องเงินที่โรงเรียนไม่เคยสอน แต่ควรรู้ก่อนอายุ 25MOSE กำแพงล่องหนใต้ทะเล ที่ช่วยปกป้องเวนิสจากน้ำท่วมผักสวนครัว 10 ชนิด ปลูกติดบ้านไว้ ใช้กินได้บ่อย ประหยัดได้ทุกวัน3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุดAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ตดบ่อย ตดเหม็น ท้องอืด แบบไหนอาจบอกสุขภาพลำไส้"ปันปัน สุทัตตา" อวดชุดชงชาในตำนาน..ออร่าพุ่งกระจาย ทำเอาหลายคนหลุดโฟกัสเกาะอาโอชิมะ เกาะแมวในญี่ปุ่นที่มีแมวมากกว่าคน7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี5 สัตว์ป่าไทยหายาก ที่อาจหายไปจากธรรมชาติหากไม่ช่วยกันปกป้อง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
MOSE กำแพงล่องหนใต้ทะเล ที่ช่วยปกป้องเวนิสจากน้ำท่วม"ปันปัน สุทัตตา" อวดชุดชงชาในตำนาน..ออร่าพุ่งกระจาย ทำเอาหลายคนหลุดโฟกัส7 เรื่องเงินที่โรงเรียนไม่เคยสอน แต่ควรรู้ก่อนอายุ 25ผักสวนครัว 10 ชนิด ปลูกติดบ้านไว้ ใช้กินได้บ่อย ประหยัดได้ทุกวันมีเงิน 1 ล้านบาท ใช้ได้นานจริงแค่ไหน? ตัวเลขอาจสั้นกว่าที่คิดพ.ร.ก.กู้ยืมเงินคืออะไร ทำไมรัฐบาลต้องออกกฎหมายแบบนี้
ตั้งกระทู้ใหม่