เรื่องเล่าสยอง จากทั่วโลก
Killer in the Backseat : ฆาตกรที่เบาะหลัง
Killer in the Backseat (หรือรู้จักกันในอีกชื่อว่า High Beams) เป็น urban legend ที่รู้จักกันดีในอเมริกาและอังกฤษ ปรากฏครั้งแรกในปี 1967 เป็นเรื่องเล่าที่นิยมกันมากในยุคนั้นและแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วผ่านปากต่อปาก
เป็นเรื่องราวของหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังขับรถกลับบ้านในยามดึกสงัดเพราะเผลอก๊งกับเพื่อนสาวดึกไปหน่อย แต่กลับถูกไล่ตามอย่างประชิดโดยรถลึกลับ คนขับเปิด-ปิดไฟสูงถี่ๆและคอยจี้ก้นรถเธอไม่ห่าง บางคราวถึงกับกระแทกชนท้ายรถเธอ
เมื่อเธอมองผ่านกระจกหลัง ก็ได้ยินเสียงชายลึกลับตะโกนและทำมือทำไม้เป็นสัญญานมือบางอย่าง ทำให้เธอตื่นตระหนกจนแทบประสาทเสีย
รถคันนั้นตามจี้เธอไปติดๆจนกระทั่งเธอขับกลับมาถึงบ้านอย่างทุลักทุเล พอจอดรถได้เธอก็รีบเผ่นแผล็วเข้าบ้านโดยพลันด้วยใจระทึก เมื่อพยายามจะโทรแจ้งตำรวจก็ได้ยินเสียงคนขับรถคันนั้นตะโกนว่า"ล็อคประตูบ้านแล้วโทรเรียกตำรวจซะ!" ทำให้เธอรู้สึกงุนงงไม่น้อย
แต่เมื่อตำรวจมาถึง เธอก็ได้รู้ความจริงอันน่าสะพรึงว่าที่แท้คนขับรถลึกลับคันนั้นพยายามจะเตือนเธอว่ามีฆาตกร(นักข่มขืน หรือคนไข้โรคจิตที่หนีออกมา แตกต่างกันไปแล้วแต่เวอร์ชั่น)แอบซ่อนอยู่ที่เบาะหลังของรถ และทุกครั้งที่มันพยายามจะลุกขึ้นจากที่ซ่อนเพื่อทำร้ายเธอด้วยอาวุธในมือ(ส่วนใหญ่ที่เล่ากันดูเหมือนจะเป็นของมีคม) เขาก็จะขับรถประชิดมากระแทกท้ายรถเพื่อให้มันเสียจังหวะ
ในบางเวอร์ชั่น เริ่มแรกหญิงสาวจะหยุดรถที่ปั๊มเพราะน้ำมันใกล้หมด และคนดูแลปั๊มที่ดูท่าทางมีพิรุธจะพยายามคะยั้นคะยอขอให้เธอเข้าไปคุยกันในอาคารเพราะมีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับบัตรเครดิต แต่เธอปฏิเสธเพราะเขาดูไม่น่าไว้ใจ และขับรถหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชายคนนั้นจะขับรถตามไล่จี้ไปอย่างกระชั้นชิด(เพราะเขาเห็นว่ามีคนซ่อนอยู่ที่เบาะและพยายามจะบอกเธอ)
เรื่องราวนี้มักจะถูกถ่ายทอดกันแบบปากต่อปาก ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มาเตือนหญิงสาวมักจะเป็นคนตัดไม้ สิงห์รถบรรทุก หรือคนที่ดูท่าทางไม่น่าไว้ใจ แต่แท้ที่จริงแล้วคนที่ดูน่ากลัวนั่นเองคือผู้ที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
เครดิต : http://chaosblade.exteen.com/20090825/killer-in-the-backseat
เป็นคนก็เลียได้
- ตัวอย่างแรก
เด็กสาวชื่อลิซ่าถูกทิ้งไว้ตามลำพังเนื่องจากพ่อแม่ของเธอต้องทำงานดึก พ่อแม่ของเธอจึงซื้อหมาให้มาอยู่เป็นเพื่อน คืนหนึ่งลิซ่าตื่นขึ้นมาเพราะเสียงน้ำหยด เธอตื่นขึ้นและเข้าไปในห้องครัวเพื่อปิดก๊อกน้ำให้เรียบร้อย ขณะที่เธอกลับไปที่เตียงเธอก็ยื่นมือไปใต้เตียงและหมาก็เลียมือเธอตอบ แต่เสียงน้ำยังคงหยดอยู่ดังนั้นเธอจึงไปที่ห้องน้ำและปิดก๊อกให้เรียบร้อย เธอกลับไปยังเตียงนอนแล้วยื่นมือให้หมาเลียมืออีกครั้ง แต่เสียงน้ำหยดก็ยังอยู่ ดังนั้นเธอจึงออกไปข้างนอกและปิดก๊อกน้ำข้างนอก ติ๋ง ติ๋ง ติ๋ง ตอนนี้เธอได้ยินเสียงและรู้ว่าเสียงน้ำหยดนั้นมาจากตู้เสื้อผ้าของเธอ เธอเปิดประตูตู้ออกมาและพบว่าหมาของเธอถูกแขวนอยู่ คอของมันถูกเชือด และมีตัวอักษรถูกเขียนอยู่ด้านในตู้เขียนว่า “มนุษย์ก็เลียได้เหมือนกัน!!!”
- ตัวอย่างที่สอง
มีหญิงชรานิสัยดีที่รักหมาของเธอมาก วันหนึ่งหญิงชราได้ยินข่าวจากวิทยุว่ามีฆาตกรบ้าคลั่งหนีออกมาจากคุกและบอกให้ทุกคนล็อกประตูและหน้าต่าง เธอจึงล็อกประตูและหน้าต่างในบ้านทุกบานยกเว้นบานเล็กบานหนึ่งเพื่อให้อากาศเข้า เธอคิดว่าฆาตกรไม่สามารถเข้าทางนั้นได้ ในคืนนั้นเมื่อเธอไปที่เตียงตามปกติ เธอก็รู้ว่าทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไรเพราะเธอยื่นมือให้หมาเลียอยู่ แต่หลังจากนั้นกลางดึกเธอก็ไดยินเสียง ติ๋ง ติ๋ง ติ๋ง เธอจึงยื่นมือให้มาเลียอีกครั้งเพื่อบอกว่าทุกอย่างยังปกติ แล้วเธอก็ลงไปด้านล่างเพื่อตรวจดูก๊อกน้ำ แต่ก๊อกน้ำปิดสนิท เธอจึงกลับไปที่เตียงอีกครั้ง ทุกอย่างยังปกติ เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งกลางดึกเพราะคิดว่าได้ยินเสียงน้ำหยดมาจากห้องน้ำ เธอจึงเข้าไปในห้องน้ำ ที่นั่นมีหมาของเธอที่ตายแล้วถูกแขวนอยู่ตรงฝักบัว เลือดไหลหยดลงพื้น และมีข้อความเขียนได้ที่กระจกว่า “มนุษย์ก็เลียได้เหมือนกัน!” และด้านหลังเธอในภาพสะท้อนของกระจก เธอเห็นฆาตกรยืนอยู่!
- ตัวอย่างที่สาม (มาจากทางอีเมลล์)
มีเด็กสาวสวยคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของ Farmersburg พ่อแม่ของเธอต้องเข้าไปในเมืองจึงปล่อยลูกสาวให้อยู่บ้านตามลำพัง แต่ก็มีหมาตัวหนึ่งไว้ปกป้องเธอ มันเป็นหมาพันธ์คอลลี่ที่ตัวใหญ่มาก พ่อแม่บอกให้เธอล็อกประตูและหน้าต่างทุกบานหลังจากพวกเขาออกไปแล้ว และในเวลาสองทุ่ม พ่อกับแม่ก็เข้าไปในเมืองดังนั้นพวกเขาจึงบอกให้เธอล็อกหน้าต่างและประตูทุกบาน แต่มีหน้าต่างในห้องใต้ดินที่ไม่สามารถปิดได้สนิทอยู่บานหนึ่ง เธอพยายามจะปิดมันเท่าที่ทำได้ แต่ก็ล็อกมันไม่ได้ เธอจึงปล่อยหน้าต่างบานนั้นไว้และกลับไปชั้นบน แต่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถเข้ามาข้างในได้ เธอจึงล็อกประตูห้องใต้ดิน แล้วกลับไปนั่งทางอาหารและเข้านอน
ตอนเวลาเที่ยงคืนเธอนอนพิงอยู่กับหมาของเธอและใกล้จะหลับ แต่แล้วเธอก็ตื่นขึ้น มองไปรอบๆ และเห็นว่าเป็นเวลา ตีสองครึ่ง เธอจึงเอนตัวลงนอนอีกครั้งและแปลกใจว่าอะไรที่ทำให้เธอตื่น ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียง มันเป็นเสียงน้ำหยด เธอคิดว่าเธออาจจะลืมปิดน้ำ มันจึงหยดลงไปในอ่างล่างหน้า เนื่องจากไม่ใช่เรื่องใหญ่เธอจึงตัดสินใจจะกลับไปนอนต่อ แต่เธอรู้สึกกังวลจึงเอื้อมมือไปสุดขอบเตียงและปล่อยให้หมาเลียมือของเธอเพื่อรับประกันว่ามันจะปกป้องเธอ และเธอก็ตื่นขึ้นมาตอนตีสามสี่สิบห้าอีกครั้งเพราะเสียงน้ำหยด เธอค่อนข้างไม่พอใจขึ้นมาบ้างแต่ก็กลับไปนอนต่อ และก็เอื้อมมือไปให้หมาเลียมือแล้วกลับไปนอนอีกครั้ง
เมื่อถึงรุ่งเช้า เด็กสาวก็คิดว่าเธอทนมาพอแล้ว เธอตื่นขึ้นเห็นพ่อแม่กลับเข้ามาในบ้าน “ดี” เธอคิด “จะได้มีคนซ่อมก๊อกน้ำ เพราะฉันจะไม่ปล่อยมันไหลอีก” เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ และที่นั่นมีหมาพันธ์คอลลี่ถูกแขวนอยู่บนราวผ้าม่าน เสียงที่เธอได้ยินเป็นเสียงเลือดหยดลงพื้น เด็กสาวกรีดร้องและวิ่งเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบอาวุธ เผื่อว่าจะยังมีคนอยู่ในบ้าน ที่พื้นถัดจาดเตียงนั้นเธอเห็นกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนไว้ด้วยเลือดว่า มนุษย์ก็เลียได้เหมือนกันนะ คนสวย
ตอนนี้ได้เวลาล็อกประตูและหน้าต่างแล้ว จดหมายลูกโซ่นี้เป็นเรื่องจริง มันเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาแล้วและชายที่ฆ่าหมาก็ไม่เคยถูกจับได้ ถ้าลบจดหมายฉบับนี้คุณจะเจอเรื่องแบบเดียวกับเด็กสาวในเรื่องนี้ ไม่กี่ปีหลังจากหมาของเธอถูกฆ่า เธอก็ถูกข่มขืนและฆ่าในเมืองเดียวกันและบ้านหลังเดียวกับที่หมาตัวนั้นตาย ห้ามลบจดหมายฉบับนี้ ถ้าคุณทำ จะเกิดเรื่องแย่ๆ กับคุณ... บลา บลา บลา จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการต่างๆ ตามที่จดหมายลูกโซ่ทั่วไปพึงมีคือ บอกจำนวนคนที่เราต้องส่งจดหมายไปให้ และไปตามเวลาที่กำหนด ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะโชคร้ายเหมือนเด็กสาวคนนี้
เครดิต : http://zercon.exteen.com/20120610/entry
Screaming Jenny เจนนี่ผู้กรีดร้อง
Screaming Jenny (เจนนี่ผู้กรีดร้อง) เรื่องเล่านี้เกิดขึ้นในแถบตะวันตกของรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศอเมริกา .... เจนนี่เป็นเด็กสาวยากจนแต่ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เธอใช้ชีวิตอยู่ในโกดังเก็บของเก่าๆ ที่ถูกทิ้งให้ร้างไว้ข้างทางรถไฟ เจนนี่เป็นคนนิสัยดีมาก เธอมักทำนั่นทำนี่เพื่อให้คนอื่นมีความสุขอยู่เสมอ ในเดือนตุลาคมของปีหนึ่ง ... อากาศเริ่มหนาวเย็นลง เจนนี่ได้ก่อไฟเพื่อผิงให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ระหว่างนั้น เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า ไฟที่ก่อเริ่มติดกระโปรงและกระโปรงก็เริ่มไหม้ จนเมื่อไฟเริ่มลามขึ้นบนร่างกาย เจนนี่ตกใจมากจึงวิ่งและกรีดร้องออกจากบ้านไปเพื่อหาคนช่วย เจนนี่วิ่ง วิ่ง วิ่ง และวิ่งไปเรื่อยๆ จนถึงทางรถไฟโดยไม่ได้สังเกตว่า รถไฟกำลังวิ่งมาสุดท้าย เจนนี่กลับถูกรถไฟทับตายคาที่
... หลายเดือนต่อมาหลังจากการตายของเจนนี่ รถไฟขบวนหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง แต่อยู่ดีๆ ก็ปรากฏลูกไฟลูกใหญ่ขึ้นมาหน้าขบวน คนขับรถไฟพยายามเบรคกะทันหันจนทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บจำนวนมาก เช้าวันต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการสำรวจบริเวณรอบๆ ว่าเมื่อคืนมีที่ไหนเกิดไฟไหม้จนเกิดลูกไฟลูกใหญ่บ้าง แต่ก็ไม่พบว่ามีที่ไหนมีไฟไหม้เลย คนส่วนมากจึงเชื่อว่า น่าจะเกิดจากวิญญาณของเจนนี่แน่นอน ... และว่ากันว่า ทุกๆ วันครบรอบวันตายของเจนนี่ ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวรางรถไฟนั้น ทุกรายจะต้องได้ยินเสียงเจนนี่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและความกลัว
สองสาวชุดดำ วัดเสมียนนารี
จะมีสาวสองคนพี่น้องใส่ชุดดำ จะคอยโบกรถจากสถานที่ใดสถานที่หนึ่งสองคนนั้นจะให้คนขับไปส่งที่วัดเสมียนนารี ใครที่ตกลงใจรับเธอสองคน
ไป พอไปถึงวัดเสมียนนารีหลังจากที่ส่งเธอสองคนลง ก็ต้องเข้าไปในวัดเพื่อวนรถออกมา หลังจากวนออกมาถึงทางรถไฟที่ผ่านวัดเสมียนนารีแล้ว
เครื่องจะดับขึ้นมาทันที และจะเห็นผู้หญิงสองคนนั้นในสภาพตัวขาดครึ่ง ค่อยๆคลานเข้ามาหา...
อีกกระแสว่า
มีผู้หญิงพี่น้องสองคนขี่มอเตอร์ไซค์จะไปงานศพแม่ที่วัดเสมียน แต่ทางผ่านมันเป็นทางรถไฟทั้งสองรีบมากเพราะกลัวจะไม่ทัน
เห็นว่ารถไฟกว่าจะมาถึงตัวก็อีกไกล จึงขี่จะผ่านไปก่อนแต่สะดุดรางรถไฟล้มพอรถไฟมาถึง ก็เลยทับ แต่ด้วยความเป็นหวงจึงวนเวียนอยู่ที่เดิม
พวกคนขับรถแท็กซี่ผ่านยามเย็นๆก็จะเห็นคนโบกรถ พอรับขึ้นรับเขาบอกว่าไปวัดเสมียนนารี พอไปส่งถึงที่ก็เห็นหายไปและบางคนก็เห็นภาพที่เล่าไว้คือโดนรถไฟชน
********* คนขับรถ(ไม่ขอเอ่ยชื่อ)ที่เคยรับหญิงใส่ชุดดำพี่น้อง 2 คนเวลาให้ไปส่งที่วัดเสมียนพอถึงที่สองพี่น้องนั้นก็หายไป และพอมองไปที่ รางรถไฟ ก็เห็น หญิงคนเป็นน้องสาว ตัวขาดครึ่งกระกายกำลังมาหา และที่ขับรถนั้นก็ช็อค รู้สึกตัวอีกที ที่ รพ. และทำให้คนขับรถคนนั้นเป็นโรคหัวใจไปทันที
ผีดุ…ที่เดอะมอลล์
เป็นที่ลือกันทั่วไปในหมู่ของคนขับรถแท็กซี่ว่าบริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้าง
สรรพสินค้าเดอะมอลล์ (งามวงศ์วาน) อนกลางดึก (หลังห้างปิด) แล้วเนี่ยผี
ดุเป็นบ้า ลือกันเป็นตุเป็นตะว่า เคยมีแท็กซี่หลายคันถูกผู้หญิงผมยาวเรียก
จากหน้าห้าง ฯ ให้ไปส่งที่วัดสมรโกฏิ (ถ.รัตนาธิเบศร์)พอคนขับแท็กซี่ขับไปถึงหน้าวัดปรากฏว่าผู้โดยสารผู้หญิงผมยาวคนนั้นก็หายตัวไป
เป็นที่เลื่องลือกันว่าผีที่หน้าห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วานนี้ คือหญิงสาวที่เคย
ใช้ที่จอดรถของห้างฯ เป็นที่ฆ่าตัวตาย จนปัจจุบันนี้ห้างฯได้ทำลวดตาข่ายมา
อ๊อกปิดไว้หมดทุกด้านเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมาใช้เป็นสุสานอีก แต่ก็ยังไม่วายมีข่าวมาเรื่อย ๆ ว่ามีคนกระโดดตึกตายที่นี่เป็นประจำ
เรื่องข่าวลือนี้นายกล้าโชเฟอร์แท็กซี่ (มือใหม่) ที่เพิ่งมาหางานทำในกรุงเทพฯ ก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ความที่แกเป็นคนกล้าสมชื่อ แกจึงไม่เชื่อแล้วแกยังคงวนเวียนรับ-ส่งผู้โดยสารแถวงามวงศ์วานและใกล้เคียงเป็น
ประจำ เพราะรายได้ดีเนื่องจากแถวนี้ตอนดึก ๆ ไม่ค่อยมีแท็กซี่กล้าขับผ่านมา
เรื่องของเรื่องคือมีอยู่วันหนึ่งดึกมากแล้ว นายกล้าขับรถผ่านหน้าห้างเดอะ
มอลล์ฯ ก็ปรากฏว่ามีผู้หญิงสาวสวยไว้ผมยาวสยาย ยืนโบกรถอยู่หน้าห้างฯ
ฉับพลันที่เห็น นายกล้าก็นึกไปถึงเรื่องที่เพื่อน ๆ ชาวแท็กซี่โจษขานถึงเรื่อง
ผีดุกันขึ้นมาทันที< /B> แต่ความที่แกเป็นคนกล้าประกอบกับผู้หญิงคนนั้นก็
ดูว่าเป็นคนชัด แกจึงจอดรถเข้าไปรับ พอหญิงสาวเปิดประตูรถ กลิ่นน้ำหอม
ฉุนกึกก็ปะทะจมูกของนายกล้าทันที โชเฟอร์ ไ ปแถววัดธาตุทองนะ จะไป
มั้ย?” หญิงสาวถาม ไปครับผม” นายกล้าตอบ ในใจคิดว่าไม่ใช่วัดสมรโกฏิ
แบบที่ลือกันนี่หว่า หญิงสาวก้าวขึ้นนั่งที่เบาะหลังพร้อมกับบอกนายกล้า
ว่า “ไปทางด่วนนะ” นายกล้ากดมิเตอร์แล้วออกรถขับตรงไปขึ้นทางด่วนงามวงศ์วาน
กลางดึกเช่นนั้นทางด่วนเงียบสนิท นาน ๆ ถึงจะมีรถขับมาสักคัน กลิ่นน้ำ
หอมของหญิงสาวยังเตะจมูกอยู่ บรรยากาศเงียบเชียบชวนอึดอัด ถึง
นายกล้าจะกล้าเพียงไรก็ตามแต่แกก็อดชำเลืองมองกระจกส่องหลังไม่ได้
เมื่อเห็นหญิงสาวนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา แกก็เลยชวนคุยเพื่อทำลายบรรยากาศ
อันอึดอัดนี้ “รอรถนานมั้ยครับ” นายกล้าถามหญิงสาว “นานสิ แท็กซี่หายไป
ไหนหมดไม่รู้” หญิงสาวพูดเรื่อย ๆ”ก็มีข่าวลือเรื่อง…เอ้อ….เรื่องผีแถวนี้ดุสิ
ครับเลยไม่ค่อยมีแท็กซี่คันไหนกล้าวิ่งแถวนี้” นายกล้าตัดสินใจพูดหยั่งเชิง
เพื่อดูท่าทีหญิงสาว หญิงสาวหันขวับมามองนายกล้าทันที “มิน่าล่ะ เมื่อกี้ฉัน
เรียกตั้งหลายคันไม่มีใครจอดเลย แล้วนายไม่กลัวเหรอ?” หญิงสาวถาม
นายกล้ากลืนน้ำลาย “เอ้อ…ไม่กลัวครับ” “ก็ดี” หญิงสาวพูดพร้อมกับหันไปมองที่หน้าต่าง
นายกล้าขับรถต่อไปเรื่อย ๆ บรรยากาศกลับเงียบสงัดอีกครั้งเงียบจน
นายกล้าได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองเพียงคน เดียว! นายกล้าแหงนขึ้น
ไปมองกระจกส่องหลังเมื่อนึกขึ้นได้ทันใดนั้น! หัวใจของแกแทบ จะหยุด
เต้น เมื่อเห็นภาพในกระจก เบาะหลังว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของผู้หญิงผม
ยาวที่นั่งคุยมาด้วยกัน เมื่อกี้นี้เลย! ’ship หายแล้ว ku เนี่ยเขาว่าไม่เชื่ออย่า
ลบหลู่ โดนดีเข้าแล้วมั้ยล่ะ’ นายกล้าคิดขณะที่กลิ่นน้ำหอมฉุนของผู้หญิง
สาวยังคงคลุ้งอยู่ในรถ มือที่กำพวงมาลัย สั่นสะท้าน เหงื่อแตกพลั่กทั้งที่
แอร์ในรถเย็นเฉียบ ขาของนายกล้าที่เหยียบคันเร่งชาจนแทบจะไม่รู้สึกแล้ว
บทสวดมนต์กี่บท ๆ ที่นึกได้ นายกล้าท่องจนหมด กลิ่นน้ำหอมก็ไม่หายไป
ไหน ยังลอยอบอวลคลุ้งอยู่ในรถ แถ มบางครั้งยังแรงขึ้นด้วยซ้ำไป มนต์บท
แล้วบทเล่าที่นายกล้าท่อง ไม่ได้ทำให้กลิ่นน้ำหอมจางลงเลย นายกล้า
แหงนขึ้นมองกระจกอีกครั้ง เบาะหลังก็ยังว่างเปล่าอยู่ มีแต่กลิ่นน้ำหอมเท่า
นั้นที่บอกให้รู้ว่า “เธอ” ยังไม่ไปไหน นายกล้าเหยียบคันเร่งอย่างไม่คิดชีวิต
ในใจก็อาราธนาพระดัง ๆ ทั่วเมืองไทยให้มาอยู่เป็นเพื่อนเขา ใจอยากบึ่งไป
ให้ถึงวัดธาตุทองเร็ว ๆ เผื่อว่ากลิ่นน้ำหอมจะหายไปเพราะ “เธอ” คงต้องการ
ไปลงที่นั่นจริง ๆ ‘โอ๊ย มาไกลเหลือเกินนะแม่คุณ’ นายกล้าคิดในใจ
ขณะที่ยังคงเหยียบคันเร่งมิด นายกล้ามารู้สึกตัวอีกทีเมื่อรถมาติดไฟแดง
ตรงเชิงทางด่วน นายกล้าสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่ 3 ครั้ง ก่อนกลั้นใจ
แหงนหน้าขึ้นไปมองกระจกส่องหลัง และแล้วนายกล้าก็แทบจะหัวใจหยุด
เต้นอีกครั้ง มือเท้าเย็นวาบ แทบจะหมดแรง ขนลุกซู่ทั้งตัวเหมือนใครเอาน้ำ
แข็งมาโปะต้นคอ ภาพที่ทำให้นายกล้าแทบช็อกก็คือ หญิงสาวคนเดิมมา
ปรากฏตัวที่เบาะหลังอีกครั้ง แต่คราวนี้หน้าตาเธอเปลี่ยนไป! ใบหน้าของเธอ
มีเลือดไหลออกทางจมูกและปาก นายกล้าตัดสินใจรวบรวมความกล้าอีก
ครั้ง ‘เป็นไงเป็นกันวะ ไหน ๆ ก็ไหนๆ แล้ว จะถามให้รู้เรื่องกันไปว่า “เธอ”
ต้องการอะไรกันแน่’
พอคิดได้ดังนั้นนายกล้าก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับ “เธอ” ผู้นั้น ก่อนที่จะถาม
เป็นคำถามแรกว่า”คุณเป็นอะไรตาย?” ……..
“ตายพ่อตายแม่***สิ” เสียงหญิงสาวคนนั้นตอบดังลั่นรถ “*ไอ้แสด!!! กูก้มลงไปแต่งหน้าหน่อยเดียว ***ทั้งเบรค!! ทั้งเหยียบ!! ซะหน้าตากูแหกหมด แล้วยัง***มาถามอีกว่าเป็นอะไรตาย”
MOSE กำแพงล่องหนใต้ทะเล ที่ช่วยปกป้องเวนิสจากน้ำท่วม
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
7 เรื่องเงินที่โรงเรียนไม่เคยสอน แต่ควรรู้ก่อนอายุ 25
"ปันปัน สุทัตตา" อวดชุดชงชาในตำนาน..ออร่าพุ่งกระจาย ทำเอาหลายคนหลุดโฟกัส
ลำไส้ชอบผักแบบไหน? เช็กผักใกล้ตัวที่ช่วยดูแลท้องได้ทุกวัน
3 เมนูอาหารไทยยอดฮิต ที่ชาวอเมริกันมักสั่งซ้ำ
ตดบ่อย ตดเหม็น ท้องอืด แบบไหนอาจบอกสุขภาพลำไส้
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
ผักสวนครัว 10 ชนิด ปลูกติดบ้านไว้ ใช้กินได้บ่อย ประหยัดได้ทุกวัน
MOSE กำแพงล่องหนใต้ทะเล ที่ช่วยปกป้องเวนิสจากน้ำท่วม
"ปันปัน สุทัตตา" อวดชุดชงชาในตำนาน..ออร่าพุ่งกระจาย ทำเอาหลายคนหลุดโฟกัส
7 เรื่องเงินที่โรงเรียนไม่เคยสอน แต่ควรรู้ก่อนอายุ 25
ผักสวนครัว 10 ชนิด ปลูกติดบ้านไว้ ใช้กินได้บ่อย ประหยัดได้ทุกวัน
มีเงิน 1 ล้านบาท ใช้ได้นานจริงแค่ไหน? ตัวเลขอาจสั้นกว่าที่คิด
พ.ร.ก.กู้ยืมเงินคืออะไร ทำไมรัฐบาลต้องออกกฎหมายแบบนี้

