"เฮ้อ! ทำไมผู้ชายสมัยนี้ถึงกลายเป็นเกย์ไปซะหมด?"
โพสท์โดย
"เฮ้อ! ทำไมผู้ชายสมัยนี้ถึงกลายเป็นเกย์ไปซะหมด?" หลายคนอาจเคยได้ยินหญิงสาวหลายคน
ถอนหายใจอย่างเสียดายสุดๆ
เมื่อเห็นเกย์หล่อเดินผ่านไปมา
จะไม่ให้พวกเธอเสียดายยังไงล่ะ
ก็หนุ่มๆเดี๋ยวนี้มักครองตัวเป็นโสด
และใช้ชีวิตรักกับเพศเดียวกันอย่างเปิดเผย
แต่ใช่ว่าพวกหนุ่มๆ จะหันมานิยมเพศเดียวกันทั้งหมดหรอกนะ
ผมคิดว่าเป็น เพราะสังคมสะดุดตากับพวกเกย์มากกว่าชายหญิงทั่วไป
อาจเพราะเห็นว่ามันแปลก เช่น
ถ้ามีคู่เกย์เดินจูงมือกันผ่านมา 2 คู่
และคู่ชายหญิงจูงมือกันผ่านมาสัก 10 คู่
คนทั่วไปก็ยังคิดว่ามีคู่เกย์มากขึ้นอยู่ดี
ทั้งที่จริงแล้วเกย์ไม่ได้มีมากกว่าที่คิดเลย
อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเป็นเกย์? (รวมถึงเลสเบี้ยนด้วย)
เป็นคำถามที่คนทั่วไปอยากรู้
โดยเฉพาะพ่อแม่ของเกย์ ภรรยาที่แต่งงานกับเกย์
คนที่เป็นเกย์เอง
หรือแม้แต่กระทั่งนักวิชาการ นักการแพทย์
ที่มีการวิจัยและพยายามค้นหาทฤษฎีที่หลากหลายมาสนับสนุน
ผู้ที่ให้เหตุผลทางวิชาการของการเป็นเกย์ได้ดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยคือ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สุพร เกิดสว่าง
นักวิจัยจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
ซึ่งท่านเคยแถลงผลการวิจัยไว้ว่า จากการศึกษาพบว่า
การที่ผู้ชายมีความรักเพศเดียวกันมีสาเหตุหลายอย่าง
ทั้งปัจจัยทางชีววิทยาและจิตวิทยา เริ่มตั้งแต่สาเหตุทางพันธุกรรม
การพัฒนาของสมองเด็กในครรภ์ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเพศ
ตลอดจนการอบรมเลี้ยงดู และประสบการณ์การเรียนรู้หลังจากที่เกิดมาแล้ว
ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากการเลียนแบบและไม่ติดต่อกัน
ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดก็ยังไม่ใช่สาเหตุที่แน่นอน
เป็นเพียงแค่ความรู้สึกของคนตอบและการคาดเดาเท่านั้น
ปัจจุบันเลิกสงสัยกันแล้วและยอมรับว่าการเป็นเกย์เป็นเรื่องของธรรมชาติ
เช่นเดียวกับคนที่เกิดมาเป็นชายหรือหญิง
ทั้งเกย์และกะเทยจะเริ่มรู้สึกว่าตนเองต่างจากเพื่อนเพศเดียวกัน
ตั้งแต่อายุ 3-4 ขวบ หรือเมื่อเริ่มจำความได้
โดยจะจดจำว่าพ่อแม่ตักเตือนอยู่เสมอว่าอย่าทำตัวเป็นผู้หญิง
ซึ่งอาจจะสร้างความรู้สึกกดดันภายในจิตใจ
ในด้านพฤติกรรมจะมีความรู้สึกอ่อนไหว ร้องไห้ง่าย กิริยามารยาทคล้ายเด็กหญิง
ชอบแต่งตัว ชอบเล่นกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ไม่ชอบเล่นรุนแรง
เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นจะมีความรู้สึกทางเพศกับเพศเดียวกัน
แตกต่างจากเพื่อนผู้ชายทั่วไป
เนื่องจากเด็กรับรู้ว่าสังคมทั่วไปมีความรู้สึกรังเกียจเกย์และกะเทย
เด็กจึงสับสนไม่แน่ใจในการวางตัวในสังคม เกิดความวิตกกังวล ความเครียด
พยายามปิดบังความรู้สึกของตนเอง
บางคนพยายามป้องกันตนเอง
โดยพยายามทำตัวเป็นชายชาตรี
เช่น พยายามมีคนรักเป็นผู้หญิงหลายๆคน
เพาะกายให้ดูเป็น "แมน"
แสดงตนก้าวร้าว ดื่มเหล้า สูบบุหรี่
แต่เด็กบางคนก็พยายามหาสิ่งทดแทนความด้อย
เช่น พยายามขยันตั้งใจเรียน
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อน ฯลฯ
ซึ่งเป็นการทดแทนที่ดี
ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองและครูไม่เข้าใจ
เด็กจะยิ่งมีความทุกข์ทรมานใจ มากขึ้น
บางคนมาปรึกษาแพทย์ เพื่อขอฉีดฮอร์โมนเพศชาย
โดยหวังว่าฮอร์โมนเพศชายจะช่วยเปลี่ยนความรู้สึกและความต้องการในใจ
ซึ่งความเป็นจริงฮอร์โมนเหล่านี้ไม่ได้มีผลดังที่หวังเลย
ระยะสับสนกังวลนี้อาจจะกินเวลานานมากหรือน้อยแล้วแต่ตัวเด็กแต่ละคน
เมื่อผ่านระยะนี้ไป เด็กจะเริ่มยอมรับความรู้สึก
และความต้องการทางเพศของตนเองมากขึ้น
ความเครียด ความวิตกกังวลจะลดลง
ในขั้นต่อไปอาจพัฒนาถึงขั้นเปิดเผยตนเองต่อสังคม
และสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี
สำหรับชายใจหญิงหรือกะเทยหลายคน
ที่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองให้เหมือนผู้หญิงให้มากที่สุด
เลือกที่จะขอเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ
ซึ่งในประเทศไทยมีศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้
และยังมีฝีมือเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกหลายท่าน
นอกจากคนไทยที่ขอเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศแล้วยังมีคนไข้จากประเทศอื่นๆ
อาทิ แคนาดา อเมริกา อังกฤษ สวีเดน บราซิล ฯลฯ
การผ่าตัดแปลงเพศต้องผ่านขั้นตอนและกฎเกณฑ์ต่างๆหลายอย่าง
เพราะเมื่อทำการผ่าตัดเปลี่ยนเป็นเพศหญิงแล้ว
จะเปลี่ยนกลับมาเป็นเพศชายที่สมบูรณ์อีกไม่ได้ง่ายๆ
โดยผู้เข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศจะต้องมีอายุ 20-65 ปี
ผ่านการทดสอบโดยจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา
ผ่านการตรวจจากแพทย์ทางต่อมไร้ท่อ
การให้คำปรึกษาความ พร้อมทางด้านจิตใจ เป็นต้น
แพทย์ไทยที่ทำงานด้านนี้ต้องใช้ความประณีตมาก
เนื่องจากเป็นทั้งงานผ่าตัดและงานศิลปะในการเปลี่ยนอวัยวะเพศชายให้เป็นหญิง
และร่วมเพศได้เช่นเดียวกับหญิงทั่วไป
ผู้ที่ขอเข้ารับการผ่าตัดส่วนหนึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเรื่องความสุขทางเพศ
แต่มีจุดมุ่งหมายอยากจะเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์ หลายคนยืนยันชัดเจนว่าความปรารถนาสูงสุดคือ
อยากตายในสภาพที่เป็นหญิง
อ้อ! และที่หลายคนเข้าใจว่าเกย์อยากเป็นผู้หญิง น่ะ คิดผิดนะครับ
เกย์ไม่เคย คิดจะเป็นผู้หญิง
เพียงแต่บางคนอาจมีกิริยาตุ้งติ้งไปบ้าง
แต่พวกที่อยากเป็นผู้หญิงจริงๆน่ะคือ "กะเทย"
ที่คิดว่าชีวิตนี้ต้องมีจิ๋มเป็นของตัวเองให้ได้
ที่มา:
มีผู้เข้าชมแล้ว 17,333 ครั้ง โพสท์โดย
anon half เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
112 VOTES (4/5 จาก 28 คน)