หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมประเทศไทยจึงยังคงมีระเบิดแบบนี้หลงเหลืออยู่?

โพสท์โดย I sea u

 

ระเบิดที่เกิดขึ้นที่ร้านรับซื้อของเก่า ย่านลาดปลาเค้า รามอินทรา กรุงเทพฯ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตเกือบสิบราย ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความสูญเสีย แต่ยังทำให้สังคมผวากับอานุภาพทำลายล้างของ “ระเบิดหลงยุค” ยิ่งมีบางหน่วยงานระบุซ้ำว่า ในไทยยังคงมีระเบิดเก่าหลงเหลือจากยุคสงครามอีกมาก ดังที่หลัง ๆ มีข่าวการค้นพบระเบิดเก่าแบบนี้แทบจะรายวัน ล่าสุดก็พบอีกที่ จ.ชลบุรี เป็นระเบิดคล้ายกันกับที่เพิ่งเกิดเหตุ คาดว่าตกค้างมาตั้งแต่สมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 นี่ก็ยิ่งเพิ่มความหวาดผวาให้ผู้คนหนักมากขึ้น เพราะไม่มีใครรู้ว่า ยังเหลือระเบิดแบบนี้ตกค้างอยู่ที่ไหนอีก??

แค่บึ้มร้านของเก่ายังเสียหายขนาดนี้

ถ้าระเบิดขึ้นใต้ตึกขนาดใหญ่จะยังไง??

กับเรื่องที่ว่า ทำไมประเทศไทยจึงยังคงมีระเบิดแบบนี้หลงเหลืออยู่? อาจเป็นคำถามที่บางคนนึกสงสัย กรณีนี้ หากเป็นคนรุ่นก่อน รุ่นเก่า ที่โตทันยุค “สงครามมหาเอเชียบูรพา” อาจร้องอ๋อ! และนึกภาพออกทันที ถึงที่มาของ ’ระเบิดหลงยุค“

จากข้อมูลในเว็บไซต์ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า (www.kpi.ac.th) ที่มี นิภาพร รัชตพัฒนากุล เรียบเรียง อธิบายไว้ว่า แรกเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2482 ประเทศที่เข้าร่วมสงครามจำกัดอยู่เพียงประเทศตะวันตก คือ เยอรมัน อังกฤษ และฝรั่งเศส ขณะที่เอเชียก็เกิดสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นในเวลาใกล้กัน สงคราม 2 ทวีปนี้ ต่อมาเชื่อมโยงกัน และขยายวงมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อฝรั่งเศสยอมแพ้แก่เยอรมันในเดือน มิ.ย. 2483 ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศขึ้นในอาณานิคมของฝรั่งเศสในแถบอินโดจีน จนญี่ปุ่นถือโอกาสเข้าแทรกแซงดินแดนเหล่านี้

เมื่อญี่ปุ่นเริ่มขยายอำนาจในเอเชีย ประเทศอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา จึงตอบโต้ด้วยการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นตอบโต้ด้วยการส่งกองทัพเข้าถล่มอาณานิคมของประเทศตะวันตก จนเป็นการเปิดแนวรบในมหาสมุทรแปซิฟิก ต่อมาสองวันหลังเปิดแนว รบมหาสมุทรแปซิฟิก ญี่ปุ่นจึงเรียกชื่อสงครามนี้ว่า “Greater East Asia War” ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามโดยรวม ที่เรียกว่า “สงครามโลกครั้งที่ 2” ในกาลต่อมานั่นเอง

สำหรับไทย สมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ตกลงเข้าร่วมกับญี่ปุ่นในการทำสงคราม เมื่อต้นปี 2484 ได้มีการถอดความหมายของคำที่ญี่ปุ่นใช้เรียกสงครามนี้เป็น “สงครามมหาเอเชียบูรพา” ซึ่งการที่ไทยประกาศเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นนี้ ก็ส่งผลกระทบทั้งทางตรง-ทางอ้อมแก่ไทย

เพราะไทยกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์

เป็นเป้าหมาย ทั้งจากญี่ปุ่น และชาติตะวันตก

ระเบิดที่เกิดบึ้มขึ้น และที่หลงเหลืออยู่ ที่มีการค้นพบในไทย ยืนยันได้ถึงการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสงครามประวัติศาสตร์หนนั้นของไทย ส่วนจะเหลืออยู่อีกสักกี่มากน้อยนั้น ยังไม่มีใครรู้ชัดได้ ทว่าหากมองบันทึกประวัติศาสตร์  ก็มีข้อมูลน่าสนใจ...

ข้อมูลเผยแพร่ในเว็บไซต์ http://heritage.mod.go.th ของโครงการหอมรดกไทย จัดทำโดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในหัวข้อ ไทยกับสงครามมหาเอเชียบูรพา ระบุไว้ว่า เฉพาะในส่วนของเขตพระนครและธนบุรี ถูกเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทิ้งระเบิด ระหว่างปี 2485 จนถึงปี 2488 รวม 34 ครั้ง โดยในปี 2485 จำนวน 5ครั้ง, ปี 2486 จำนวน 4 ครั้ง, ปี 2487 จำนวน 14 ครั้ง และปี 2488 จำนวน 11 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม มีข้อมูลว่า ช่วงระหว่าง เดือน ม.ค. 2487 จนถึง ม.ค. 2488 ไทยถูกโจมตีทางอากาศจากฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างนั้น รวมแล้วประมาณ 250 ครั้ง มีเครื่องบินเข้าปฏิบัติการ 2,950 เที่ยวบิน ทิ้งระเบิดราว 18,600 ลูก ระเบิดเพลิงอีก 6,100 ลูก ทุ่นระเบิดประมาณ 250 ลูก พลุส่องแสงประมาณ 150 ลูก โดยผลพวงจากเหตุการณ์นั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,900 ศพ บาดเจ็บอีกราว  3,000 คน มีอาคารถูกทำลายประมาณ 9,600 หลัง เสียหายอีก 1,200 หลัง รถจักรเสียหาย 73 คัน รถพ่วงเสียหาย 617 คัน เรือจักรกลและเรืออื่น ๆ รวม 124 ลำ มีทรัพย์สินเสียหายมูลค่าในขณะนั้น 79 ล้านบาท

ในบันทึก ระบุว่า...“ระหว่างปี 2485 ถึงกลางปี 2487 เป็นการทิ้งระเบิดกลางคืน เดือน มิ.ย. 2487 จึงเริ่มทิ้งระเบิดกลางวัน มีการทิ้งระเบิดผิดเป้าหมายไม่น้อย เครื่องบินทิ้งระเบิดมีทั้งแบบ บี-24 ซึ่งส่วนใหญ่ทิ้งระเบิดกลางคืน กับเครื่องบิน บี-29 ซึ่งบินในระยะสูง ปืนต่อสู้อากาศยานยิงไม่ถึง จึงมีการทิ้งระเบิดในเวลากลางวันได้อย่างเสรี”

การโจมตีช่วงนั้น มีสถานที่ถูกโจมตี ได้แก่ สถานีรถไฟหัวลำโพง, สถานีรถไฟบางกอกน้อย, สถานีรถไฟช่องนนทรี, สถานีรถไฟบางซื่อ,  โรงงานซ่อมสร้างหัวรถจักรมักกะสัน, โรงไฟฟ้าวัดเลียบ, โรงงานปูน ซีเมนต์บางซื่อ, สะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ, สะพานพระราม 6, ท่าเรือคลองเตย, สนามบินดอนเมือง, สถานทูตญี่ปุ่น, ที่พักและคลังอาวุธของทหารญี่ปุ่น, ที่ตั้งปืนต่อสู้อากาศยาน, สนามเป้า, กองสัญญาณทหารเรือข้างสวนลุมพินี, ประตูทดน้ำบางซื่อ โรงเก็บสินค้าและโรงงาน เป็นต้น

ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวนี้ บางจุดอาจยังเป็นพื้นที่เสี่ยง ที่อาจมีระเบิดแบบนี้หลงเหลือ-หลุดรอดอยู่?? หรืออาจไม่มีเลย ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด?? ที่สำคัญคือ ที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้ยินข่าวการค้นหา ’ระเบิดหลงยุค“ ที่เป็นการค้นหากันอย่างจริงจัง...

จากปูมหลัง ’ระเบิด“ ที่ถูกทิ้งถล่มในไทย

ทำให้ไทยผวามาตั้งแต่อดีต...จนปัจจุบัน

นับหมื่นลูก...ที่ยังไม่บึ้มมีอีกเท่าไหร่???.

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
มีผู้เข้าชมแล้ว 6,293 ครั้ง
โพสท์โดย I sea u
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
44 VOTES (4/5 จาก 11 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดรหัสลับเลขเด็ด: วิเคราะห์แนวทางแปลปกสลาก งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 25693 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุดAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ก.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุดเปิดข้อควรระวัง: 3 สิ่งห้ามแช่ช่องฟรีซ เสี่ยงตู้เย็นพังและอันตรายถึงชีวิต5 ขนมหวานกัมพูชา มีอะไรที่หน้าตาคล้ายขนมไทยบ้าง7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมีเชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?ปลาน้ำจืดพันธุ์หายากมากที่สุด ที่ยังสามารถพบได้ในประเทศไทยAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ส่องแนวทางเลขเด็ดพญานาคคู่บารมีและเลขเด่นคำชะโนดต้อนรับดาวย้าย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุดย่างเนื้อยังไงให้นุ่ม ฉ่ำ น่ากินสุดๆ
ตั้งกระทู้ใหม่