ตำนานสยอง 2 นาฬิกา
1. Aren’t you glad you didn’t turn on the lights? “คุณดีใจไหมที่คุณไม่ได้เปิดไฟ
เมื่อเพื่อนคนหนึ่งต้องไปงานปาร์ตี้ ขณะที่อีกคนหนึ่งต้องอยู่อ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ ทำให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เพื่อนคนที่จะต้องไปงานปาร์ตี้ได้ฝากเพื่อนร่วมห้องของเธอช่วยดูแลห้องด้วย
ในงานปาร์ตี้ เธอสนุกสนานมากจนดึกและกลับมาที่พักตอนตีสอง …ห้องมืดสนิทแต่แสงไฟจากนอกห้องทำให้พอเห็นลางๆ เธอเห็นเพื่อนของเธอกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ แต่โคมไฟปิดอยู่ ตอนแรกเธอกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟ แต่ก็คิดขึ้นว่าเพื่อนของเธอคงอ่านหนังสือจนดึกเลยสินะ เมื่อเธอคิดเช่นนั้นเธอจึงตัดสินใจไม่ปลุกเพื่อน ให้เพื่อนได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่และกลับไปนอนที่เตียงของเธอ
รุ่งเช้า เธอตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย เธอเหลือบมองที่เพื่อนของเธอและสะกิดเพื่อปลุึกเพื่อนให้ตื่น แต่แล้ว เพื่อนคนนั้นก็ตกลงจากเก้าอี้ เพื่อนของเธออยู่ในสภาพที่ถูกชำแหละจนเครื่องในทะลักออกมาข้างนอก ตาเหลือกขึ้นข้างบนจนเกือบเห็นแต่ตาขาว เธอกรีดร้องเสียงดังและตัวสั่น และเธอก็เหลือบไปเห็นที่กำแพงซึ่งมีตัวอักษรเขียนด้วยเลือดของเพื่อนเธอ “ดีใจมั้ย … ที่เธอไม่ได้เปิดไฟ”
2. โค้งผาแดง ชลบุรี
โค้งร้อยศพที่มีเสียงร่ำลือว่า "ผีดุ" อยู่ระหว่างศรีราชาไปแหลมฉบัง เป็นโค้งเดียวในบริเวณนั้นที่จะไม่มีไฟทางคอยส่องสว่าง บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยมาก หากใครขับรถผ่านไปผ่านมายามวิกาลมักจะได้เจอกับเหตุการณ์แปลกๆ เช่น เห็นกลุ่มคนยืนอยู่ข้างทางในสภาพร่างกายที่ไม่ครบส่วน แขนขาด ขาขาด เลือดท่วมตัว ไม่ก็ขณะขับรถสวนกับรถอีกคัน จะเห็นเด็กนั่งอยู่บนหลังคารถคันที่สวนมา ถ้าใครโชคร้ายหน่อยก็อาจจะเห็นในลักษณะเป็นคนที่มีแค่ครึ่งตัวคลานอยู่กลางถนน ซึ่งในบางครั้งหากใครควบคุมสติไม่อยู่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตได้
หลายคนเลยคิดว่าเพราะพวกมันต้องการตัวตายตัวแทนหรือเพียงแค่ว่าระบายอารมณ์โกรธแค้นคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้ อย่าแปลกใจหากวันหนึ่งวันใดคุณผ่านไปแล้วเห็นมีโรงหนังหรือโรงลิเกเล่นอยู่บริเวณโค้งนี้ แต่ไม่มีคนดู เพราะนั่นเค้าฉายไว้ให้วิญญาณแถวนั้นดูต่างหากละ
3. วิญญาณในชุดขาว
ตำนานเมืองของญี่ปุ่นเรื่อง ฮิคิโกะ จะเป็นเด็กที่มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์น่ารังเกียจ จึงมักถูกกลั่นแกล้งจากคนรอบข้าง และมักถูกพ่อแม่ตบตีทำร้ายอย่างทารุณซาโตชิ กับฮิคิโกะเพื่อนที่ดีต่อกัน ได้แอบเลี้ยงลูกแมวจรจัดไว้ตัวหนึ่ง โดยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับรู้กันแค่สองคน แต่โชคร้ายที่ถูกมาโมรุ กับชินโง หัวโจกจอมเกเรมาพบเห็นเข้า ซาโตชิกลัวว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งไปอีกคน จึงได้แต่นิ่งเฉยปล่อยให้มาโมรุ กับชินโง เอาลูกแมวไปผูกติดกับรถยนต์แล้วปล่อยให้รถลากไป ฮิคิโกะที่พยายามเข้าช่วยเหลือลูกแมวตัวนั้น จึงถูกรถยนต์ลากครูดไปกับพื้นอย่างน่าสังเวช
หลังเหตุการณ์นั้น ครูประจำชั้น มาโมรุ ชินโง ก็ได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย...
จนกระทั่งกลายเป็นวิญญาณพยาบาท ที่จะปรากฏตัวในวันที่ฝนตก เป็นผู้หญิงสวมชุดกิโมโนสีขาวขาดวิ่ง ดวงตาและปากมีบาดแผลฉีกขาดน่ากลัว
คอยไล่จับเด็กประถมที่พบเจอ แล้วดึงกระชากร่างกายจนแหลกเหลว เป็นที่มาของอีกชื่อของฮิคิโกะซัง ซึ่งคำว่า "ฮิคิ" แปลว่า "ดึง" ในภาษาญี่ปุ่นได้เช่นกัน
ในเรื่องเล่ายังเสริมอีกว่า ฮิคิโกะซัง จะไม่ทำร้ายเด็กที่มีชื่อว่าฮิคิโกะเหมือนกันตน และจะไม่ทำร้ายเด็กที่มักถูกกลั่นแกล้งหรือถูกทำร้ายตบตีเฉกเช่นตนเองในอดีตด้วย
ฮิคิโกะซังจะเกลียดกระจก เพราะตัวเองมีรูปกายที่อัปลักษณ์ กระจก จึงเป็นหนึ่งในหนทางรอดเมื่อเผชิญหน้ากับฮิคิโกะซัง และเมื่อถูกฮิคิโกะซังถามว่า "หน้าตาฉันน่าเกลียดมั้ย" จะมีวิธีแก้ด้วยการตะโกนคำว่า "ดึงเร็ว ดึง" อีกด้วย
4.Kashima Reiko
ยังจำเรื่องของเทเค-เทเคที่เป็นหญิงสาวที่ถูกรถไฟแล่นทับจนตัวขาดสองท่อน และกลายเป็นวิญญาณร้ายได้หรือไม่ นี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นแหล่งกำเนิดเท-เทเคในอีกรูปแบบหนึ่ง
เรื่องมีอยู่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อคาชิม่า เรย์โกะ เป็นเด็กสาวอาศัยอยู่บนเกาะฮอกไกโดที่เธอถูกทำร้ายโดยกลุ่มผู้ชาย (อาจโดนข่มขืน) และถูกทิ้งให้ตายในห้องน้ำ สภาพเธอเวลานั้นรันทดมากเธอร้องไห้เพื่อขอคนมาช่วยเหลือแต่ไม่ใครมาช่วยแต่อย่างใด เธอเลยคลานออกมาข้างนอกจนกระทั่งเธอทรุดหมดสติบนรางรถไฟ และขณะนั้นรถไฟก็เข้ามาแล่นทับเธอจนตัวขาดสองท่อน และนั้นเองทำให้เธอกลายเป็นวิญญาณร้ายที่ออกตามหาขาตนเอง และส่วนใหญ่เธออาศัยอยู่ในห้องน้ำโรงเรียน (ทำไมต้องห้องน้ำหว่า?) พร้อมกับเสียงที่พูดอย่างโหยหวนว่า “ขาของฉันอยู่ที่ไหน”
5. โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์
ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2536 ณ บริษัท เคเดอร์อินดัสเตรียล ไทยแลนด์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานตุ๊กตาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยอาคาร 5 ชั้น จำนวน 4 อาคาร ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ขณะที่คนงานกำลังทำงานอยู่ภายในอาคาร ได้เกิดเพลิงไหม้ชั้นล่างของอาคาร 1 ทำให้คนงานกว่า 1,400 ชีวิต พยายามวิ่งหนีตายออกจากอาคารอย่างอลหม่าน แต่ทว่า ไฟกลับลุกลามอย่างรวดเร็ว
ที่น่าเศร้าคือ โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ได้คร่าชีวิตผู้คนมากถึง 188 ราย ขณะที่มีผู้บาดเจ็บถึง 469 ราย จากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้มีการนำตุ๊กตาที่ไม่เสียหายออกมาขายในราคาถูก ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นและระเเวกใกล้เคียงก็ได้มาซื้อไป แต่ว่าหลังจากซื้อไปจะเจอแต่เหตุการณ์แปลกๆ เช่นอยู่ๆก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้โดยไม่ทราบที่มา ได้ยินเสียงเรียกแปลกๆในเวลากลางคืน หรือไม่ก็เห็นคนแปลกหน้านั่งคู่อยู่กับตุ๊กตา ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นวิญญาณของคนงานที่ตายในนั้น และยังมีเรื่องเล่าลือว่าแท้จริงแล้วสาเหตุที่คนงานตายกันเยอะเพราะเจ้าของโรงงานสั่งปิดประตูโรงงานในวันที่ไฟไหม้ เพราะกลัวคนงานขโมยตุ๊กตาออกไปนั่นเอง
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
AI เจาะสถิติ 20 ปีหวยงวด 16 เม.ย.69..ให้ 2 ตัวท้ายเน้นๆ!
5 ประเทศ ที่ผู้หญิงเกิดมาสบายที่สุด
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?



