หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

(ตอนที่ 2) ผมอยากจะไลน์ไปบอกว่า "ผมหลงรักอาจารย์นะครับ"


เขียนโดย

                สวัสดีอีกครั้งครับ เพื่อนชาวโพสต์จัง จากครั้งที่แล้วที่ผมเล่าเกี่ยวกับครั้งแรกที่ผมเจออาจารย์คนนึง ก็ทราบถึงความคิดเห็นของหลายๆท่านนะครับ ว่าสิ่งที่ผมทำ ที่ผมเล่า  มันอาจจะไม่ดี ไม่เหมาะสม แต่ผมอยากให้เข้าใจสักนิดนึง ผมแค่อยากเล่าให้ฟัง และเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำที่ดีของผมในตอนนั้น เพราะไม่ว่าเมื่อไรที่ผมเปิดอ่าน ความรู้สึกที่ทำให้ยิ้มได้  มันออกมาเองโดยไม่รู้ตัว  รู้อีกทีเป็นตอนที่เห็นตัวเองยิ้มอยู่เมื่อส่องกระจก มันเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆที่ผู้คนบางส่วนคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ความรู้สึกมันเป็นสิ่งสำคัญครับ และผมจะเล่าต่อนะ

                หลังจากวันแรกที่ผมส่งไลน์ไป วันรุ่งขึ้น  เป็นวันพุธ อากาศปลอดโปร่ง เป็นใจเหลือเกิน เราก็ตื่นเต้นว่า เฮ้ย  อาจารย์จะจำเราได้มั้ยเนี่ย เรานั่งหน้าด้วย คิดไปต่าง ๆ นานาครับ พอมาถึงชั่วโมงเรียน ผมเห็นอาจารย์เดินเข้ามาตัวตรงแหน่วเลย  (อย่างกะนายแบบ  แหม่ ) คราวนี้มาเข้มครับ  ไม่ยิ้มเลย  ตอนแรกผมก็คิดว่า  รุ้แล้วแน่เลยว่าเป็นผมที่คุยกันในไลน์ ผมก็นั่งเกร็ง แอบหันหน้าหนีเล็กน้อย  แต่พอสักพักนึง อาจารย์เขาก็สอนไปตามปกติ ยิ้มๆ หัวเราะ และเช่นเคยว่า เพื่อนสาวหลายๆคน ก็นั่งฟินไปตามๆกัน    ตอนต้นชั่วโมงที่ผมแอบๆหลบหน้าไปทางอื่น เรียนๆไปสักพัก ผมก็หันหน้ามามองอาจารย์ที่สอนครับ สีหน้าเขาปกติ แต่แปลกอย่างนึง  อาจารย์ไม่มองหน้าผมเลย  ผมก็ภาวนาว่าอย่าให้จำได้เล้ยยยยย    เรียนไปจนหมดชั่วโมงครับ  อาจารย์ก็เดินออกจากห้องปกติ   พอตกเย็นผมกลับมาที่บ้าน  ผมก็คิดว่าอาจารย์คงจะจำได้ แล้วก็คงโกรธที่ไปคุยหยอกล้อเล่นในไลน์ อันนี้ผมคิดอ่ะ   แต่วันนี้จะลองคุยดู ถ้าอาจารย์คุยด้วยก็คุยต่อ แต่ถ้าไม่คุย ผมก็คงทำอะไรไม่ได้  เพราะผมผิดเองนี่หว่า   ผมนั่งรอเวลาประมาณสามทุ่ม ก็เริ่มทักไปอีกครั้ง  “สวัสดีครับ ” คราวนี้ผมทำใจไว้แล้วว่า  เอาวะ  โดนดุนิดหน่อยแล้วอาจจะโดนหักคะแนน อะไรก็ว่ากันไป นะ   อาจารย์ก็ตอบกลับข้อความผมมาว่า “ผมจำได้ละว่าคุณคือใคร  ผมก็ว่าหน้าคุ้นๆ หน้าอย่างนี้นะ นักศึกษาชัวร์  ฮ่าๆๆๆๆ    “ เท่านั้นแหละครับ  ผมโล่งอก อาจารย์ไม่ดุเราว่ะ  เออ   ดีๆ  งั้นคุยต่อเลย   ประเด็นที่คุยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทั่วไปครับ ส่วนมากเป็นการบ้าน ผมก็จะคอยขอคำปรึกษาอยู่บ่อยๆ ทั้งที่จริงผมก็ทำเสร็จแล้วอ่ะนะ (หาเรื่องที่จะคุยกันได้ยาวๆ)  เรื่องไปเที่ยวบ้าง ว่าอาจารย์ชอบไปเที่ยวไหน  กินอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายบ้าง  ส่วนมากที่คุย เหมือนผมไปฟังสารคดีและธรรมะซะงั้น เพราะทุกครั้งที่คุยกัน อาจารย์สอนผมตลอดครับ ว่าอะไรดีไม่ดี  แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไง เทคนิคการทำงานยังไงให้สำเร็จ  ซึ่งผมก็ว่าดีนะ  รู้สึกพิเศษด้วย เพราะสอนผ่านไลน์ที่อาจารย์เขาเสียเวลามาพิมพ์ให้ผมอ่าน  ส่วนเรื่องที่อาจารย์จะคุยกับผมก็จะมีเรื่องเพื่อนในห้อง ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง เรียนรู้เรื่องกันไหม  มีส่วนไหนที่อาจารย์อธิบายไม่เข้าใจ  บอกกันได้ อาจารย์จะได้นำไปปรับปรุงให้เหมาะสม  โอ้  อาจารย์ช่างเข้าใจลูกศิษย์จริงๆ  ที่ผมคิดอ่ะนะ

                ทุกๆวันครับ ผมจะเป็นคนทักไปในไลน์เสมอ  ชวนคุยนู่นนี่นั่น ไปเรื่อยเปื่อย  แต่ทุกคำที่ใช้  ผมระวังอยู่เสมอ เพราะคุยกันในขอบเขตของอาจารย์กับลูกศิษย์ ซึ่งอาจารย์ก็ไม่ว่าอะไรผมครับ แถมยังคุยโต้ตอบกับผมด้วย อย่างนึงที่อาจารย์บอกผมคือ  เขาไม่ค่อยมีเพื่อนคุย  ผมเป็นคนที่คุยเพลินดี เลยคุยด้วย ซึ่งผมก็ดีใจนะ (รู้สึกความหวังเริ่มก่อตัวเล็กๆ) ผมกับอาจารย์ก็คุยกันเรื่อยๆมา จนผมเองรู้สึกว่า เฮ้ย เราชอบเขามากขึ้นทุกวัน  ทุกครั้งที่คุยด้วย เวลาที่อาจารย์ตอบไลน์มา  ผมจะนั่งยิ้มม  จนเพื่อนบางคนสงสัยว่าผมเป็นบ้าอะไร นั่งมองมือถือแล้วยิ้ม(บางครั้งผมคุยตอนพักเที่ยง)

บางที ผมก็หลุดๆไปเหมือนกันเวลาคุย ออกแนวอ้อน มีอยู่ครั้งนึง  สอบวิชานี้แหละ  ก่อนวันสอบสี่ห้าวัน ผมคุยกับอาจารย์ แล้วก็ถามว่าข้อสอบออกแนวไหน มีประมาณกี่ข้อ  ออกข้อสอบจากบทไหนบ้างเรื่องไหนบ้าง (เวลาคุย  ผมมี คำว่า  ครับ  ทุกครั้งนะ) อาจารย์ก็ตอบผมครับ ชี้แจงให้ผม ผมก็เลยแกล้งบอกไปว่า  ถ้าผมได้คะแนนเต็ม  ผมจะได้อะไร   อาจารย์เงียบไปแปบนึง  แล้วตอบกลับมาด้วยรูปภาพพวงกุญแจรูปเสือน่ารักๆ  แล้วเขียนว่า  พวงกุญแจสำหรับผู้ทำคะแนนสูงสุด

อ้าวววว  มีของรางวัลมาล่อขนาดนี้  ผมนี่รีบหยิบหนังสือมาอ่านเลยครับ แล้วช่วงนั้นคือ ผมอ่านหนังสืออย่างเดียว  ไม่ค่อยได้คุยกับอาจารย์เลย  (ตอนสอนก็สอนอย่างเดียว  เราไม่ได้คุยกันนะครับ) แต่ก็มีทักไปในไลน์บ้าง อาจารย์ก็จะบอกว่า  สู้ๆ เพื่อพวงกุญแจ  ฮ่าๆๆๆๆ   (ผมก็ไม่ได้อยากได้พวงกุญแจนะ  แต่ถ้าอาจารย์เป็นคนให้  ผมจะพยามให้ถึงที่สุดครับ)

และแล้ววันสอบก็มาถึง ผมสะอึกไปหลายครั้งเมื่อเห็นข้อสอบ  แม่เจ้า  ฆ่าผมเถอะ  ถ้าจะออกยากขนาดนี้  แต่ไม่เป็นไร  เราต้องทำได้  เพื่อพวงกุญแจ เพื่อพวงกุญแจ  เพื่อพวงกุญแจ  .....  ผมก็ตั้งใจสอบเต็มที่ครับ แต่ก็รู้ตัวว่าทำไม่ได้หลายข้อ  แต่ก็ยังมีความหวังอยู่   พอวันประกาศผลสอบ(ครั้งที่ 1 ) อาจารย์เอาผลสอบมาประกาศด้วยตัวเองเลย  ผมก็นั่งเกร็ง แต่หน้าก็ยิ้ม  อาจารย์เริ่มประกาศชื่อทีละคนๆ  ผมก็ดันอยู่ท้ายๆซะอีก เพื่อนๆ คะแนนสูงๆหลายคนครับ พอมาถึงชื่อผม อาจารย์มองหน้าผมแล้วยิ้ม  18 คะแนน (จากสามสิบคะแนน) โอ้วววว  ม่ายยยยยยย   พวงกุญแจหายวับไปกับสายลมเลยครับ   เศร้าแปบบบบ  วันนั้น  ตอนสามทุ่ม ผมก็ทักไลน์ไปว่า อาจารย์ตรวจของผมผิดรึเปล่าเนี่ย  ทำไมคะแนนน้อยล่ะ  ผมเลยอดพวงกุญแจเลย ผมก็พูดแบบขำๆแกมหยอกไป  อาจารย์ก็บอกว่า  ตรวจของผมคนแรกเลย ดูสิว่าจะชิงพวงกุญแจไปได้ไหม  แล้วเขาก็บอกอีกว่า  คราวหน้าให้ตั้งใจกว่านี้ เพื่อตัวเราเองด้วย  ผมล่ะซาบซึ้งจริง ๆ

                ผมชอบอาจารย์มากขึ้นทุกๆวัน ทุกครั้งที่เรียน ผมจะตั้งหน้าตั้งตาเรียน แล้วก๋จ้องหน้าอาจารย์ตลอดเลย  ฮ่าๆๆๆ

แต่ทุกครั้ง  อาจารย์ไม่มองหน้าผมเลย บางครั้งมีการถามตอบกันในเนื้อหา  ผมจะยกมือตอบ อาจารย์ก็ให้คนอื่นที่ยกทีหลังผมเป็นคนตอบ  ผมก็รู้สึกน้อยใจนิดๆ นะ  แบบว่า เอ้า  ไม่ให้เราแสดงความรู้หน่อยเหรอ

                จนที่สุด  หลังวันสอบวันสุดท้าย  ผมรวบรวมความกล้า ส่งข้อความไปบอกว่า “ผมชอบอาจารย์นะครับ  ผมรู้ว่ามันไม่เหมาะสม มันไม่ควร ที่ลูกศิษย์จะมารักมาชอบครูบาอาจารย์  แต่ที่ผมบอก มันเป็นความรู้สึกที่ผมมีให้ ทุกครั้งที่อาจารย์สอนผม  บอกผม แนะนำผม ผมยินดีรับฟัง และดีใจที่อาจารย์คุยกับผม ผมไม่ได้ต้องการให้อาจารย์มารักผมตอบ แค่อยากให้รู้ไว้ว่า  ผมรู้สึกดี  ชอบทุกอย่างของอาจารย์   อาจารย์จะเกลียดผม  ผมก็ไม่ว่า  เพราะมันผิดที่ผมตั้งแต่ต้น ผมขอโทษนะครับ  ถ้าอาจารย์จะไม่คุยกับผมอีก  ผมก็เข้าใจครับ”  ผ่านไปสักพัก อาจารย์ก็เงียบ  ไม่ได้ตอบข้อความผม  จนวันต่อมา  อาจารย์ตอบกลับมาว่า “ขอบคุณนะครับที่รู้สึกดีกับผม  ที่คุณชอบผม  ผมก็ดีใจนะ  แต่มันไม่เหมาะสมที่ลูกศิษย์จะมาบอกรักครูแบบนี้  ผมเป็นอาจารย์คุณ  คุณเป็นลูกศิษย์ผม  ใครเขารู้ เขาจะว่าคุณได้  อีกอย่าง คุณเป็นคนเก่ง คนน่ารัก คงหาแฟนได้ไม่ยาก   ลองมองหาคนอื่นสิครับ คนที่ดีกว่าผมมีเยอะแยะ อย่าเอาความรู้สึกสั้นๆตรงนี้ มามัดตัวเองไว้กับผมเลย  มันไม่คุ้มหรอก” พออ่านจบ  ผมก็ไม่ช็อกนะ แต่ก็รู้สึกว่า  อืมมม สมควรแล้วล่ะ ที่ต้องโดนแบบนี้

แต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้ ผมเลยบอกต่อไปว่า  “ผมรู้ครับ ว่าตอนนี้ สถานะผมกับอาจารย์มันไม่เหมาะสมจริง  แล้วถ้าผมเรียนจบปริญญา ไม่ได้อยู่ในสถานะนักศึกษาอย่างตอนนี้  อาจารย์จะยอมรับผมขึ้นมาบ้างมั้ยครับ  ”

อาจารย์ก็เลยบอกว่า “ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย ถึงคุณจะเรียนจบ ไม่ใช่ลูกศิษย์ผม  ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับคุณอยู่ดี มันเป็นไปไม่ได้ครับ เลิกชอบผมเถอะ  เปิดใจให้คนอื่น”  ผมได้อ่านประโยคนี้  อึ้งไปเลยครับ  แต่อึ้งได้ไม่นาน ผมก็สู้ต่อแต่ก็เจียมเนื้อเจียมตัวว่า “ครับ ถึงอาจารย์จะไม่ชอบผม  แต่ผมขอได้มั้ยครับ ขอคุยต่อไปอย่างเดิม แซวได้อย่างเดิม อาจารย์อย่าเกลียดผมนะ ”  อาจารย์ก็บอกว่า “ครับผม  ผมเข้าใจ ผมคุยกับคุณได้ แค่ในฐานะเพื่อน ในฐานะอาจารย์คนนึงเท่านั้นนะครับ”

                หลังประกาศผลสอบ  ผมก็ยังมามหาลัยอยู่ทุกวัน  และยังคุยกับอาจารย์เหมือนปกติ  แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือ  บทสนทนาที่ผมจะแซวและออกแนวจีบอย่างชัดเจนเสมอๆ  อาจารย์ก็จะคอยเบรกผมตลอดว่า  มันไม่ควรนะ มันไม่เหมาะสมนะ  ผมก็หยอกล้อไปเรื่อย (แต่ในใจก็แอบหวังอยู่ลึกๆ)

                มีอยู่ครั้งนึง อาจารย์บอกผมว่า ผมหล่อนะ ถ้าผอมกว่านี้ เวลาเดินก็หลังค่อม ทำไมไม่ปรับบุคลิกภาพ  เผื่อใครเห็นเขาจะได้ชอบ   ผมก็เลยแซวไปว่า  ถ้าผมผอม เดินเท่ๆไม่หลังค่อม อาจารย์จะชอบรึเปล่าครับ  อาจารย์ก็จะบอกว่า  ไม่ต้องมาถามผม ที่ผมบอกเพื่อตัวคุณเองนะ    ผมก็พยามปรับปรุงบุคลิกมาตั้งแต่วันนั้น (ผมเป็นคนตัวค่อนข้างใหญ่ครับ คนทั่วไปมองว่าไม่อ้วน  แต่อาจารย์บอกว่าอ้วน  เอ๊ะ  ยังไง)

                จนวันที่ผมเรียนจบ  ผมส่งไลน์ไปหาอาจารย์บอกว่า  “ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว จีบอาจารย์ได้เต็มที่แล้วนะ  ^^”

อาจารย์ก็บอกว่า “ผมเห็นคุณพยายามมานานแล้ว  ไม่เหนื่อยเหรอ  ผมก็เคยบอกไปแล้วว่าผมไม่ชอบผู้ชาย  แต่คุณเป็นคนแรกที่ผมคุยด้วยแล้วไม่เบื่อ ปกติผมไม่คุยกับนักศึกษานานขนาดนี้  ไม่แน่นะ ผมอาจจะชอบคุณก็ได้”

วินาทีที่เห็นคำนี้ครับ ผมดีใจมากกก  แต่ก็บอกอาจารย์ไปว่า “เหอะๆ  ไม่ต้องมาแกล้งผมเลย  ผมรู้ว่ายังไงอาจารย์ก็ไม่ชอบผมอยู่ดี”   เขาก็บอกว่า “อนาคตไม่แน่นอน  ไม่แน่นะ  วันนึงผมอาจจะชอบคุณก็ได้  ฮ่าๆๆๆๆ”

ตอนนั้นผมแน่ใจเลยว่า อาจารย์แกล้งผมชัวร์ๆ แต่ผมก็แอบดีใจนะ ที่เห็นข้อความแบบนี้ ก็แอบหวังให้เป็นจริง  แต่ก็รู้ดีว่า มันคงเป็นไปไม่ได้

ผมขอพักเล่าเรื่องก่อนนะครับ ขอผมส่งไลน์ไปคุยกับอาจารย์ก่อน  เดี๋ยวผมมาต่อให้อีกนะครับ^^

#ขออภัยสำหรับบางท่านที่อารมณ์อาจจะค้าง  ^_^

 

เนื้อหาโดย: Blizzard
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Blizzard's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7,878 ครั้ง
เขียนโดย Blizzard
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
48 VOTES (4/5 จาก 12 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทยทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่นอำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทยจังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปีAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 เม.ย.69 รับรองแม่นยำสุดๆ!5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยแนวทางมหาเฮงจากหมอปลาย พรายกระซิบ งวด 16 เมษายน 2569น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุนเลขขายดีงวด 16 เมษายน 2569 ลอตเตอรี่เริ่มขาดแผง คนแห่ซื้อเพราะอะไรศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สงกรานต์ยังไม่มา แต่กัมพูชาเริ่มแล้ว! ปะแป้งมันส์ล่วงหน้า คนไทยเห็นแล้วมีสะดุ้งนิด ๆคิดจะดัด… จัดฟันทั้งทีอย่าให้มีรอบสองทำไมใช่หน่วยบาร์เรล วัดน้ำมันโลก พร้อมวิธีแปลงเป็นลิตรอย่าเพิ่งเติม! พรุ่งนี้! ดีเซลลดราคา 2.14 บาท คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดโรงเรียนหญิงล้วนแห่งแรกของประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่