หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด ภาค 3 ตอน ม้าตีนปลาย


โพสท์โดย

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด ภาค 3 ตอน ม้าตีนปลาย

 

จากตอนที่แล้วหมอได้ทิ้งท้ายไว้เกี่ยวกับระบบการศึกษาของบ้านเรา เมื่อเปรียบเทียบกับของประเทศที่พัฒนาแล้วยังมีอะไรที่ต้องปรับปรุงอีกมากมาย ตอนนี้หมอจะเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ของหมอและลูกหมอเองให้ฟังเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อคิดกับผู้อ่านทุกท่าน ถ้าเป็นกรณีลูกของคุณ  คุณจะทำอย่างไร?

เริ่มจากลูกชายคนโต หมอได้ส่งลูกไปโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งเป็นโรงเรียนที่เน้นการเลี้ยงดูเด็ก สอนเด็กให้ช่วยเหลือตัวเองเข้าสังคมเล่นกับเพื่อน แต่ไม่เน้นการเรียนการสอนหนังสือให้อ่านออกเขียนได้หรือแม้กระทั่งการบวกเลข ไม่ว่าจะเป็นเลขหนึ่งหลักหรือสองหลักก็ทำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเมื่อลูกหมอเริ่มเข้าโรงเรียนชั้นประถม 1 จะอ่านหนังสือเป็นคำๆไม่ได้เลย  อ่านวันที่ที่ครูจดบนกระดานไม่ได้ อ่านได้แต่ ก .. ไก่   ข.. ไข่  ค... ควาย หรือคำง่ายๆ เช่น กา ขา เป็นต้น ในขณะที่เด็กคนอื่นส่วนมากอ่านออกและบวกเลขได้แล้ว ถ้าคุณเป็นตัวหมอคุณคิดว่าคุณควรทำอย่างไร 1)จ้างครูมาสอนพิเศษตัวต่อตัว  หรือ 2)ส่งลูกไปเรียนพิเศษ และทำการบ้านเพิ่มเติม  หรือ 3) ติวและสอนหนังสือลูกด้วยตัวเองอย่างเข้มข้นเพื่อให้ลูกเรียนทันเพื่อน  ถ้าคุณตอบข้อ  1, 2 หรือ 3  ข้อใดข้อหนึ่งคุณคิด  ........ผิดครับ

 เพราะหมอแน่ใจในตัวลูกหมอว่าไม่โง่แน่นอน (ถ้าคุณผู้อ่านยังจำได้ คนเราจะฉลาดหรือไม่ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมครับ)     หมอจึงปล่อยให้ลูกเรียนอย่างสบายตามปกติ ไม่มีการติวหรือเรียนพิเศษ  เพียงแต่ให้ทำการบ้านตามที่คุณครูสั่ง  แล้วหมอมีหน้าที่ตรวจว่าลูกทำการบ้านครบและถูกต้องเพียงเท่านั้น  เสาร์อาทิตย์ก็พาไปเที่ยวเขาดินแทบทุกอาทิตย์  ถือว่าเป็นวันครอบครัว เป็นวันพักผ่อน ไม่มีการส่งลูกไปเรียนพิเศษตั้งแต่เช้าจรดเย็นอย่างที่หลายๆ คนทำกันอยู่ ถึงเวลาสอบเทอมแรกลูกหมอยังอ่านหนังสือไม่คล่อง เวลาสอบลูกเล่าว่าต้องให้คุณครูยืนอยู่ข้างๆ อ่านโจทย์ให้ฟังแล้วให้ลูกหมอเลือกคำตอบเอง   ผลการสอบเทอมแรกลูกหมอได้ที่ 29  จาก  30 คน

 อ่านไม่ผิดหรอกครับ ได้ที่ 2 จากท้ายห้อง  น่าตกใจไหมครับ?  ถึงตอนนี้ถ้าคุณเป็นตัวหมอ  คุณจะทำอย่างไร? 1)จ้างครูมาสอนพิเศษตัวต่อตัว  หรือ 2) ส่งลูกไปเรียนพิเศษและทำการบ้านเพิ่มเติม หรือ 3) สอนหนังสือลูกด้วยตัวเองอย่างเข้มข้นเพื่อให้ลูกสอบดีขึ้น  ถ้าคุณตอบข้อ 1 , 2 หรือ  3 ข้อใดข้อหนึ่ง คุณตอบ........ผิดครับ  ปิดเทอมหมอส่งลูกไปอยู่กับอาม่า(แม่ของหมอ)ที่กาญจนบุรี  ไปใช้ชีวิตเรียนรู้ธรรมชาติต่างจังหวัด  จนกระทั่งเปิดเทอมจึงไปรับกลับมาเรียนตามปกติ โดยไม่มีการสอนหรือเรียนพิเศษเพิ่มเติมเหมือนเทอมแรก

 ผลการสอบเทอมปลาย ลูกหมอเริ่มจะอ่านหนังสือได้คล่อง  สอบได้ที่ประมาณ 22 – 23 ของห้อง  ปิดเทอมใหญ่ก็ไปอยู่กับอาม่าที่ต่างจังหวัดเหมือนเคยจนกระทั่งเปิดเทอม กลับมาเรียน ป.2 ลูกไปเรียนตามปกติ  หมอเพียงตรวจการบ้านว่าทำครบและถูกต้อง ทุกอย่างยังทำเหมือนเดิม  แต่ผลการสอบปรากฏว่าลูกหมอค่อยๆ ดีขึ้นจนประมาณ ป . 3  ก็เริ่มเห็นว่าลูกทันเพื่อนในชั้นแล้ว  แต่เกรดการสอบก็อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยปานกลางของห้อง จะมาเริ่มเห็นว่าลูกเริ่มเก่งประมาณ ม. 1  พอถึง ม. 3 หมอก็แน่ใจว่าลูกเก่งพอสมควร สอบได้เกรด  3 กว่า   พอ ม. 4 – ม. 6  ผลการสอบก็ดีขึ้นตามลำดับ   จนสามารถสอบเข้าเรียนแพทย์ได้   จากเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออก สอบได้ที่ท้ายสุดของห้อง

ปัจจุบันเรียนจบเป็นหมอด้านอายุรกรรมโรคหัวใจแล้วครับ  ส่วนลูกคนที่ 2 ก็เข้าอีหรอบเดิม ตอนเข้าเรียนชั้นประถม  1  ก็อ่านไม่ออก เขียนเป็นคำไม่ได้     ปรากฏว่าทางโรงเรียนมีโครงการทดลองจับเด็กเรียนอ่อนทั้งหมดประมาณ  40 กว่าคนมารวมอยู่ห้องเดียวกัน  แล้วให้ครูประจำชั้น 2 คนดูแล  มีการจัดสอนติวพิเศษตอนเย็นทุกวัน ครูสั่งทำการบ้านเยอะแยะไปหมด เช่นเลข 10 ข้อ แต่ละข้อจะมี 10 ข้อย่อย  รวมเป็น 100 ข้อต่อครั้ง  ตอนเย็นพ่อแม่จะต้องมานั่งรอกันเต็มหน้าห้องทุกวัน หลายคนเป็นทุกข์กังวลใจมากและนั่งคุยปรับทุกข์กันเอง

ส่วนหมอนั้นชินเสียแล้ว เพราะประสบการณ์จากลูกคนแรกสอนว่าถ้าลูกเรานั้นใช้ได้  เริ่มต้นถึงจะช้ากว่า แต่ท้ายที่สุดก็จะสามารถทันเพื่อนได้โดยตัวเขาเอง  โดยไม่ต้องเร่งเรียนพิเศษ  ผลการสอนปรากฏว่ามีอยู่เย็นวันหนึ่ง หมอไปถึงหน้าห้อง เห็นห้องปิดหมดทั้งประตูและหน้าต่าง  ปิดไฟมืดและเงียบ  พ่อแม่นั่งรอคอยกันเต็มหน้าห้องเหมือนทุกวัน  สอบถามได้ความว่าคุณครูทนไม่ไหว ในความเป็นเด็กอ่อนของนักเรียนทั้งห้อง  ซนมาก ไม่สนใจเรียน ไม่ยอมนั่งเรียน  เดิน วิ่งไม่ฟังครู  จนครูทนไม่ไหว ร้องไห้ ปิดประตูหน้าต่างรวมทั้งไฟและพัดลม ปล่อยให้เด็กนั่งนิ่งเงียบอยู่ในห้อง เป็นการทำโทษ  

สักพักจึงปล่อยกลับบ้าน ทำเอาพ่อแม่ใจเสียกันแทบทุกคน  ยกเว้นหมอคนเดียวที่มีประสบการณ์มาแล้ว จึงรู้สึกเฉยๆ  เพราะสังเกตเห็นและคิดว่าลูกเรานั้นใช้ได้  พอโดขึ้นก็จะเก่งและดีขึ้นได้โดยตัวเขาเองเหมือนพี่ของเขาเช่นเดียวกัน ช่วงเสาร์อาทิตย์ก็เป็นวันครอบครัว เราพาลูกไปเที่ยวเล่นตามประสาเด็กส่วนใหญ่ ก็เขาดินเหมือนเดิม  จนเดี๋ยวนี้ลูกทั้ง 2 คน ถึงแม้จะโตจนทำงาน ชีวิตเขาจะผูกพันกับเขาดินและต่างจังหวัดมากพอสมควร โดยเฉพาะลุกชายคนโตชอบไปงานวัด   ยิงปืน  ปาลูกโป่ง  ปาเป้า  นั่งชิงช้าสรรค์  เห็นงานวัดเป็นไม่ได้ ต้องขอไปทุกทีแม้ว่าจะเป็นหมอแล้วก็ตาม  

ช่วงปิดเทอมลูกคนเล็กก็ไปอยู่กับอาม่าพร้อมพี่ชาย  ส่วนผลการสอบของลูกคนเล็กก็เป็นไปตามคาด ปีแรกๆก็คล้ายพี่ชาย แต่ผลการเรียนก็ดีขึ้นตามลำดับ พอถึง ม.3  ก็เห็นชัดว่าเขาเรียนใช้ได้ สอบเอนทรานซ์ได้เรียนคณะวิศวะจุฬาฯ ปัจจุบันจบทำงานมาแล้ว 3 ปี  กำลังเรียนต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจ ( MBA )  ที่ประเทศสหรัฐอมริกา โดยสอบได้รับทุนการศึกษาจากธนาคารแห่งหนึ่งของประเทศไทย 

     จากประสบการณ์ที่ได้จากลูกทั้ง2คนที่ผ่านมา  หมอจึงไม่แน่ใจว่าการเรียนพิเศษ การติวนั้นจะช่วยให้ลูกเรียนเก่งขึ้น ฉลาดขึ้นในระยะยาวได้จริงอย่างที่หลายคนตั้งความหวังไว้หรือไม่?  จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหมอส่งลูกไปเรียนพิเศษ ติวอย่างเข้มข้น ลูกจะเรียนเก่งสอบเอนทรานซ์ได้ดีกว่านี้หรือไม่?  แต่หมอแน่ใจอยู่เรื่องหนึ่งว่า การเคี่ยวเข็นให้เด็กเรียนหนักทั้งที่เด็กไม่พร้อม ศักยภาพไม่เพียงพอ แทนที่จะช่วยส่งเสริมเด็ก

หมอคิดว่ากลับจะทำให้เด็กเหนื่อยเกินไป รู้สึกล้าและเบื่อการเรียน จนโตขึ้นเป็นคนที่ไม่อยากเรียนรู้  ไม่สนใจเรียนเพิ่มเติม  ไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง  เรียนได้แต่ในห้อง  ค้นคว้าเรียนเองไม่ได้  คิดเองไม่เป็นและทำงานไม่เป็น การยัดเยียดให้เด็กเรียนจนเต็มสมอง จนสมองไม่มีที่ว่างพอที่จะเติมหรือใส่อะไรลงไปได้อีกเมื่อโตขึ้นไม่น่าจะเป็นผลดีต่อตัวเด็ก ถ้าเปรียบเหมือนม้าแข่ง การเฆี่ยนม้าให้วิ่งเต็มที่อยู่ตลอดเวลา

โดยที่โค๊ชไม่รู้จัก ไม่เข้าใจสภาพและศักยภาพของม้า ไม่มีผ่อนหนัก ผ่อนเบา จนม้าหมดแรง หมดสภาพ ก็มีแต่จะพ่ายแพ้  เหมือนม้าตีนต้น  สู้รู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบา ถนอมม้า   แล้วเร่งเมื่อถึงเวลา ก็จะเข้าสู่เส้นชัย เปรียบเหมือนม้าตีนปลายน่าจะได้ผลดีกว่า

 

ขอให้มีความสุข และสนุกกับการเลี้ยงลูกนะครับ

 

 
 
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
destinygoal's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,297 ครั้ง
โพสท์โดย destinygoal
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
28 VOTES (4/5 จาก 7 คน)
VOTED: Asuka, แก๊บจ่ะ, ginger bread, destinygoal
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปีจังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทยเลขขายดีงวด 16 เมษายน 2569 ลอตเตอรี่เริ่มขาดแผง คนแห่ซื้อเพราะอะไร5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทยเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!แนวทางมหาเฮงจากหมอปลาย พรายกระซิบ งวด 16 เมษายน 2569เปิดหน้าต่างผิดเวลา ห้องยิ่งร้อนขึ้น วิธีทำให้เย็นแบบไม่ใช้แอร์ที่หลายคนพลาดคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมืองAI เจาะสถิติ 20 ปีหวยงวด 16 เม.ย.69..ให้ 2 ตัวท้ายเน้นๆ!อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทยน้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คืนตัดสินชะตาโลก? เมื่อ 'เครื่องบินวันสิ้นโลก' ขยับ พร้อมเส้นตายสุดท้ายจากทรัมป์ถึงอิหร่าน!อาหารโปรตีนสูงสำหรับมังสวิรัติกัวลาลัมเปอร์ยันไม่ปรับราคาน้ำมัน เหตุสถานการณ์อิหร่านไม่กระทบคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดจังหวัดในภาคกลางของไทยที่มีป่าไม้มากที่สุดทะเบียนบ้านสีน้ำเงิน vs สีเหลือง ต่างกันอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่