ผู้ชายทั้งหลายโปรดระวัง!!!.. จู๋..ก็ติดเชื้อราได้ #สยองมาก
วันนี้อาจจะยาวสักหน่อยนะครับ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวและสำคัญมาก แต่ผู้ชายอย่างเราๆ มองข้ามเองต่างหาก ถ้าเคยได้ยินก็มีแต่เชื้อราในช่องคลอด จริงๆ แล้วน้องชายเรานั่นแหละครับตัวดีเลย ติดเชื้อได้ง่ายกว่าซะอีก
อย่างที่ผมบอกหลายๆ บทความว่า ทำไม โรคติดต่อทางเพศเกิดขึ้นกับชายไทยได้บ่อยนัก ทั้งๆ ที่บางคนก็ไม่ได้สำส่อนนะ!! ก็เพราะว่า ส่วนหนึ่งมาจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นในประเทศไทย จึงทำให้บ้านเราเกิดโรดติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่าย ซึ่งอันนี้ต้องทำใจ หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะ “เชื้อรา”
ซึ่งแบ่งตามชนิดของเชื้อราแล้ว เราจะพบบ่อยที่สุด 2 แบบครับ
- เชื้อราแคนดิดา (Candida)
- เชื้อราเดอร์มาโตไฟท์ (Dermatophytes)
มารู้จักทีละตัวก่อน….
เชื้อราแคนดิดา (Candida)
เป็นเชื้อราที่เกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่อับชื้น อย่างเช่น ช่องคลอด เชื้อราตัวนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับผู้หญิง (แต่ผู้ชายก็มีสิทธิ์เป็นได้หากไม่ดูแลความสะอาดซึ่งกันและกัน) การติดเชื้อนี้จะแสดงอาการอยู่ 3 ประการครับ
- ตกขาว โดยจะมีน้ำใสๆ หรือขาวขุ่นเหมือนคราบนม และจะเกิดอาการคันบริเวณปากช่องคลอดมาก
- เป็นผื่นที่ผิวหนัง ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นที่อวัยวะเพศชาย โดยจะมีผื่นขึ้นที่ขาหนีบ หนังหุ้ม ปลายจู๋ และบริเวณใกล้เคียงอื่นๆ ลักษณะจะเป็นรอยแดง เป็นจุด ขุยเปื่อย หรือตุ่มหนองเล็กๆ ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ สีชมพูแดง รอยโรคดังกล่าวนี้มักมีอาการคันมาก ถึงมากที่สุด
- ติดเชื้อราในท่อปัสสาวะ (ของน้องชาย) อาการนี้ถึงแม้จะพบไม่บ่อยยนัก และส่วนมากที่พบจะพบในคนที่มีประวัติท่อปัสสาวะอักเสบและเรื้อรังมานานๆ และพบได้ในผู้ที่กินยาปฏิชีวนะนานๆ เช่นกัน อาการของเชื้อราในท่อปัสสาวะจะคล้ายกับหนองในเทียมครับ โดยจะมีอาการปัสสาวะขัด รู้สึกระคายเคือง มีมูกใสๆ ซึมออกมาที่ท่อแต่จะไม่มีหนองเหมือนหนองใน
(เป็นไงหละครับ ถ้าติดต่อมาทางผู้ชายนี่ทรมาณกว่าผู้หญิงซะอีก)
การติดเชื้อราเดอร์มาโตไฟท์ (Dermatophytes)
เชื้อราชนิดนี้ทำให้เกิดโรคที่ขาหนีบที่นิยมเรียกกันว่า “กลาก” โดยจะมี
- รอยโรคเป็นปื้นสีนํ้าตาลแดงขอบเขตจะชัดเจน
- อาจมีตุ่มนูนหรือขุยตามขอบ ปื้นนี้จะขยายออกช้า ๆ
- รอยโรคนี้จะมีอาการคันได้แต่ไม่มากนัก การติดเชื้อราชนิดนี้ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะติดจากการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนมากแล้วจะ ติดจากการสัมผัสกับเสื้อผ้า เครื่องใช้ซึ่งมีเชื้อ เช่น ซักปนกับคนที่เป็นโรค หรือ ติดจากห้องนํ้า สระว่ายนํ้า ฯลฯ แต่แน่นอนว่าส่วนหนึ่งแพร่กระจายจากการมี เพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรค
การรักษา
เชื้อราแคนดิดา (Candida)
- หากเกิดตกขาวของผู้หญิง รักษาด้วยยาสอด ยาที่ใช้ได้แก่ยาสอดคลอตริมาโซล (Clotrimazole) ซึ่งหากแฟนสาวของคุณเป็นอยู่ ควรไปปรึกษาแพทย์ อย่ามองว่าเป็นเรื่องน่าอายนะครับ เพราะหากรักษาไม่หายขาด เชื้อยังมีเชื้อหลงเหลืออยู่ ก็จะเกิดขึ้นซ้ำๆ ได้
- (สำหรับผู้ชาย) ที่ติดเชื้อราแคนดิดาที่ผิวหนัง ควรปฏิบัติดังนี้ครับ
- จะต้องหลีกเลี่ยงความชื้นแฉะของผิวหนังบริเวณนั้น
- ทำความสะอาด ด้วยนํ้าและเจลอ่อนๆ ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อผู้ชายโดยเฉพาะแล้วครับ ลองไปศึกษาดู
- อย่าลืมซับให้แห้ง แล้วทาด้วยครีมคลอตริมาโซล หรือ ครีมนัยสะแตติน วันละ 2 ครั้ง นานประมาณ 2 สัปดาห์ กางเกงใน ผ้าเช็ดตัว ควรซักตากแดดทุกวัน และควรแยกซักไม่ปะปนกับของผู้อื่น
- ในผู้ชายที่เกิดโรคเชื้อราแคนดิดาที่หนังหุ้มอวัยวะเพศชาย ควรให้ภรรยา หรือคู่รักไปตรวจภายในเพื่อดูว่ามีเชื้อราในช่องคลอดด้วยหรือไม่ การติดเชื้อราในช่องคลอดอาจมีอาการน้อยจนไม่ได้สังเกตก็ได้
การรักษาเชื้อราเดอร์มาโตไฟท์ (Dermatophytes)
- จะต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอ
- หลีกเลี่ยงความแฉะ อับชื้น ไม่ควรใส่กางเกงยีนส์
- เปลี่ยนกางเกง ผ้าเช็ดตัว และซักตากแดดทุกวัน
- ทาบริเวณที่เป็นด้วยครีมคลอตริมาโซลวันละ 2 ครั้ง นานประมาณ 1 เดือน (เร็วกว่านี้ถึงแม้จะรู้สึกว่าหายแล้ว เพราะอาจเป็นซํ้าได้ง่าย ในกรณีเป็นมาก เรื้อรัง)
- ควรปรึกษาแพทย์ อาจจำเป็นต้องกินยารักษาเชื้อรา (Griseofulvin ในขนาด 500 มก.ต่อวัน) นานประมาณ 2 เดือน ยาดังกล่าวอาจมีอาการแพ้ได้ไม่ควรกินเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
เห็นมั๊นหละครับว่า ไอ้เจ้าเชื้อรา ไม่ได้ไกลตัวเลย เป็นง่าย หายาก ใช้เวลานานกว่าจะหายขาด และไม่ได้เกิดแค่ผู้หญิงอย่างเดียว ผู้ชายก็เป็นได้ และที่สำคัญ “มันเกิดเพราะความสกปรก และมักง่ายของผู้ชายนี่แหละ” อย่าโทษของผู้หญิงที่ไม่ดูแลความสะอาดครับ (เพราะผมคิดว่าผู้หญิงก็ต้องดูแลของตัวเองดีระดับหนึ่งแล้ว) ซึ่งบางทีเชื้อราตัวนี้มาจากจู๋ของเราเองนี่แหละ ที่ไม่สะอาด เวลาจะมีอะไรกันก็ไม่ยอมล้างก่อน แล้วมันก็จะติดกันไปมาอย่างนี้ ทางที่ดีควรปฏิบัติดังนี้ครับ
- ดูแลความสะอาด ทั้งชายและหญิง ให้เป็นกิจวัตร ซับให้แห้งอยู่เสมอ ยิ่งโซนอวัยวะเพศชายต้องใช้ตัวทำความสะอาดเฉพาะที่ เพราะบอบบางและเป็นโซนที่เพาะบ่มเชื้อต่างๆอย่างที่คิดไม่ถึง แนะนำให้ใช้เจลทำความสะอาดที่อ่อนโยนกว่าและยังทำความสะอาดได้ดีกว่า เหมาะกับอวัยวะเพศชายและจุดอับข้อพับต่างๆ ของผู้ชายที่สุด
- ทำความสะอาดทุกครั้งก่อนจะมีอะไรกัน เพราะถ้าคู่ไหนที่มีเชื้อราอยู่สามารถติดเชื้อไปยังคอ ทางปากได้ (ไม่ต้องมโนครับว่ามันติดได้ไง อิอิ)
- หากมีอาการให้รีบปรึกษาแพทย์ ดีกว่าปล่อยเป็นเรื้อรัง
5 ประเทศที่ขาดแคลนผู้หญิงมากที่สุด
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
"แต๋วจ๋าพารวย" วันที่ 16 กรกฎาคม 2569
อัปเดต 5 หนังเข้าใหม่ เรื่องไหนน่าดู เดือนกรกฏาคม 2026
4 สุสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ส่องแนวทางเลขมงคลและเลขดับพารวยต้านกระแส งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
10 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่นิยมในไทย ปี 2026 ขี่สบาย เดินทางไกลได้ดี ฟีเจอร์ครบ
5 อาชีพที่เด็กไทยใฝ่ฝันอยากจะเป็นมากที่สุด
5 รถมอเตอร์ไซค์ที่ทำตลาดในไทยได้ ไม่ดี และมียอดขายไม่สูง
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
ดราม่าดอกไม้ 4 กลีบ! ศาลจีนสั่ง Molly Tea ชดใช้กว่า 55 ล้านบาทให้ Louis Vuitton
พริกน้ำปลาแบบไหนไม่ควรรับประทาน
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด



