วิวาห์สังหารในอินเดีย ฆาตกรต่อเนื่อง 20 ศพ
ผู้หญิงอินเดียที่ไม่ได้แต่งงานก็ไม่ต่างอะไรกับภาระและความอัปยศของครอบ ครัว หญิงสาวแทบทุกคนจึงพร้อมจะเปิดใจรับชายหนุ่มที่เข้ามาตีสนิท โดยไม่เคยระแวงเลยว่าสิ่งที่เห็นกับความเป็นจริงอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เพราะสุนัขจิ้งจอกบางตัวอาจแฝงกายมาในคราบของผู้ชายที่แสนดีก็ได้
ที่รัฐเคราลา ภูมินา หญิงสาววัย 35 ปี กำลังจะออกจากบ้านเพื่อไปเป็นเจ้าสาวของ "อนันดา" ครูหนุ่มใหญ่จากรัฐทางใต้ ก่อนออกเดินทางพ่อแม่ของเธออวยชัยให้พรเสียยืดยาว ด้วยความปลื้มใจที่ลูกสาวจะได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ถึงแม้พวกเขาจะไม่เคยรู้จักหัวนอนปลายเท้าของอนันดามาก่อน แต่ท่าทางสุภาพเรียบร้อยของชายหนุ่ม ก็ทำให้สองผัวเมียเชื่อว่าภูมินาจะต้องมีสามีที่ดีอย่างแน่นอน แต่แล้วหลังจากการอำลาในวันนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้ข่าวคราวของภูมินาและสามีอีกเลย
เช่นเดียวกับครอบครัวของเบบี้ นายัค หญิงสาววัยเบญจเพสจากเมืองพิราจ ที่ไม่ได้ข่าวคราวลูกสาวอีกเลย หลังจากเบบี้กับ "อนันดา" เจ้าบ่าวที่เธอรู้จักเพียงวันเดียว มาบอกลาเพื่อเดินทางไปแต่งงานที่บ้านของเจ้าบ่าว ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าบ่าวที่แสนอ่อนโยนจะพาเบบี้เข้าพักในโรงแรมราคาถูกใกล้ กับสถานีรถประจำทาง KSRTC แล้วลงมือข่มขืนเธอ จากนั้นก็ให้เบบี้กินยาเม็ดหนึ่ง ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับเงินทองและเครื่องประดับที่เธอนำติดตัวมา ทิ้งให้หญิงสาวนอนหายใจรวยรินจวนเจียนจะขาดใจตาย อันเป็นผลจากพิษไซยาไนด์ที่เธอกินเข้าไป กว่าที่พนักงานโรงแรมจะพาเบบี้ส่งโรงพยาบาล เจ้าสาวเคราะห์ร้ายก็อาการโคม่าเกินเยียวยาแล้ว เธอเสียชีวิตบนรถพยาบาลโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะบอกชื่อฆาตกรให้ใครได้รู้
เหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นกับอนิตา บาริมา วัย 22 ปี ซึ่งหายตัวไปเหมือนไม่มีตัวตนอยู่บนโลก หลังจากเดินทางไปพร้อใว่าที่เจ้าบ่าวเพื่อไปเข้าพิธีวิวาห์ที่บ้านของฝ่าย ชาย จะแตกต่างกันก็ตรงที่ครอบครัวของอนิตา ไม่ได้ชะล่าใจคิดว่าลูกสาวกำลังปรับตัวกับบทบาทแม่ศรีเรือนจนไม่มีเวลาแม้ แต่จะโทรศัพท์มาหา เหมือนครอบครัวหญิงสาวคนอื่นๆ พอลูกสาวขาดการติดต่อไปสองสัปดาห์ บิดาของอนิตาก็นึกสังหรณ์ขึ้นมาทันทีว่าลูกสาวและลูกเขยอาจถูกปล้นระหว่าง เดินทาง จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเมืองบันท์วัล ตาลุค จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงคดีฆาตกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความตกตะลึง ไปทั่วประเทศอินเดีย
ตำรวจลงมือสืบหาด้วยการแกะรอยคลื่นโทรศัพท์ของอนิตา จนพบว่ามันถูกใช้ครั้งสุดท้ายที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ห่างจากเมืองมังกาลอร์ออกไปประมาณ 20 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจนพบตัวอนันดา แต่กลับไม่มีร่องรอยของอนิตาผู้เป็นภรรยา อนันดาจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการหายตัวของหญิงสาวทันที เมื่อถูกสอบปากคำอย่างหนัก อนันดาก็จนด้วยหลักฐานจนต้องยอมสารภาพว่าเขาได้สังหารภรรยาไปแล้ว และที่น่าตกใจที่สุดก็คือ เขานี่ล่ะที่เป็นฆาตกรต่อเนื่อง เจ้าของปริศนาการหายตัวไปของหญิงสาว 20 คน
อนันดามีชื่อจริงว่า โมฮาน คูมาร์ วัย 46 ปี เป็นอดีตครูในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองบันท์วัล ตาลุค แต่ในปี 2003 เขาถูกไล่ออกจากงานเนื่องจากไม่ตั้งใจสอนหนังสือ ทำให้โมฮานหมดทางทำมาหากิน เขาจึงวางแผนหาเงินจากหญิงสาวที่อยากมีครอบครัว โดยเข้าไปตีสนิทแล้วขอเธอแต่งงาน จากนั้นก็ให้พวกเธอหอบเครื่องประดับเท่าที่มีอยู่ติดตามเขาไป ก่อนจะฆ่าชิงทรัพย์ภรรยาผู้น่าสงสารเหล่านี้เสียตั้งแต่กลางทาง
"ผู้ต้องหาจะเลือกเหยื่ออย่างระมัดระวัง โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ค่อยมีเพื่อน ท่าทางหัวอ่อน เมื่อพบคนที่เขาต้องการ เขาจะเข้าไปตีสนิท โดยทำทีเป็นทักคนผิดคิดว่าเธอเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เขารู้จัก จากนั้นก็ใช้ความปากหวานตะล่อมถามถึงความเป็นอยู่ในครอบครัวของเธอ" ผู้กำกับการตำรวจเมืองมังกาลอร์แถลงต่อหน้านักข่าว "ถ้าหญิงสาวมีญาติพี่น้องหลายคน หรือมีญาติเป็นผู้มีอิทธิพล เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย โมฮานจะเลือกเฉพาะหญิงสาวจขากครอบครัวเล็กๆ ฐานะปานกลาง ไม่มีเส้นสายที่จะตามสืบหาตัวเขา เมื่อได้คนที่เหมาะสมแล้วเขาจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนในการหลอกล่อจนเหยื่อตกหลุมรัก แล้วจึงขอเธอแต่งงานโดยไม่ต้องมีสินสอด มีเหยื่อเพียงไม่กี่รายที่ปฏิเสธข้อเสนอนี้ หญิงสาวส่วนใหญ่อยากเป็นฝั่งเป็นฝาอยู่แล้ว เมื่อเขาเสนอว่าพวกเธอจะได้แต่งงานโดยไม่ต้องหาเงินค่าสินสอดมาสู่ขอเขา พวกเธอก็รับปากทันที"
วันรุ่งขึ้นเขาจะชวนเหยื่อไปทำพิธีแต่งงานกันที่มัสยิด จากนั้นก็ให้เธอไปบอกลาคนที่บ้าน พร้อมกับเก็บเงินทองของมีค่า ซึ่งโดยมากมักจะเป็นเครื่องประดับทอง เงิน และเครื่องเพชรที่แม่มอบให้ลูกสาวเป็นของขวัญแต่งงาน แล้วพาเจ้าสาวคนใหม่นั่งรถเมล์ไปลงที่เมืองใกล้ๆ เมื่อถึงที่เปลี่ยวที่หมายตาไว้ โมฮานจะบอกให้ภรรยาเอาเครื่องเพชร และกระเป๋าสตางค์ที่ใส่บัตรประชาชนมาให้เขาเก็บไว้เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะข่มขืนเธอแล้วเอายาพิษไซยาไนด์ให้กิน โดยหลอกว่าเป็นยาคุมกำเนิด กลลวงของเขาทำให้ผู้หญิงที่มีความฝันจะได้แต่งงานต้องจบชีวิตลงอย่างน่า เวทนา เมื่อศพถูกพบในภายหลัง ตำรวจท้องที่มักสรุปสำนวนว่าเป็นคดีที่ปิดไม่ลง เพราะไม่รู้ว่าเหยื่อเป็นใครมาจากไหน เนื่องจากไม่มีเอกสารที่จะระบุตัวตนเหลืออยู่เลย
โมฮานยอมสารภาพว่านอกจากอนิตาแล้ว เขายังได้ทำฆาตกรรมหญิงสาวอีก 18 คน ด้วยวิธีเดียวกัน โดยบางช่วงเขาจะลงมือติดต่อกันหลายคดี จากนั้นก็เว้นช่วงไปนานหลายเดือนแล้วจึงออกอาลาวาดอีกครั้ง รวมเวลาในการฆ่าต่อเนื่องทั้งหมดประมาณ 5 ปีเต็ม ในบรรดาเจ้าสาวที่เขาสังหารไปมี 4 คนเป็นชาวเมืองโคดากู อีก 4 คนมาจากเมืองบันท์วัล ตาลุค 2 คนเป็นชาวเมืองซูเลีย 3 คนเป็นชาวเมืองพูเทอร์ คนหนึ่งมาจากเมืองมูดบิดรี 2 คนเป็นชาวเมืองเบลแทนกาดี 1 คนจากเมืองมันกาเลอร์ และที่เหลืออีก 2 คนมาจากเมืองกาสะราก็อด
ส่วนโรงแรมอันเป็นสถานที่ฆาตกรรมนั้น โมฮานจะเลือกที่ไม่ซ้ำกันเพื่อป้องกันคนจำหน้าได้ ผิดกับสถานีรถประจำทางที่เขาพาเจ้าสาวไปหยุดพัก ซึ่งโมฮานมักจะเลือกสถานที่ที่เขาคุ้นเคย เช่น สถานีแมดิเกอรี, สถานีเมืองบังกาลอร์, สถานีอุดูปี เป็นต้น เพราะเขารู้ทำเลเป็นอย่างดี รู้ว่าจะลัดเลาะจากสถานีไปยังโรงแรมเล็กๆ ในละแวกนั้นได้อย่างไรโดยไม่มีใครเห็น
ในตอนนั้น ชื่อของเหยื่อที่ตายด้วยน้ำมือโมฮานมีถึง 19 รายแล้ว จากประสบการณ์คลุกคลีกับผู้ร้ายใจทมิฬมามากทำให้ตำรวจเชื่อว่ายังมีอะไร บางอย่างที่โมฮานไม่ยอมบอกออกมา ไม่ว่าสิ่งที่เขาพยายามซ่อนเร้นจะเป็นอะไรก็ตาม แต่มันต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เจ้าหน้าที่จึงไม่แปลกใจเลย เมื่อชายสูงอายุคนหนึ่งมาแจ้งความหลังจากได้อ่านเรื่องราวของโมฮานจาก หนังสือพิมพ์ เขาสงสัยว่าภูมินาลูกสาวของเขาซึ่งออกจากบ้านไปพร้อมลูกเขยได้หายตัวไปอย่าง ไร้ร่องรอยเช่นกัน พ่อเฒ่าจึงสงสัยว่าภูมินาอาจจะตกเป็นเหยื่อของฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังเป็น ข่าวดังทั่วประเทศก็ได้ และเมื่อตำรวจนำรูปของโมฮานออกมาให้ดู บิดาของภูมินาก็ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเขาก็คือลูกเขยที่ภูมินาพามา รู้จักที่บ้านนั่นเอง การปรากฏตัวของพ่อเฒ่าบีบให้ฆาตกรเลือดเย็นจำต้องสารภาพว่าเขาได้สังหารภูมิ นาไปแล้วที่เมืองบัลกาลอร์ ห่างจากบ้านเกิดของเธอไม่ไกลนัก
เมื่อรวมคดีของภูมินาอีกหนึ่งคดี จำนวนเหยื่อฆาตกรรมในครั้งนี้จึงเพิ่มขึ้นเป็น 20 รายมากพอที่จะส่งโมฮานขึ้นสู่ลานประหารได้นับสิบครั้ง และเมื่อสืบคดีย้อนไปไกลกว่านั้น หน่วยสืบสวนก็พบอีกด้วยว่า เหยื่อรายแรกที่สังเวยชีวิตให้กับความอำมหิตของโมฮานเป็นหญิงสาวชื่อรัธนา เธอเป็นหญิงสาวคนแรกที่โมฮานพยายามล่อลวงให้แต่งงานด้วย แต่รัธนาปฏิเสธ โมฮานจึงบันดาลโทสะผลักเธอตกสะพานเนทราวาตี ที่เมืงธาร์มัสตาล จนจมน้ำตาย
คดีของโมฮานถูกตัดสินตั้งแต่ยังไม่ขึ้นศาลว่าเขาคงหนีไม่พ้นโทษประหาร เมื่อความตายที่เคยหยิบยื่นให้คนอื่นกลับมาถึงตัวเสียเอง โมฮานก็มีอาการตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำลายสติสัมปชัญญะและกำลังขวัญของเขามากที่สุดก็คือการ ต้องตระเวนไปตามเมืองต่างๆ เพื่อชี้จุดที่เขาสังหารเหยื่อแต่ละราย พร้อมกับบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเธอทุกคนให้ตำรวจฟังอย่างละเอียด ภาพของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ถึง 20 คนย้อนกลับเข้ามาในมโนสำนึกของเขา ทีละฉากละตอนราวกับจะมาทวงชีวิตของพวกเธอ ความกดดันถาโถมเข้าใส่โมฮานจนทนต่อไปไม่ไหว
เช้าวันหนึ่งเขาจึงพยายามฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอในห้องน้ำสถานีตำรวจ แต่ตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าห้องได้ยินเสียงผิดปกติเสียก่อนจึงเข้ามาช่วยยื้อ ชีวิตโฉดของเขาไว้ได้ เพื่อยืดเวลาให้เขาต้องจมอยู่กับห้วงเวลาแห่งความทรมานอีกนานนับเดือน จนกว่าจะถึงวันประหารชีวิต
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 เม.ย.69 รับรองแม่นยำสุดๆ!
เปิดหน้าต่างผิดเวลา ห้องยิ่งร้อนขึ้น วิธีทำให้เย็นแบบไม่ใช้แอร์ที่หลายคนพลาด
“ภาพเดียวสะเทือนโซเชียล” แอนเจลีนา โจลี ลงพื้นที่กัมพูชา ชาวเน็ตตั้งคำถาม โครงการช่วยเหลือไปถึงไหนแล้ว?
รู้หรือไม่เซเว่นสาขาใดในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปี
ห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด
เลขเด็ด 16 เม.ย. 2569 รวมเลขดังหลายสำนักล่าสุด
ไม่ใช่กรุงเทพ? เปิดชื่อ “จังหวัดค่าครองชีพสูงสุดในไทย” ที่หลายคนคาดไม่ถึง
"อ.เฉลิมชัย" ฟาดกลับสื่อดัง..หลังโดนกล่าวหาว่าพาคนไปตาย
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
โซเชียลจีนรุมวิจารณ์ เจ้าหญิงกัมพูชาโปรโมตสงกรานต์ ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตคล้ายไทยจนเกิดดราม่า
เรื่องจริงจากอินเดีย สามีขุดบ่อน้ำให้ภรรยาฝ่ากำแพงวรรณะ
"กิตติ" ถามโดนใจ "น้ำมันขึ้นแบบนี้แล้วยังจะเที่ยวสงกรานต์อยู่มั๊ย ?"..หลายคนเข้ามาเมนต์สนั่น!
โดนไล่ออกจากพรรค เพราะรีทัชรูปหาเสียง
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
จังหวัดที่ค่าที่ดินแพงที่สุด
เรื่องจริงจากอินเดีย สามีขุดบ่อน้ำให้ภรรยาฝ่ากำแพงวรรณะ
สะพานที่ยาวที่สุดในกัมพูชา