สื่อปูด 'สรรพสามิต' ชง 'ก.คลัง' ขึ้นภาษี 'น้ำมันหล่อลื่น' เลิกภาษี 'สนามกอล์ฟ-อาบอบนวด'

สื่อปูด 'สรรพสามิต' ชง 'ก.คลัง' ขึ้นภาษี 'น้ำมันหล่อลื่น' เลิกภาษี 'สนามกอล์ฟ-อาบอบนวด'
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอแผนการปฏิรูปภาษีให้คณะกรรมการปฏิรูปภาษีที่มีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลังโดยส่วนหนึ่งมีการเสนอให้จัดเก็บภาษีสินค้าที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม โดยเสนอให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันหล่อลื่นทุกประเภท เนื่องจากเห็นว่าน้ำมันหล่อลื่นและบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมมาก ย่อยสลายได้ยากต้องใช้เวลานานหลายปี
นอกจากนี้ ภาษีสรรพสามิตมีอัตราพิกัดภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในกฎหมายของกรมสรรพสามิตอยู่แล้วที่เพดาน 10% สามารถดำเนินการได้ทันทีเพียงแต่ออกเป็นประกาศกระทรวงเพิ่มเติมกำหนดอัตราที่จะจัดเก็บเท่านั้น
ทั้งนี้การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันหล่อลื่นไม่ได้เม็ดเงินภาษีเป็นจำนวนมาก แต่เป็นการเก็บเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศและโลก ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกประเทศในโลกที่พยายามรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ กรมสรรพสามิตได้เปลี่ยนการเก็บภาษีรถยนต์จากความจุกระบอกสูบ มาเป็นการเก็บจากการเก็บการปล่อยค่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งก็มีเป้าหมายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
แหล่งข่าวกล่าวว่า กรมสรรพสามิตยังเสนอการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมอีกหลายตัว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายและต้องให้แน่ใจว่าการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมในสินค้าต่างๆ จะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด คือ ให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับภาระส่วนนี้ได้ และไม่ผลักภาระภาษีไปให้ผู้บริโภคทั้งหมด
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังเสนอการยกเลิกการเก็บภาษีบางตัวที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็น ได้ภาษีน้อย เช่น การเก็บภาษีสนามกอล์ฟ และภาษีอาบอบนวด ให้คณะกรรมการปฏิรูปพิจารณาด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าไปเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การยกเลิกการเก็บภาษีดังกล่าวต้องพิจารณาให้รอบคอบเพราะอาจถูกมองว่ายกเลิกเก็บภาษีให้คนรวยได้ และเป็นการยกเลิกภาษีอบายมุขได้
สำหรับในส่วนของการกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม ทางกรมสรรพสามิตไม่ได้เสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปภาษีพิจารณา เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายนโยบายจะสั่งการลงมาว่าควรให้เก็บหรือไม่ เพราะรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการสื่อสารในต้นทุนที่ถูก ดังนั้น หากจะมีการเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมอาจจะกระทบกับนโยบายของรัฐบาลได้
ในส่วนของการปฏิรูปกรมสรรพสามิตเรื่องสำคัญที่สุด คือ การแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่ 7 ฉบับ ให้เป็น พ.ร.บ.สรรพสามิตเพียงฉบับเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการและการทำงานของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนฐานการเก็บภาษีสินค้าทุกประเภทจากราคาหน้าโรงงานหรือราคาสำแดงนำเข้า มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ คาดว่ากฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ(สนช.) ต้นปีหน้า และมีผลบังคับในช่วงกลางปี
นอกจากนี้ ภาษีสรรพสามิตมีอัตราพิกัดภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในกฎหมายของกรมสรรพสามิตอยู่แล้วที่เพดาน 10% สามารถดำเนินการได้ทันทีเพียงแต่ออกเป็นประกาศกระทรวงเพิ่มเติมกำหนดอัตราที่จะจัดเก็บเท่านั้น
ทั้งนี้การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากน้ำมันหล่อลื่นไม่ได้เม็ดเงินภาษีเป็นจำนวนมาก แต่เป็นการเก็บเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศและโลก ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกประเทศในโลกที่พยายามรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ กรมสรรพสามิตได้เปลี่ยนการเก็บภาษีรถยนต์จากความจุกระบอกสูบ มาเป็นการเก็บจากการเก็บการปล่อยค่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งก็มีเป้าหมายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
แหล่งข่าวกล่าวว่า กรมสรรพสามิตยังเสนอการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมอีกหลายตัว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายและต้องให้แน่ใจว่าการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมในสินค้าต่างๆ จะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด คือ ให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับภาระส่วนนี้ได้ และไม่ผลักภาระภาษีไปให้ผู้บริโภคทั้งหมด
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังเสนอการยกเลิกการเก็บภาษีบางตัวที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็น ได้ภาษีน้อย เช่น การเก็บภาษีสนามกอล์ฟ และภาษีอาบอบนวด ให้คณะกรรมการปฏิรูปพิจารณาด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าไปเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การยกเลิกการเก็บภาษีดังกล่าวต้องพิจารณาให้รอบคอบเพราะอาจถูกมองว่ายกเลิกเก็บภาษีให้คนรวยได้ และเป็นการยกเลิกภาษีอบายมุขได้
สำหรับในส่วนของการกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม ทางกรมสรรพสามิตไม่ได้เสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปภาษีพิจารณา เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายนโยบายจะสั่งการลงมาว่าควรให้เก็บหรือไม่ เพราะรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการสื่อสารในต้นทุนที่ถูก ดังนั้น หากจะมีการเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมอาจจะกระทบกับนโยบายของรัฐบาลได้
ในส่วนของการปฏิรูปกรมสรรพสามิตเรื่องสำคัญที่สุด คือ การแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่ 7 ฉบับ ให้เป็น พ.ร.บ.สรรพสามิตเพียงฉบับเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการและการทำงานของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนฐานการเก็บภาษีสินค้าทุกประเภทจากราคาหน้าโรงงานหรือราคาสำแดงนำเข้า มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ คาดว่ากฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ(สนช.) ต้นปีหน้า และมีผลบังคับในช่วงกลางปี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่ชอบเล่นหวยมากเป็นที่ 1
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
รู้หรือไม่ "พาสปอร์ตไทย" มี 4 สี..มันเเตกต่างกันอย่างไร?
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
ไม่ใช่กรุงเทพ? เปิดชื่อ “จังหวัดค่าครองชีพสูงสุดในไทย” ที่หลายคนคาดไม่ถึง
ห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
คนที่มี EQ ต่ำมักจะเก็บสิ่งเหล่านี้ 6 อย่างไว้ในโทรศัพท์ของตน
“ภาพเดียวสะเทือนโซเชียล” แอนเจลีนา โจลี ลงพื้นที่กัมพูชา ชาวเน็ตตั้งคำถาม โครงการช่วยเหลือไปถึงไหนแล้ว?
เลขเด็ด 16 เม.ย. 2569 รวมเลขดังหลายสำนักล่าสุด
ผลไม้สีแดง กินแล้วหน้าเด็ก
เปิดหน้าต่างผิดเวลา ห้องยิ่งร้อนขึ้น วิธีทำให้เย็นแบบไม่ใช้แอร์ที่หลายคนพลาดHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดหน้าต่างผิดเวลา ห้องยิ่งร้อนขึ้น วิธีทำให้เย็นแบบไม่ใช้แอร์ที่หลายคนพลาด
ผลไม้สีแดง กินแล้วหน้าเด็ก
3 หนังไทยทะลุ 300 ล้าน ทำไมคนดูทั้งประเทศแห่เข้าโรง
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
10 จังหวัดที่มีความเจริญมากที่สุดในภาคอีสาน
4 เหตุผลที่หมีต้องกินปลาแชลมอน


