หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประวัติศาสตร์โสเภณีไทย


โพสท์โดย Fuckyou

โสเภณี เป็นอาชีพดึกดำบรรพ์ของโลก มีมาตั้งแต่สมัยโรมันแล้ว สำหรับเมืองไทยเข้าใจว่าทันสมัยกับเขามาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เพราะกฎหมายลักษณะผัวเมียที่ออกสมัยพระเจ้าอู่ทองสถาปนากรุงศรีอยุธยา ก็กล่าวถึงเรื่องหญิงนครโสเภณีแล้ว
       
       ทุกวันนี้หลายประเทศ แม้แต่ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองในยุโรป ก็อนุญาตให้มีโสเภณีได้ แต่หลายประเทศก็ถือว่าเป็นอาชีพที่น่ารังเกียจ เป็นสิ่งผิดกฎหมายรวมทั้งประเทศไทยเราด้วย
       
       แต่ไม่ว่าจะมีกฎหมายห้ามหรือไม่ห้าม ทุกประเทศแม้แต่ประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ก็มีโสเภณีกันทั้งนั้น
       
       ส่วนเมืองไทยยุครัตนโกสินทร์ เริ่มมีการจดทะเบียนหญิงนครโสเภณีมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะหารายได้เข้ารัฐ ที่เรียกว่า “ภาษีบำรุงถนน” เพื่อนำเงินไปตัดถนนที่เริ่มมีในรัชกาลนี้
       
       สมัยรัชกาลที่ ๕ สยามได้เปิดประตูประเทศรับอารยะธรรมตะวันตกอย่างเต็มที่ คนหลายชาติหลายภาษาต่างหลั่งไหลเข้ามา โสเภณีต่างชาติเลยเข้ามาด้วยเป็นขบวน ผลก็คือชายไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เป็น “โรคบุรุษ” หรือ “กามโรค” กันครึ่งค่อนเมือง แม้ยังไม่มีตัวเลขยืนยันในตอนนั้น แต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ มีรายงานของกรมสุขาภิบาลระบุว่า ผู้ชายในพระนครที่ป่วยเป็นกามโรคมีจำนวนถึงร้อยละเจ็ดสิบห้า
       
       ยุคนั้นยารักษาก็ยังไม่ค่อยมี ต้องกินยาไทยต้มกันเป็นหม้อๆ ที่อาการหนักหนาสาหัสก็ถึงขั้น “ออกดอก” ทั้งตัว เป็นตุ่มมีน้ำเหลืองไหลต้องนอนบนใบตอง เป็นที่น่าวิตกว่าชายไทยในเมืองจะสูญพันธุ์เพราะโรคนี้ คณะเสนาบดีจึงได้ตรา “พระราชบัญญัติป้องกันสัญจรโรค” ประกาศใช้ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๕๑ แต่ก็ให้ใช้เฉพาะกรุงเทพฯเท่านั้น ในสมัยรัชกาลที่ ๖ จึงประกาศใช้ทุกมณฑลทุกจังหวัดเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๕๖
       
       จุดมุ่งหมายของกฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อให้หญิงโสเภณีต้องจดทะเบียนเพื่อควบคุมดูแลและตรวจโรคเป็นประจำ กับจดทะเบียนสำนักหญิงนครโสเภณีไว้ด้วย กำหนดให้ดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสำนักไว้หลายข้อ แต่ข้อหนึ่งกำหนดให้ต้องมีโคมแขวนไว้หน้าโรงเป็นเครื่องหมาย โดยไม่ได้กำหนดว่าเป็นสีอะไร แต่เจ้าพนักงานเอาโคมที่มีกระจกสีเขียวเป็นรูปพัดด้ามจิ้วมาเป็นตัวอย่าง เลยมีผู้ทำออกมาจำหน่ายและใช้สีเหมือนกันหมด จนได้ฉายาว่า “สำนักโคมเขียว”
       
       อัตราค่าจดทะเบียนสำหรับหญิงนครโสเภณี ๑๒ บาท มีกำหนด ๓ เดือน ส่วนค่าใบอนุญาตโรงหญิงนครโสเภณี ๓๐ บาท ต่อ ๓ เดือนเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นค่าขึ้นห้องของหญิงนครโสเภณีก็แค่ ๒ สลึงถึง ๑ บาทเท่านั้น แต่ถ้า “ของนอก” เป็นญี่ปุ่นหรือฝรั่งก็ต้องถึง ๒ บาท ถ้าเหมาทั้งคืนก็ ๔ บาท ขณะที่ข้าวสารราคาถังละ ๒ สลึงถึง ๑ บาท
       
       พระยาพิเรนทราธิบดีสีหราชงำเมือง ผู้บัญชาการพลตระเวนแขวงพระนคร ได้รายงานต่ออธิบดีกรมพลตระเวน เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๔๕๘ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องๆเกี่ยวกับหญิงโสเภณี ว่า
       
       “โรงหญิงสัญจรโรคที่รับอนุญาตตั้งโรง บางแห่งเปิดโรงรับผู้มาเที่ยวไปมาอยู่จวนสว่าง แต่โรงหญิงญี่ปุ่น ๒ ยามล่วงแล้วปิด ในพระราชบัญญัติสัญจรโรคไม่ห้ามการเปิดปิด ควรมีกำหนดปิดโรงจะเป็นเวลาใดก็ตามแต่สมควร ทั้งยังมีผู้หลีกเลี่ยงกฎหมายไม่มีใบอนุญาตเวลานี้ออกจะชุกชุม กองตระเวนได้ตรวจจับกุม บางเรื่องมีหลักฐานพอก็ส่งศาลฟ้อง บางเรื่องจะฟ้องไม่ถนัดโดยหลักหลักฐานไม่เพียงพอ จำต้องถอนฟ้อง เรื่องนี้กฎหมายยังไม่มีบังคับสำหรับคนจำพวกนี้ และเป็นพวกที่น่ามีเหตุเกิดขึ้น ครั้งหนึ่งชาวเยอรมันได้ไปเที่ยว มีเหตุกับเจ้าของที่พัก กองตระเวนจับกุม ลงท้ายพลตระเวนกับชาวเยอรมันต้องเปนความกัน หญิงโสเภณีกับหญิงสัญจรโรคที่ไม่มีใบอนุญาต เวลากลางคืนเที่ยวออกชักชวนชายในที่ประชุมชนต่างๆ เที่ยวเกลื่อนกลาดตามถนน แลปะปนกระทำให้หญิงผู้ดีรับความเสื่อมทรามไปด้วย ควรมีบังคับห้ามหญิงโสเภณีที่มีใบอนุญาต ต้องประจำหาผลประโยชน์อยู่ที่พักของเขา จะเที่ยวเตร็ดเตร่ชักชวนชายตามถนนหรือที่ประชุมชนไม่ได้ ข้าพเจ้าเคยได้รับรายงานร้องขอรวมโรงหญิงโสเภณีอยู่ในหมู่หรือตำบลเดียวกัน เพื่อสดวกสำหรับจัดการรักษา ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ การที่ให้ผู้หญิงแยกย้ายตั้งอยู่ที่ต่างๆเช่นนี้ กองตระเวนไม่พอเพียงจะรักษาให้ทั่วถึง ในหญิงนครโสเภณีกวางตุ้ง เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น สืบสวนไม่ใคร่จะได้ความ โดยปกปิดไม่บอกความจริง ถ้ามีโอกาสควรรวบรวมหญิงโสเภณีกวางตุ้งเสียคราวหนึ่งก่อน ถ้ารวบรวมไม่ได้ จำเปนต้องเพิ่มจำนวนพลตระเวนให้พอเพียงกับการรักษา”
       
       ส่วนร้านจำหน่ายยาฝิ่นและกาแฟ ก็อยู่ในรายงานนี้เหมือนกันว่า
       
       “ร้านจำหน่ายยาฝิ่นกับร้านขายกาแฟ เจ้าของจับหญิงสาวกวางตุ้งล่อ คอยปฏิบัติยั่วยวนผู้ไปมา บางทีชักชวนแลฉุดคร่า กองตะเวนได้จัดการฟ้อง ๑ ฐานทำอนาจาร ๒ ฐานไม่จดทะเบียน นอกจากนี้แล้วไม่มีข้อบังคับจะปราบปราม แต่บางทีหญิงสาวพวกนี้ลอบลักรับจ้างทำชำเราโดยไม่มีใบอนุญาต จะตรวจตราจับกุมฟ้องได้ตาละเรื่องเปนการยาก...”
       
       เจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงนครบาล เห็นว่ากฎหมายป้องกันสัญจรโรคของไทยยังมีช่องโหว่ จึงอยากจะศึกษาจากประเทศที่มีความรู้เรื่องนี้ดี และเห็นว่า ญี่ปุ่นมีประสบการณ์มายาวนาน จึงมีหนังสือไปถึง อัครราชทูตสยามประจำกรุงโตเกียว ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๕๕ ให้ช่วยหาข้อมูลเรื่องนี้ให้ด้วย เดือนต่อมาท่านทูตก็ได้ส่งกฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยเรื่องโสเภณีของญี่ปุ่นแปลเป็นภาษาอังกฤษมาเสร็จสรรพ พร้อมด้วยหนังสือเกี่ยวกับโสเภณีอีก ๑ เล่มในชื่อ “The Nightless City”
       
       เราจึงได้ความรู้ในเรื่องจัดระเบียบโสเภณีจากญี่ปุ่นมามาก ต่อมาก็แก้ให้หญิงที่จะมีอาชีพโสเภณี จาก ๑๕ ปีมาเป็น ๑๘ ปีตามอย่างญี่ปุ่น
       
       มีรายงานของ นายพันตำรวจโท พระอนุรักษ์นครินทร์ ผู้กำกับการตำรวจพระนครบาลกองพิเศษ ถึง นายพลตำรวจตรี พระยาอธิกรณ์ประกาศ ผู้บัญชาการตำรวจพระนครบาลกรุงเทพฯ เกี่ยวกับการจดทะเบียนหญิงนครโสเภณีตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๔๖๗ มีโรงหญิงนครโสเภณีและหญิงที่ได้รับอนุญาต คือ
       
       เจ้าของโรงจีน ๑๘๙ โรง ตัวหญิงนครโสเภณี ๗๗๒ คน
       เจ้าของโรงไทย ๑๒ โรง มีตัวหญิงนครโสเภณี ๗๒ คน
       เจ้าของโรงญวน ๗ โรง มีตัวหญิงนครโสเภณี ๘ คน
       เจ้าของโรงรัสเซีย ๑ โรง มีหญิงนครโสเภณี ๓ คน
       รวมเจ้าของโรง ๒๐๔ โรง มีหญิงนครโสเภณี ๘๕๕ คน
       
       นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังได้ความว่า มีโสเภณีที่ไม่ได้จดทะเบียนลักลอบหากินอยู่ คือ
       
       จีน ประมาณ ๒๐๐ คน
       ไทย ประมาณ ๑๕๐ คน
       ญวน ประมาณ ๑๕ คน
       ญี่ปุ่น ประมาณ ๕ คน
       รัสเซีย ประมาณ ๑๐
       รวม ๓๘๐ คน
       
       ปรากฏว่ามีหญิงจีน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นหญิงกวางตุ้ง เข้ามาเป็นโสเภณีในเมืองไทยมากกว่าหญิงทุกชาติ และมากกว่าหญิงไทยเองด้วย ทางเข้ามาในสมัยนั้นก็มีทางเดียวคือทางเรือ ฉะนั้นเมื่อมีเรือเมล์ลำใดมาจากเมืองจีน เจ้าพนักงานตำรวจกองพิเศษจะไปรอตรวจ ถ้าพบหญิงสาวไม่ได้มากับครอบครัวจะสอบปากคำทุกคน ถ้าหญิงนั้นถูกหลอกลวงมา และสมัครใจจะกลับไปเมืองจีน ก็มอบหญิงนั้นให้อยู่ในความดูแลของนายเรือ และมีหนังสือส่งตัวไปยังตำรวจเมืองฮ่องกงให้จัดการส่งกลับบ้านต่อไป
       
       ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๐๓ สมัย จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้ออก “พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓” ถือว่าโสเภณีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และมีความทันยุคทันสมัยห้ามการค้าประเวณีในเพศเดียวกันด้วย โดยกำหนดความหมายของคำว่า “การค้าประเวณี” ไว้ว่า
       
       “การค้าประเวณี หมายความว่า การยอมรับการกระทำชำเรา หรือการยอมรับการกระทำอื่นใด หรือการกระทำอื่นใดเพื่อสำเร็จความใคร่ในทางกามารมณ์ของผู้อื่น อันเป็นการสำส่อนเพื่อสินจ้าง ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ยอมรับการกระทำและผู้กระทำจะเป็นบุคคลเพศเดียวกันหรือคนละเพศ”
       
       แต่กฎหมายที่แค่ “ปราม” ในปี ๒๕๐๓ หรือปรับปรุงมาเป็น “ป้องกันและปราบปราม” ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการค้าประเภทนี้ไว้ได้ กลับกระจายออกไปทั่ว เป็นอบอาบนวด คาเฟ่ บาร์ ไนต์คลับ จนถึงทางโทรศัพท์
       กฎหมายที่สามารถทำให้นักเที่ยวประเภทนี้ “สยอง” ได้ ก็คือข้อที่ว่า
       
       “ผู้ใดกระทำชำเราหรือกระทำอื่นใดเพื่อสำเร็จความใคร่ของตนเองหรือผู้อื่นแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีในสถานการค้าประเวณีโดยบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท
       
       ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท” ซึ่งทำให้ลูกค้า “หัวหด” ไปตามกัน แม้แต่ขอดูบัตรประจำตัวประชาชนแล้วก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ ว่าแก้ตัวเลขอายุมาหลอกหรือเปล่า กลัวจะเจอแบบ “ป๋าเหลิม” จะอุดหนุนเด็กๆเสียหน่อย กลับโดนคูณเข้าไปตามครั้งที่อุดหนุน ต้องติดคุกถึง ๓๖ ปี ฆ่าคนตายยังติดน้อยกว่านี้!

ที่มา: นครโสเภณี
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Fuckyou's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8,987 ครั้ง
โพสท์โดย Fuckyou
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
48 VOTES (4/5 จาก 12 คน)
VOTED: Fuckyou, ซาอิ, กบขึ้นวอ, ไอตูดหมึก, ginger bread, aRnoNAe, ท่านฮั่ว แม่ทัพฮั่วชวี่ปิ้ง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทยเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทยจังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปีคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดรู้หรือไม่เซเว่นสาขาใดในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดเปิดหน้าต่างผิดเวลา ห้องยิ่งร้อนขึ้น วิธีทำให้เย็นแบบไม่ใช้แอร์ที่หลายคนพลาด10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมืองโซเชียลจีนรุมวิจารณ์ เจ้าหญิงกัมพูชาโปรโมตสงกรานต์ ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตคล้ายไทยจนเกิดดราม่า5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยห้าง "คาร์ฟูร์" จะเปลี่ยนชื่อเป็น "เล่อเจียคัง"คาง: ปริศนาบนใบหน้ามนุษย์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มันคืออสูรกาย ก่อนจะกลายมาเป็นน้ำพริกแมงดาสุดแซ่บเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน10 จังหวัดที่มีความเจริญมากที่สุดในภาคอีสานเปรียบเทียบสงกรานต์ประเทศไทย VS สงกรานต์กัมพูชา5 เมนูไข่สุดสร้างสรรค์ เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน
Shin Min Ah @ W Korea March 2026ญาญ่า-อุรัสยา @ VOGUE Thailand March 2026ให้ภาพเล่าเรื่องPhotobook : LABOURBKK 22
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ถามตอบ พูดคุย
Apple ตอบแล้ว หลังจากอัปเกรดเป็น iOS 26.4 ทำแบตเตอรี่หมดเร็ว มือร้อนขึ้น?"เหนื่อยไหมกับค่าไฟเดือนนี้? มาเปิดตัวเลขสู้กันหน่อย ของใครทะลุเพดานไปเท่าไหร่แล้ว"ชีวิตวันนี้…(ดีหรือไม่) ,เช็งเม้งไม่ใช่แค่ไหว้บรรพบุรุษ แต่คือ “วันรวมญาติ” ที่ไม่มีใครกล้าขาด
ตั้งกระทู้ใหม่