หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Charles Manson วิปริต ฮิปปี้ เดอะ บีทเทิ้ล

โพสท์โดย ห่ะไรนะ

 

Charles Manson
วิปริต ฮิปปี้ เดอะ บีทเทิ้ล

ชาร์ลส แมนสันเกิดเมื่อวันที่12 พฤศจิกายน ปี1934ในตอนแรกเกิดแม่ให้ใช้ชื่อว่า No name Maddox แคทเทอลีน แมดด็อกซ์สาววัย16แม่ของชาร์ลสคลอดเขาที่โรงพยาบาลในเมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ หลังจากนั้นอีก3สัปดาห์เธอก็เปลี่ยนชื่อให้แมนสันเป็นCharles Milles Maddox และเปลี่ยนนามสกุลเป็นManson ภายหลังจากที่เธอแต่งงานกับคนงานนามว่า วิลเลี่ยม แมนสัน ส่วนพ่อที่แท้จริงมีชื่อว่าโคโลเนล สก็อต แต่ตัวแมนสันเองก็ไม่เคยเจอพ่อที่แท้จริงเลย

แมนสันกล่าวถึงแม่ว่าเป็นคนติดเหล้า ตัวแคทเทอลีนดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจลูกชายคนนี้เสียเท่าไรมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอขายลูกให้กับสาวเสิร์ฟเพื่อแลกกับเบียร์เหยือกเดียวก่อนที่ลุงจะไปตามรับตัวกลับมา

อยู่กับแม่ได้ไม่นานเท่าไร เพราะแม่และลุงถูกจับในข้อหาปล้นทรัพย์ ในที่สุดแมนสันเลยต้องส่งไปอยู่ในความดูแลของลุงกับป้าที่รัฐเวสต์ เวอร์จิเนีย หลังจากนั้นเมื่อวัย8ขวบ แม่ได้รับการปล่อยตัว เธอกลับมารับลูกชายไปเลี้ยง แต่ก็อยู่ได้เพียงไม่นานเมื่อแมนสันอายุ13 แม่ก็พยายามหาบ้านอุปถัมภ์ให้เขาอยู่แต่เมื่อหาไม่ได้ ทางรัฐจึงส่งแมนสันเข้าโรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่งในรัฐอินเดียน่า ทว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นได้เพียง10เดือนก่อนจะหนีมาหาแม่ผู้ที่ไม่เคยต้องการเขาอีกครั้ง


ระหว่างที่ย้ายไปโน้นทีมานี่ทีแมนสันก็กระทำความผิดตั้งแต่ลักเล็กขโมน้อย ปล้นร้านขายของชำ ปล้นปั๊มน้ำมัน จึงถูกส่งเข้าสถานกักกันเยาวชนหลายรอบ เมื่ออยู่ในโรงเรียนมีผลทดสอบไอคิวของเขาว่าสูงถึง109 ถึงจะไอคิวสูง แต่เขายังไม่ค่อยสนใจหนังสือ และยังเป็นเด็กที่ต่อต้านสังคมสูงอีกด้วย

ในสถานกักกันเยาวชนนี่เองที่ทางจิตแพทย์แนะนำให้ส่งแมนสันไปอยู่ในสถานกักกันที่มีความเข้มงวดมากขึ้นหลังจากเขาใช้ใบมีดโกนจ่อคอเด็กคนหนึ่งในขณะที่ร่วมเพศกับเด็กชายคนดังกล่าวทางทวารหนัก เมื่อเขาย้ายไปอยู่สถานกักกันในโอไฮโอ พฤติกรรมก็เริ่มดีขึ้นก่อนจะได้รับการปล่อยตัวมาอยู่กับลุงและป้าที่รัฐเวสต์ เวอร์จีเนียตามเดิมและเขาจึงย้ายไปอยู่กับแม่ที่รัฐเดียวกันอีกครั้ง ก่อนจะแต่งงานในปี1955

แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาเริ่มกลับมาสู่วงจรอุบาทว์โดยหากินจากการขโมยรถ เมื่อขโมยมาได้ก็พาภรรยาท้องแก่หนีไปที่ลอส แองเจลิสและถูกจับข้อหาขโมยรถข้ามเขตรัฐ เมื่อมีการประเมินสภาพจิตจากจิตแพทย์เขาจึงได้รับการปล่อยตัวโดยมีทัณฑ์บน5ปี พออกมาได้ไม่นานเขาได้ละเมิดทัณฑ์บนอีกครั้งจึงถูกจำคุกที่เมืองซาน เปโดร รัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่างนั้นทั้งแม่และภรรยาก็แวะมาเยี่ยมพร้อมลูกชายCharles Manson Jr แต่พอในปี1957 แม่มาบอกแมนสันว่าภรรยาหนีไปกับผู้ชายแล้ว ก่อนหน้าที่เขาจะได้ออกจากคุกเพียง2อาทิตย์ แมนสันจึงพยายามแหกคุกแต่ก็ไม่สำเร็จ และยังต้องติดคุกต่อไปอีก


ต่อมาในเดือนกันยายน ปี1958แมนสันก็ออกจากคุกและหย่าขาดจากภรรยาคนแรก ก่อจะทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นแมงดา จนกระทั่งถูกจับในปีถัดมาด้วยข้อหาปลอมเช็ค ดูเหมือนว่าชีวิตของแมนสันจะเดินถอยหลังลงเหว ในระหว่างกรสอบสวนเขาได้พบกับลีโอน่า หรือรู้จักกันว่าแคนดี้ สตีเว่นซึ่งถูกจับข้อหาขายตัว ก็ตัดสินใจแต่งงานกันหลังจากได้รับทัณฑ์บนอีกครั้ง

หลังจากนั้นแมนสันก็ย้ายไปรัฐนิว เม็กซิโกก่อนจะโดนจับข้อหาละเมิดทัณฑ์บนปลอมเช็คเป็นครั้งที่2 เขาจึงถูกจำคุก10ปี และในปี1963ลีโอน่าขอหย่าขาดจากเขาก็คลอดลูกชายคนที่2 Charles Luther หลังจากนั้นเขาได้รับอิสระภาพในปี1967

 

 

โดยติดคุกมานานกว่า17ปี เพราะโดยข้อหาละเมิดทัณฑ์บนคดีอื่นๆอีก ในวันที่ออกจากคุกแมนสันยังพูดกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่แน่วันหนึ่งเขาต้องกลับมา เพราะ คุกกลายเป็นบ้านของเขาเสียแล้ว


แมนสันย้ายมาอยู่ที่เบิร์คเลย์พร้อมกันแมรี่ บรุนเนอร์สาวรุ่นวัย23ที่พึ่งจบจากมหาวิทยาลัยมาทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ที่มหาวิทยาลัยเบิร์คเลย์ เป็นครั้งแรกที่แมนสันฉายแววความเป็นเลิศในด้านการพูดโน้มนาวคน เพราะเขาสามารถพูดจนแมรี่ยอมให้ผู้อีกราวๆ18คนมาอยู่ในอพาร์ทเมนต์เดียวกัน!

ในปลายปี1967เป็นช่วงเริ่มต้นของยุคบุปผาชน ฮิปปี้ต่างๆเริ่มเป็นที่รู้จัก แมนสันก็เริ่มตั้งตนเป็นกูรู ปล่อยผมยาวและเล่นกีต้าร์ที่เขาได้เรียนมาสมัยอยู่ในคุก และเริ่มเผยแพร่ลัทธิของเขาที่มีแนวคิดในแบบไซแอนโทโลจีผสมอยู่ ซึ่งสาวกส่วนใหญ่ของเขามักเป็นผู้หญิงและเริ่มเดินทางไปทั่วแคลิฟอร์เนียด้วยรถโฟลค์สวาเกน เนื่องจากเหล่าสาวกมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งเขาเรียกเหล่าสาวกว่าครอบครัวแมนสันหรือManson Familyนั้นเอง


ในปี1968 เดนนิส วิลสันมือกลองวงthe Beach Boysได้รับสาวนักโบก2นางไปส่ง แต่หลังจากนั้นซักพักเขาก็พบเธอทั้ง2อีกจึงตัดสินใจให้ไปอยู่ที่บ้านเขาในมาลิบูก่อนจะไปเข้าห้องอัด...หลังจากกลับมาที่บ้านแล้วเดนนิสก็แทบจะช็อกสุดขีดเมื่อพบแมนสันและเหล่าสาวกแห่มาอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อแมนสันบอกว่าไม่มีเจตนามาปล้น เขาเลยให้แมนสันอยู่บ้านไป

สุภาษิตไทยอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น ดูเหมือนว่าจะไม่อยู่ในสาระบบของแมนสัน เพราะระหว่างที่อยู่บ้านหลังนี้เขาเกาะเดนนิสกิน ทำให้ในเดือนๆหนึ่งเดนนิสต้องเสียค่าใช้จ่ายในข้าวของที่แมนสันและเหล่าสาวกทำพังไป ค่ารักษาโรคติดต่อทางเพศ ค่าใช้ห้องอัดเนื่องจากเดนนิสประทับใจในฝีมือการแต่งเพลงของแมนสันมากทั้งคู่เลยทำงานเพลงคู่กัน และเดนนิสยังแนะนำให้แมนสันรู้จักเทอร์รี่ เมลเชอร์โปรดิวเซอร์ชื่อดังและคนดังในวงการดนตรีอีกมากมาย

ตอนแรกแมนสันแต่งเพลงที่ใช้ชื่อว่าCease to exitก่อนเดนนิสอ้างว่าซื้อเพลงดังกล่าวมาทำใหม่โดยใช้ชื่อว่าNever learn not to loveซึ่งอยู่ในอัลบั้ม20/20ของวงThe Beach Boys และนำเพลงCease to exit มาเปลี่ยนเป็นCease to resist

ภายหลังจากให้แมนสันอาศัยเป็นกาฝากอยู่บ้านตัวเอง และเริ่มตระหนักถึงแมนสันที่ทำตัวเป็นอันตรายต่อตัวเขาและครอบครัวขึ้นทุกวัน เดนนิสจึงพูดอย่างเปิดอกขอให้แมนสันย้ายออกจากบ้านไปซะ แมนสันยอมย้ายออกจากบ้านเดนนิส แต่ไม่วายที่เดนนิสจะได้รับจดหมายขู่ประหลาดๆ และเมื่อเกิดคดีขึ้นเดนนิสยังต้องมานั่งปวดหัวกับสื่อที่มาขุดคุ้ยความสัมพันธ์ระหว่างเขาและแมนสัน ถึงเขาปฏิเสธไม่พูดถึงมากนัก เพราะกังวัลถึงความปลอดภัยของลูกชาย

Manson Family


ช่วงเดือนสิงหาปี1968 แมนสันและสาวกย้ายออกไปอยู่ที่Spahn Ranch สมาชิกเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและช่วยกันทำงานในบ้านหลังใหม่คนละไม้คนละมือ

เมื่อครอบครัวขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆแมนสันจึงตั้งสำนักงานใหญ่ที่บริเวณเดธ วัลเลย์ ที่ๆครอบครัวของสมาชิกหญิงคนหนึ่งเป็นเจ้าของบ้านไร่รกร้างอยู่บริเวณนั้นพอดี ช่วงนี้เองที่แมนสันเริ่มนำเอาความคิดสิ้นโลกมาเผยแพร่ โดยเปิดเพลงHelter Skelterให้เหล่าสาวกได้ฟัง พร้อมโยงเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดในปีนั้นเช่น การลอบสังหารมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ แมนสันกล่าวว่าหายนะวันสิ้นโลกจะมาถึงแล้ว

 

แต่เขายังไม่ละทิ้งความต้องการทำเพลงถึงแม้เขาจะถูกปฏิเสธมาแล้วครั้งหนึ่งจากเทอร์รี่ เมลเชอร์ เพราะเทอร์รี่และวิลสันอยู่ในเหตุการณ์ที่แมนสันทำร้ายทีมงานโรงถ่ายที่เมาไม่ได้สติคนหนึ่งอย่างรุนแรง เมื่อเทอร์รี่ได้รับเชิญให้ไปช่วยฟังเนื้อหาผลงานใหม่ของแมนสันที่บ้านหลังใหม่ในแถบเดธ วัลเลย์เขารับคำเชิญแต่ไม่ยอมไปและย้ายออกจากบ้านหลังเดิมทันทีและให้ผู้กำกับหนังชื่อดังโรมัน โพลันสกี้และภรรยาสาวท้องแก่เช่าต่อ

ตอนนี้แมนสันเริ่มย้ายสาวกไปอยู่ที่บ้านเรือดำน้ำสีเหลือง (ชื่อเดียวกับเพลงบีทเทิ้ลYellow Submarine)เพื่อหนีสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชนผิวดำ ทว่าสงครามดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นเลย

เมื่อนิมิตที่แมนสันอ้างดังกล่าวไม่เกิดขึ้น เขาจึงลงมือทำเองเสียเลยโดยมุ่งเป้าไปที่เทอร์รี่ เมลเชอร์ โปรดิวเซอร์ที่ปฏิเสธงานเขา เมื่อเขาไปถึงบ้านปรากฎว่าชารอน เททและสามีโรมันย้ายมาอยู่แทนเสียแล้วจึงแกล้งถามว่ารู้ที่อยู่ใหม่ของเทอร์รี่ไหม คนในบ้านจึงตอบไปว่าเขาย้ายไปมาลิบูเสียแล้ว

หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคมเทอร์รี่ตัดสินใจเสี่ยงดวงมาฟังงานแมนสันที่ไร่Spahnซึ่งเพื่อนของเขามีเครื่องอัดเสียงแบบพกพาติดตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้อัดเสียง ตอนนี้แมนสันเริ่มแผนที่ว่าจะให้คนดำรู้จักการเริ่มแผนการHelter Skelterเพื่อให้แผนนี้เกิดตามที่เขาได้โม้ไว้ พอดีกับที่หนึ่งในสาวกชาร์สล วัตสันไปโกงเงินค่ายากับคนค้ายาผิวดำชื่อโครว์ ซึ่งเขาได้ขู่ว่าจะกำจัดทุกคนที่อยู่ที่Spahn

 

แมนสันจึงลงมือยิงก่อนหนีไปโดยเข้าใจว่าโครว์เป็นสมาชิกแก็งค์เสือดำ ซึ่งเป็นกลุ่มคนดำหัวรุนแรง แต่จริงๆแล้วโครว์อาจแค่เกี่ยวข้องกับสมาชิกแก็งค์ดังกล่าว ถึงกระนั้นแมนสันก็สั่งให้สาวกติดอาวุธเตรียมป้องกันที่อยู่อาศัยดังกล่าวทันที

 


‪#‎เหยื่อรายที่2‬ แกรี่ ฮินแมน
แมนสันอ้างว่าไปท้วงเงินแกรี่ ฮินแมนพ่อค้ายาติดเงินเขาไว้โดยส่งบ๊อบบี้ โบโซเลยย์ แมรี่ บรุนเนอร์ ซูซาน แอดกิ้นส์ไป ทั้ง3คนจับฮินแมนเป็นตัวประกันไว้ถึง2วันก่อนที่แมนสันจะโผล่มาเอาดาบตัดหูฮินแมนขาดและแทงเขาจนขาดใจตายพร้อมเอาเลือดฮินแมนเขียนไว้ที่กำแพงว่าPolitical Piggyและมีตราอุ้งตีนเสือดำเป็นการป้ายความผิดให้แก็งค์ดังกล่าวหลังจากบ๊อบบี้ถูกตำรวจจับได้ในวันที่6 สิงหาคม ปี1969

แมนสันประกาศต่อหน้าสาวกว่าตอนนี้ถึงเวลาเริ่มแผนการHelter Skelterได้แล้วโดยแมนสัน ให้วัตสันพาลินดา คาซาเบี้ยน ซูซาน แอทกิ้นส์และแพรททิเชีย เครนวิ้งเคิ้ลไปทำลายทุกคนที่อยู่ในบ้านของเทอร์รี่ซะให้ราบคาบอย่างโหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้และให้สาวๆทำตามที่วัตสันบอก


เมื่อมาถึงที่หมายวัตสันเลือกที่จะจอดรถแล้วเดินขึ้นเนินไปยังบ้านของเททและโพลันสกี ซึ่งในขณะนั้นผู้กำกับชื่อดังอยู่ที่ลอนดอน ขณะที่กำลังจะหาทางเข้าบ้าน วัตสันตัดสินใจปีนเข้าทางพุ่มไม้เนื่องจากว่ากลัวประตูหน้าจะติดสัญญาณกันขโมยไว้ ระหว่างนั้นเอง สตีเว่น พาเรนท์ ชายหนุ่มผู้โชคร้ายขับรถผ่านมาจึงจัดการเก็บ ก่อนจะให้ลินดาดูต้นทางส่วนตัววัตสันเองไปงัดมุ้งลวดแล้วมุดเข้าทางหน้าต่างเพื่อที่จะเปิดประตูให้สาวๆทั้งสามเข้ามาได้อย่างสะดวก

เผอิญฟรีโควสกี้ได้ยินเสียงคนคุยกันจึงตื่นขึ้น มาพบกับวัตสันและสาวๆ เมื่อถามว่าวัตสันเป็นใคร เข้ามาที่นี่ทำไม เขาจึงตอบไปว่าเป็นปีศาจ และมาทำเรื่องชั่วร้ายที่นี่ก่อนจะเตะหัวฟรีโควสกีอย่างแรง


‪#‎เหยื่อรายที่3‬ ชารอน เทท
หลังจากค้นทั่วบ้านก็พบชารอน เทท ภรรยาของโพลันสกีซึ่งกำลังท้อง8เดือนครึ่ง เจย์ ซีบริงก์เพื่อนของเทท อบิเกล โฟลเกอร์แฟนสาวของฟรีโควสกี

และแล้ววัตสันก็เริ่มฆาตกรรมหมู่อย่างโหดเหี้ยม

ตอนแรกวัตสันมัดตัวเททและซีบริงก์ไว้ด้วยกัน ก่อนจะยิงซีบริงก์ไปเนื่องจากเขาขัดขืน แล้วพาโฟลกเกอร์ไปหยิบเงิน70เหรียญที่อยู่ในห้องนอนก่อนที่เขาจะกลับมากระหน่ำแทงซีบริงก์จนเสียชีวิตและมัดคอเททกับชีบริงก์ก่อนจะลากทั้งคู่ไปแขวนกับขื่อบ้าน

ขณะเดียวกันฟรีโควสกีก็ดิ้นหลุดจากผ้าขนหนูที่มัดมือได้และต่อสู้กับแอทกิ้นส์ เธอจึงแทงเขาที่ขาแต่ฟรีโควสกีก็ยังดิ้นรนหนีไปยังประตูบ้านเมื่ออกมาถึงระเบียง วัตสันก็ตามมาทันแล้วเอาปีนทุบหัวเขาหลายครั้งและกระหน่ำแทงก่อนจะยิงอีก2นัด ส่วนคาซาเบี้ยนเริ่มสำนักได้หลังจากได้ยินเสียงน่ากลัวของเหยื่อในบ้านพยายามหยุดการฆาตกรรมในครั้งนี้โดยบอกว่ามีคนกำลังมา

ส่วนโฟลเกอร์ที่หนีไปจนถึงบริเวณสระว่ายน้ำก็ไม่รอดหลังจากยื้อหยุดชุดกระชากกับเครนวิ้งเคิ้ล โฟลเกอร์ถูกวัตสันแทงตายถึง28แผล และฟรีโควสกีก็ยังหนีออกไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้านก็จะโดนแทงซ้ำอย่างทารุณถึง51แผลและขาดใจตายบนสนามหญ้า

ส่วนเททก็ถูกวัตสันและแอทกิ้นส์แทงถึง16ครั้ง เธอเสียชีวิตพร้อมลูกชายในท้องโดยก่อนหน้านั้นเธอเฝ้าวิงวอนต่อทั้ง2คนให้ไว้ชีวิตเธอและลูกชาย พร้อมทั้งร้องแม่ๆ ไปจนกระทั่งขาดใจตาย

และทั้ง4ชั่วไม่ลืมทำตามคำสั่งของแมนสัน คือ ทิ้งสัญลักษณ์ไว้ด้วย คือ คำว่า PIG ไว้ที่หน้าประตูบ้านที่เขียนด้วยเลือดของเทท ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด พร้อมปืนโยนทิ้งไว้ข้างทางแล้วขับรถออกไป
เหยื่อรายที่4 สามีภรรยาตระกูลลาเบียงก้า

คราวนี้ทั้ง4คน คือ วัตสัน คาซาเบี้ยน แอทกิ้นส์ เครนวิ้งเคิ้ล พร้อมด้วย เลสลี่ แวน ฮูเทน และ สตีฟ โกรแกน ปฏิบัติหน้าที่ฆ่าคนตามคำสั่งของแมนสัน ซึ่งคราวนี้ตัวแมนสันออกโรงเองด้วยหลังจากไม่พอใจที่คราวที่แล้วเหยื่อดิ้นออกมาตายนอกบ้าน

เหยื่อคราวนี้คือลีโนและโรสแมรี่ ลาเบียงก้า คู่สามีภรรยาเศรษฐีเจ้าของกิจการซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยแมนสันเป็นคนเดินดุ่มๆเข้าบ้านและจัดการมัดตัวสองสามีภรรยาไว้ และจึงให้วัตสันปิดตาทั้งคู่แล้วเอาปลอกหมอนคลุมศีรษะแล้วจึงให้คนที่เหลือเข้ามาในบ้านพร้อมจัดการเหยื่อตามที่แมนสันได้วางแผนไว้

วัตสันแทงคอลีโนด้วยมีดปลายปืน หลังจากจัดการฝั่งสามีก็เห็นสาวๆกำลังรัดคอโรสแมรี่ภรรยา ก่อนที่เขาจัดแทงภรรยาด้วยมีดเล่มเดียวกันแล้วจึงหันกลับไปจวงแทงลีโนจนขาดใจตาย

ก่อนจะออกจากบ้านวัตสันก่อนให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มได้ลงมือแทงสองสามีภรรยากันถ้วนหน้าและถึงสัญลักษณ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นคำว่าWARบนหน้าท้องของลีโน คำว่าRISEและDEATH TO PIGSบนกำแพง คำว่าHealter Skelter (สะกดผิดตัวเอเกินมาคำหนึ่ง)บนประตูตู้เย็น
หลังจากนั้น1อาทิตย์แมนสัน แฟมิลี่จึงถูกจับแต่ด้วยข้อหาลักรถ ซึ่งในขณะนั้นตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานคดีฆาตกรรมโหดอยู่เริ่มสงสัยในครอบครัวนรกนี้แต่หลักฐานยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงได้

ตัวแมนสันเองก็เพิ่มบอดี้ การ์ดไว้รอบบ้าน ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆก็ถูกจับบ้าง ถูกเรียกตัวไปสอบสวนจนกระทั่งเพื่อนร่วมห้องพักของแอทกิ้นส์ไปบอกตำรวจว่าแอทกิ้นส์เคยคุยถึงการลงมือฆ่าฮินแมนให้เธอฟัง

ตอนนั้นเองตำรวจจึงรวบตัวครอบครัวนี้ไว้ทั้งหมด และในขณะที่นำตัวแมนสันขึ้นศาลเขาเริ่มไว้หนวดทรงประหลาด พร้อมโกนหัวออกจนโล่งด้วยสาเหตุที่ว่าปีศาจต้องหัวโล้นเท่านั้น!

จากการตัดสินของศาลสมาชิกที่ลงมือฆาตกรรมได้รับโทษประหารชีวิตทั้งหมดแต่เนื่องจากแคลิฟอร์เนียยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้วทั้งหมดจึงถูกจำคุกตลอดชีวิตแทน

ทางแมนสันและสาวกพยายามทำเรื่องขอพ้นโทษโดยมีทัณฑ์บนแต่ทางศาลสูงพิจารณาว่าไม่สมควร เนื่องจากความรุนแรงของคดีที่เกิดขึ้นนั้นเอง
แมนสันมีอิธิพลต่อสื่อต่างๆมากไม่ว่าจะไปโผล่ในเพลงของพี่ปอปมาริลีน แมนสัน ซึ่งชื่นชอบเขามากถึงกับเอาชื่อมาตั้ง ได้สัมภาษณ์ลงนิตยสารดนตรีชื่อดัง โรลลิ่ง สโตน มีหนังสืออัตชีวประวัติ สารคดี หนัง รวมไปถึงเว็บไซต์แฟนคลับ ขายเสื้อผ้าของที่ระลึกต่างๆ

สื่งที่เราได้จากคดีนี้คือ สาวกแต่ละคนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยที่ถูกชักจูงง่าย อีกทั้งมีการใช้ยาเสพติดต่างๆ ทำให้พวกเขากระทำการโหดเหี้ยมไร้ความนึกคิด สาวกบางคนถึงกล่าวว่าเหยื่อที่ตายไปนั้นสมควรตายอย่างโหดเหี้ยม

 

ชารอน เทต(Sharon Tate) เหยื่อฆาตกรรมสุดโหดร้ายของสาวกลัทธิ "ครอบครัวเดียวกัน Charles Manson and The family"

ชารอน เทต(Sharon Tate)


ชารอน เทต(Sharon Tate) นักแสดงสาวชาวอเมริกัน เป็นภรรยาคนที่ 2 ของผู้กำกับชื่อดัง "โรมัน โปลันสกี้" ขณะที่เทตตั้งท้องได้ 8 เดือน เธอต้องจบชีวิตอย่างน่าเศร้าพร้อมกับลูกในท้องเมื่อปี 1969 ในคดีฆาตกรรมซึ่งเกิดขึ้นที่บ้านของเธอเองจากฝีมือของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น 'สาวก' ของ ชาร์ลส์ แมนสัน อาชญากร และเจ้าลัทธิผู้อื้อฉาวชาวอเมริกัน ซึ่งมีส่วนร่วมต่อคดีครึกโครมหลายคดีในฐานะผู้นำของกลุ่ม "ครอบครัวของแมนสัน" ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มเด็กวัยรุ่นชนชั้นกลาง ที่เริ่มก่ออาชญากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ จนรุนแรงไปถึงการฆาตกรรม ในแคลิฟอร์เนียช่วงยุค 60s
สาเหตุที่นำไปสู่การฆาตกรรม คือ ชาร์ลส์ แมนสันและสาวกเกิดไม่พอใจที่โปรดิวเซอร์คนหนึ่งไม่ยอมอัดเทปเขา ชาร์ลส์

แมนสันเลยวางแผนการปล้นฆ่าในคฤหาสน์ของโปรดิวเซอร์คนนั้น แต่คฤหาสน์หลังดังกล่าวผู้กำกับโปลันสกี้และชารอน เทตเป็นคนมาเช่าต่อชาร์ลส์แมนสันเองก็ไม่รู้ว่าโปรดิวเซอร์ที่เป็นเป้าหมายในการฆาตกรรมได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว

วันที่ 8 สิงหาคม 1969 วันนั้นโรมัน โปลันสกี้ไม่อยู่บ้าน สาวกของแมนสันบุกเข้ามาฆ่าคนที่อยู่ในคฤหาสน์ ชารอน เทต นั้นโดนหนักสุดทั้งๆ ที่เธอกำลังท้องอยู่แต่สาวกคลั่งลัทธิเหล่านั้นกลับลงมือฆาตกรรมเธออย่างทารุณที่สุด เธอพยายามร้องขอชีวิตสุดกำลัง ขอให้เห็นแก่เด็กในท้องของเธอที่กำลังจะลืมตาดูโลก(ขณะนั้นชารอน เทตตั้งท้องได้ 8 เดือนแล้ว) เเต่สาวกคลั่งลัทธิเหล่านั้นไม่สนใจคำอ้อนวอนของเธอ

พวกเขาแทงเธอถึง 16 แผล จากนั้นก็ใช้มีดผ่าท้องของเธอจนเหวอะหวะ และตีซ้ำด้วยไม้เข้าที่ศีรษะของเธอ พวกนั้นตัดเต้านมของเธอทิ้งในขณะที่เธอยังมีลมหายใจอยู่ แล้วใช้มีดเล่มนั้น ชำแหละกรีดตั้งแต่บริเวณยอดอก จนถึงหัวหน่าว เลือดสดๆของเธอกระจายเต็มพื้นบ้าน สาวกสุดคลั่ง(+ชั่ว)ของชาร์ลส์แมนสัน ยังใช้แปลงจุ่มเลือดเขียนคำว่า "PIG"ตัวโตไว้ที่บานประตูบ้าน

ที่จริงแล้วพวกนั้นไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองฆ่าใครไปบ้างจนกระทั่งได้ดูข่าวในวันรุ่งขึ้น เหยื่อจะเป็นใครไม่สำคัญ คำพูดของเจ้าลัทธิเท่านั้นที่ฝังอยู่ในใจ ชารอน เทตและเพื่อนถูกฆ่าเพียงเพราะบังเอิญอยู่ที่นั่นเท่านั้นเอง ในวันที่ 13 เดือนธันวาคม 1969 ฆาตกรทั้งหมดถูกจับได้รวมทั้ง ชาร์ลส์ แมนสัน

ชารอน เทต(Sharon Tate) ที่สื่อมวลชนอเมริกันในยุคนั้นบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอ "มีความงามตามแบบฉบับสาวอเมริกันขนานแท้"

 

 

ตอนถูกจับกุม

แมนสัน และครอบครัวที่สุดหรรษาลันล้า
 
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ห่ะไรนะ's profile


โพสท์โดย: ห่ะไรนะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (4/5 จาก 5 คน)
VOTED: Thorsten, กุ้งฝอย, BARAK OBAMA, Rinnn, ginger bread
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุดอำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกันจังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุดเลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!เปิด 3 กลุ่มทุนจีนยักษ์ใหญ่บุกไทยอย่างหนักในช่วง 5 ปีแมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวนฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปีในอวกาศไม่มี "ออกซิเจน" แล้ว "ดวงอาทิตย์" เผาไหม้ได้อย่างไร ?เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หญิงสาวเดินทางข้ามประเทศ เพื่อพบแฟนที่รู้จักผ่านเฟส สุดท้ายโดนแทงจนร่างพรุนฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปี5 เทคนิคอุ่นเครื่อง "นอกร่มผ้า" ที่จะเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นบทเพลงรักสุดประทับใจในอวกาศไม่มี "ออกซิเจน" แล้ว "ดวงอาทิตย์" เผาไหม้ได้อย่างไร ?สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 กุมภาพันธ์เมื่อน้องเพนกวินกระโดดขึ้นเรือคายัค เพื่อขอความช่วยเหลือ เรื่องนี้น่ารักละมุนใจมากเลยเน่อ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
การรอคอย "สามเดือนหลังจากนี้ค่อยเก็บผลผลิต" ถั่วดินอร่อยหอมมันสมุนไพรคงความหอมรสชาติน่าดอมดม "อุ๊ปลาดุกน้อยใส่เครื่องหอม"อาหารคือความงดงาม"อุ๊ปลาดุก" เน้นผักและเครื่องหอม"ข้าวเหนียวแดง"อร่อยได้เหมือนข้าวเหนียวขาวธรรดา"
ตั้งกระทู้ใหม่