ความแตกต่างระหว่างมวยปล้ำอเมริกาและมวยปล้ำญี่ปุ่น
จริงๆ แล้วมวยปล้ำญี่ปุ่นเคยโด่งดังถึงขีดสุดในเมืองไทยเมื่อราวๆ 25 ปีที่ผ่านมา ที่ถึงขนาดสามารถจัดการแข่งขันที่สนามกีฬาแห่งชาติบ้านเราแบบมีคนดูเต็มความจุสนามได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปมวยปล้ำญี่ปุ่นก็หายไปจากจอโทรทัศน์และถูกแทนที่ด้วยมวยปล้ำอเมริกา โดยเฉพาะสมาคม WWF หรือ WWE ในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นสมาคมมวยปล้ำอันดับ 1 ของโลก และอันดับแรกๆ ในใจของแฟนมวยปล้ำชาวไทย
ดังนั้นผมมองว่านี่คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนดูติดภาพกับความเป็นมวยปล้ำอเมริกาและไม่เปิดใจให้กับมวยปล้ำจากประเทศอื่นๆ มากนัก อาจเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรืออาจจะไม่คุ้นกับวิธีการนำเสนอรายการ ดังนั้นวันนี้ผมจะมาอธิบายคร่าวๆ ถึงความแตกต่างของมวยปล้ำทั้งสองประเทศ เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เริ่มต้นศึกษาหรือรับชมมวยปล้ำญี่ปุ่นครับ
1. มวยปล้ำญี่ปุ่นหาชมยากกว่ามวยปล้ำอเมริกา
ในมุนนี้หากพูดตรงๆ หน่อยก็คือ “จริง” แต่มันมีแบบออนไลน์ (ทั้งถูกลิขสิทธิ์และผิดลิขสิทธิ์) ให้ดูเสมอหากเราอยากจะดูจริงๆ มวยปล้ำอเมริกาแน่นอนว่าจะมีลิงค์หรือสตรีม ตลอดจนทางโทรทัศน์ให้ดูกันเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามปัจจุบันมวยปล้ำอเมริกาหมดสัญญาและหลุดผังจากโทรทัศน์บ้านเราไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผมพูดได้เลยว่าการรับชมมวยปล้ำมีความยากง่ายไม่ต่างกันมาแล้วครับ ปัจจุบันหากคุณอยากชมมวยปล้ำของ WWE เราไม่สามารถชมทางโทรทัศน์ได้นะครับ เนื่องจากไม่มีรายการลิขสิทธิ์ในจอทีวีอีกต่อไป ต้องหาทางอินเตอร์เน็ทเท่านั้น และมวยปล้ำญี่ปุ่น ก็เริ่มมีฉายบ้างแล้วทางเคเบิลทีวีบ้านเรา และตอนนี้ก็สามารถดูออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ทได้
โดยสมาคมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอย่าง New Japan Pro Wrestling มีบริการ NJPWWORLD ให้คุณจ่ายเงินเดือนละ 999 เยน และสามารถรับชมรายการปัจจุบันและรายการย้อนหลังได้ตามอัธยาศัย ไล่ลงไปหลายสิบปี เรียกว่าใครอยากเริ่มต้นดูมวยปล้ำญี่ปุ่นใช้บริการนี้ครั้งเดียวจบ หากชอบแล้วก็สามารถต่อยอดไปรายการอื่นๆ ทางอินเตอร์เน็ท ซึ่งจะมีคอมมูนิตี้ตรงส่วนนี้โดยเฉพาะเช่นกันครับ ยังไงหากใครสนใจก็สอบถามกันได้เลยนะ ^^
2. มวยปล้ำญี่ปุ่นไม่มีบท?
อีกหนึ่งความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมวยปล้ำญี่ปุ่นก็คือ “มวยปล้ำญี่ปุ่นไม่มีบท” เป็นการปล้ำจริง ฯลฯ อันนี้ได้ยินคนพูดมาหลายคนเลยครับว่ามวยปล้ำอันนี้สู้กันเต็มที่จนลุกไม่ไหว ซึ่งต้องบอกว่ายังไงเสียมวยปล้ำทั่วโลกมันก็เป็น Sport Entertainment หรือแปลเป็นไทยว่า “การกีฬาที่ต้องอาศัยทักษะการแสดง” ดังนั้นแล้วมวยปล้ำญี่ปุ่นก็มีสตอรี่ไลน์เช่นกันครับ
อย่างไรก็ตามรูปแบบของการนำเสนอจะแตกต่างกันออกไป ในที่นี้ผมขออธิบายเป็นภาพรวมนะครับ (มวยปล้ำญี่ปุ่นที่เดินตามแบบของอเมริกาก็มี)
มวยปล้ำอเมริกานั้นจะเน้นใน “ตัวบท” เป็นหลัก คือมีตัวบทอยู่จริงจังเหมือนดูละครเลย และก็เอาความเป็นมวยปล้ำไปประกบให้เป็นไปตามครรลองดังกล่าว ดังนั้นจะสรุปง่ายๆ ว่ามวยปล้ำอเมริกาใช้ความเป็นละครเป็นพื้นฐาน
แต่สำหรับมวยปล้ำญี่ปุ่นจะมีบทที่ค่อนข้างกว้างกว่า คือเป็นเหมือนหลักคร่าวๆ ที่ควบคุมการดำเนินเรื่องราวไว้ โดยจะอ้างอิงกับการเติบโตของนักมวยปล้ำหรือการแข่งขันมากกว่า ที่ญี่ปุ่นในค่ายที่เน้นมวยปล้ำจริงๆ จะไม่เห็นบทบาทแบบแย่งภรรยากัน หรือขอแต่งงานกันบนเวทีแบบที่เราดูในอเมริกา แต่ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเหมือนคนมาดูการเติบโตของนักมวยปล้ำ จากนักมวยปล้ำคนหนึ่งที่เราเคยเห็นเมื่อสิบกว่าปีก่อนเป็นเด็กน้อย วันนี้เขากลายมาเป็นแชมป์ ฯลฯ เรียกว่าให้คนลุ้นกันในลักษณะนี้ บทบาทก็จะเติบโตไปตามความเหมาะสมของความสามารถนักมวยปล้ำเอง
ที่ญี่ปุ่นจะมีสิ่งที่เรียกว่า King Road หมายถึงเส้นทางสู่ราชา (นั่นแหละตรงตัวเลย) คือการให้คนเห็นการเดินทางของนักมวยปล้ำคนนึง ให้เห็นการไต่เต้าจากไม่มีอะไรจนประสบความสำเร็จ นี่ยังเป็นแกนหลักอย่างหนึ่งที่ใช้ในการสร้างเรื่องราวของมวยปล้ำญี่ปุ่นครับ
อย่างไรก็ตามปัจจุบันวงการมวยปล้ำญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากวงการมวยปล้ำประเทศอื่นๆ มาก ทำให้มีการแลกเปลี่ยนนักมวยปล้ำ ตลอดจนมีความต้องการที่จะขยายตลาดแฟนๆ ของตนเอง นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พวกเขาเปิดรับรูปแบบการนำเสนอรายการแบบทางฝั่งตะวันตกเข้ามา มันทำให้มวยปล้ำดูง่ายขึ้นครับ ได้แฟนมวยปล้ำใหม่ๆ มามากมายก็จริง แต่ข้อเสียคือแฟนมวยปล้ำญี่ปุ่นดั้งเดิมก็มองว่าเสียเอกลักษณ์ไปครับ
3. การเอาผู้หญิงมาสู้กับผู้ชายถือเป็นเรื่องปกติ
โอเคเราเห็นการปล้ำแบบนี้อยู่บ้างในอเมริกาที่เรียกว่า Mix Tag Match แต่เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า position ของนักมวยปล้ำหญิงจะถูกกดให้ต่ำกว่านักมวยปล้ำชายโดยปริยาย อย่างไรก็ตามในญี่ปุ่นนักมวยปล้ำหญิงแม้ในภาพรวมจะสู้นักมวยปล้ำชายไม่ได้ แต่ญี่ปุ่นจะนำเสนอนักมวยปล้ำหญิงของเขาในฐานะที่ไม่ได้ต่ำกว่าผู้ชาย คือถ้าจะต่ำก็ต่ำในตัวการต่อสู้เลย ไม่ได้ถูกกดตั้งแต่แรกด้วยความเป็นผู้หญิง ดังนั้นเราจะเห็นผู้หญิงที่เตะก้านคอผู้ชายหลับกลางเวที หรือผู้หญิงที่เอาชนะผู้ชายอย่างง่ายๆ อยู่บ่อยครั้งในญี่ปุ่น (ซึ่งใน WWE เราจะเห็นผู้หญิงน็อคผู้ชายได้ยากมากๆๆๆๆๆ)
จริงๆ แล้วทางญี่ปุ่นมองมวยปล้ำเป็นกีฬานะครับ ยังไงเสียมวยปล้ำก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คู่บ้านคู่เมืองมาในยุคหลังสงครามโลก นักสู้ทุกคนของเขามีเกียรติ ตรงส่วนนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่เอาผู้หญิงมาสู้กับผู้ชายในแมตช์ปกตินะครับ แต่เอาผู้หญิงมาสู้กับผู้ชายในแมตช์โหดๆ แบบจับฟาดลวดหนาม หรือจับพันสายไฟแล้วช็อต ฯลฯ ตรงนี้คือเท่าเทียมกันมากครับ
4. ทำไมมวยปล้ำญี่ปุ่นมีแมตช์แทคทีมเยอะมาก?
อันนี้จะอธิบายต้องท้าวความพอสมควรครับ เริ่มอย่างนี้ก่อนคือในสมัยก่อนมวยปล้ำญี่ปุ่นเนี่ยจะมีการแบ่งเป็น “ทัวร์” อย่างชัดเจน อย่างเช่นการปล้ำทัวร์ 1 เดือน ก็จะมีธงไว้ในการประชาสัมพันธ์ว่า “ในรายการใหญ่ของทัวร์นี้ จะมีคู่เอกเป็นการชิงแชมป์ xxx” อะไรก็ว่าไป นั่นหมายความว่าในตารางปล้ำอื่นๆ ของทัวร์ก่อนจะถึงรายการใหญ่นั้น เขาจะเอานักมวยปล้ำที่มีคิวขึ้นปล้ำในรายการใหญ่มาจับคู่มาต่อสู้กันอ้อมๆ มีแทคทีม คือไม่ให้ปล้ำเดี่ยวน่ะ และอาจจะมีสักนาทีสองนาทีที่ไอ้สองคนนี้มันมาเตะต่อยกันเป็นการนำร่องสู่แมตช์ชิงแชมป์นั่นเอง
ดังนั้นคนมาดูมวยปล้ำใหม่ๆ (รวมถึงเราด้วย) จะหงุดหงิดว่าเห้ยยยย อะไรทำไมปล้ำแท็คทีมอีกแล้ว ฯลฯ ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ก็จะดูมวยปล้ำได้สนุกขึ้นครับ แต่แน่นอนนั่นหมายความว่าเราต้องดูอย่างต่อเนื่องพอสมควรด้วย ไม่งั้นเราจะรู้สึกขาดตอนไปโดยปริยาย
และอีกกรณีหนึ่งคือมวยปล้ำญี่ปุ่นเนี่ยพอแก่แล้วจะเก๋า จะไม่ถูกทิ้งแล้วกลายเป็นไอ้โล้นพลังต่ำๆ เหมือนใน WWE แต่ปัญหาก็คือ ไอ้คนแก่ๆ เนี่ยคนดูอยากดูจริงแต่พวกเขาปล้ำไม่ไหว (คืออายุเยอะไง) ก็เลยเอามาจับรวมกันเป็นทีม เพื่อให้ต่างคนได้มีโอกาสโชว์คนละนิดคนละหน่อย พอเสร็จแล้วก็แท็คให้คนอื่นเข้ามาตนเองก็พักเป็นต้น ซึ่งตรงส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญมากๆ อย่างเราเองชอบนักมวยปล้ำแก่ๆ ยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนี้ก็หวังให้แกมาวิ่งมากระโดดตีลังกาเหมือนที่เคยดูไม่ได้ แต่ครั้นจะให้หายไปเลยก็เสียดาย พอเห็นมารวมเป็นแทคทีมกระโดดให้ดูสักครั้งนึงเราก็ฟินแล้วล่ะครับ
5. มวยปล้ำญี่ปุ่นปล้ำข้ามค่ายได้
เหนือสิ่งอื่นใดวงการมวยปล้ำญี่ปุ่นแม้นักมวยปล้ำจะเซ็นสัญญาถาวรอยู่กับค่ายใดก็ตาม พวกเขาทุกคนมีสถานะกึ่งอิสระ นั่นหมายความว่าในเวลาว่างจากทัวร์ปกติ พวกเขาสามารถร่วมการแข่งขันของสมาคมอื่นได้ โดยในค่ายใหญ่ๆ อาจต้องมีการติดต่อจริงจังหน่อย แต่ในค่ายเล็กๆ นั้นพวกเขาเปิดโอกาสให้นักมวยปล้ำขึ้นปล้ำที่ไหนก็ได้ ส่วนนึงเพราะปัญหาเรื่องค่าจ้างครับ พวกเขารู้อยู่แก่ใจว่าการเป็นนักมวยปล้ำนั้นเงินเดือนน้อยและเขาเองหากกันนักมวยปล้ำของตนไว้ในค่ายอย่างเดียว ก็ไม่น่าจะมีรายได้มากพอในการจูงใจนักมวยปล้ำของตนให้อยู่รอดได้ตลอดไป พวกเขาจึงต้องปล่อยให้นักมวยปล้ำไปรับเงินจากการปล้ำในสมาคมอื่น และมันดีตรงที่ทำให้นักมวยปล้ำญี่ปุ่นดูเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน เติบโตไปได้ด้วยกัน และทำให้คนดูมีโอกาสได้เจอแมตช์ที่เราอยากดูมากขึ้น (หากเทียบกับในอเมริกา เราจะคิดว่ายากมากที่จะเห็นนักมวยปล้ำค่ายอื่นโผล่มาใน WWE) มันทำให้มวยปล้ำสนุกขึ้นมากครับ
โพสท์โดย ลูกสาวอบต
เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตร
Breguet นาฬิกาหรูที่สร้างขึ้นเพื่อราชินี จุดกำเนิดนาฬิกาข้อมือในประวัติศาสตร์
เสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาท
ไอต้าวก้อน! ลูกแพนด้ายักษ์วัย 100 วัน อวดโฉมครั้งแรกที่สวนสัตว์ฉงชิ่ง ประเทศจีน
กำนันมะโนนำม็อบสี่แยกควนหนองหงส์ เปิดปราศรัยเรียกร้องรัฐบาลลดน้ำมันทันที 10 บาท
โรงเรียนชายล้วน–หญิงล้วนในไทย ปี 2569 มีที่ไหนบ้าง? เช็ก 10 โรงเรียนดัง ค่าเทอม และสิ่งที่ต้องถามก่อนสมัคร
ภูเวียงเตรียมดังระดับโลก! ยูเนสโกเห็นชอบแล้ว รอรับรองทางการปี 2570
เตือนภัย Android! SMS of Death โจมตีมือถือ ไม่ต้องกดก็เครื่องล่ม!
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569
ผู้หญิงปีมะเมียเป็นภรรยาแบบไหน ? เปิด 5 นิสัยเด่นตามตำราจีน รู้แล้วอาจหลงรัก !








