ยาฆ่าหญ้า เป็นปุ๋ย ไม่ใช่สารพิษ
คนทั่วไปเชื่อกันผิดๆว่า ยาฆ่าหญ้าเป็นสารพิษ มีพิษร้ายแรง ทำให้ปลาตายได้ นั่นไม่เป็นความจริง
ความจริงก็คือ ยาฆ่าหญ้า เป็นปุ๋ยชนิดหนึ่ง และทั้งหมดล้วนเป็นสารอินทรีย์ มีคุณสมบัติควบคุมการเจริญเติบโตของพืช และด้วยความเข้มข้นสูง เมื่อพืชรับเข้าไปแล้วจะเกิดพิษขึ้นในร่างกายของพืช และตาย
ยาฆ่าหญ้า แบ่งได้ 4 ชนิดคือ
1. ชนิดเผาไหม้ ได้แก่ พาราควอตไดคลอไรด์ กรีนเบิร์น ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเฉพาะส่วนสีเขียวที่สัมผัสกับสารเท่านั้น เมื่อลงดินหรือลงน้ำ จะสลายตัวไป ส่วนมากจะใช้สำหรับทำลายพืชให้ตายอย่างทันทีทันใด แต่จะไม่มีผลต่อลำต้นใต้ดิน
2. ชนิดดูดซึม ได้แก่ ไกลโฟเซต เป็นสารพิษที่ร้ายแรงต่อปลาและตกค้างในดินได้นานมาก (ไทยเราถูกหลอกว่าสลายตัวเร็ว) สสารจะเข้าไปตามท่อน้ำเลี้ยง ลำต้น และทุกส่วนที่สัมผัสกับสสาร พืชจะไม่แสดงอาการทันทีทันใด เมื่อเราพ่น สาม สี่ ครั้ง พืชจะค่อยๆแห้งตาย
สารพิษชนิดนี้ มีอันตรายต่อปลา ไม่ทำให้ปลาตาย แต่ปลาจะมีสารพิษตกค้างถึงคน
3. ชนิดเลือกทำลาย มีสองอย่างคือ
3.1. 2,4 ดี เป็นสารออกซิน เร่งรากและช่วยใหพืชในจานเลี้ยงเนื้อเยื่อแบ่งตัว แต่เมื่อมีความเข้มข้นมากๆ เราจะใช้ทำลายพืชใบเลี้ยงคู่ สสารชนิดนี้จะดูดซึมทางใบเข้าไปสู่เยื่อเจริญ จนพืชควบคุมการเจริญเติบโตไม่ได้ ทำให้ใบหงิกงอ และตาย
สมัยก่อน ทหารไทยได้รู้วิชานี้จากกรมยุทธศึกษาทหารบก แต่สารกำจัดวัชพืชที่เอามาให้เราใช้ในกรมทหารคือ "ฝนเหลือง"
ซึ่งใครที่เคยเป็นทหาร จะถูกฝึกมาอย่างผิดๆ ทั้งการใช้ และ วิธีใช้ เขาต้องพ่น ไม่ใช่ตัดไม้แล้วเอาสารกำจัดนี้ราด
3.2. โพรพานิล 2,2 ดี แพนดิเมธาลิน ทำลายทุกส่วนของพืช ท่อน้ำเลี้ยง ราก ใบ ด้วยการดูดซึมเข้าทางใบ สู่เยื่อเจริญ ตกค้างในดินได้นาน และทำลายเฉพาะพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเท่านั้น
*คนไทยถูกสอนให้จำกันอย่างผิดๆว่า วัชพืช มีชนิดใบกว้าง และ ชนิดใบแคบ ซึ่งมันผิดหลัก ที่จริงแล้ว ต้องบอกว่า ใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเลี้ยงคู่* พืชสกุลหญ้า ถึงจะถูก
4. สารควบคุมวัชพืช อะทราซีน บิวตาคลอร์ ใช้พ่นลงพื้นหรือรดลงดิน สารเหล่านี้จะไปชะลอการเจริญเติบโตของเมล็ดพืช ทำให้ไม่งอก หรือไม่พัฒนาเข้าสู่ระยะต่อไป เมื่อครบกำหนดเวลา ยาหมดฤทธิ์ วัชพืชก็จะงอกขึ้นมารบกวนเราอีก
เปลืองเงินโดยใช่เหตุ :(
*ชาวไร่ในบางจังหวัดจะเคยชินกับการผสมยาแล้วตักรดบนพื้นดิน ไม่อันตรายต่อร่างกายมากนัก แต่นั่นเชาใช้กับยาคุม เพราะฉะนั้น คนที่ทำพืชไร่เหล่านี้ จึงไม่มีความสามารถที่จะมาพ่นยาหรือใช้สารกำจัดวัชพืชชนิดอื่นได้*
บางครั้ง เราใช้ยาฆ่าหญ้าในการขยายพันธุ์พืช ใช้เลี้ยงพืชไฮโดรโปนิคส์ ในการปักชำ และบางครั้ง ยาฆ่าหญ้าที่เจือจางมากๆ ใช้เป็นอาหารพืชได้ด้วย
ปัจจุบัน ยังมีสารกำจัดวัชพืชอีกหลายชนิด ที่อาศัยการหมักและผสมด้วยวิธีทางชีวภาพ จึงมีความปลอดภัยสูง ต่อการใช้ ไม่เป็นพิษต่อสัตว์แทบทุกชนิด ได้จากการหมักและกลั่นลำดับส่วน เลือกเฉพาะฮอร์โมนพืช
จึงเป็นสารกำจัดวัชพืชที่น่าใช้และคุ้มค่า ราคาถูก
เรามาหลีกเลี่ยงสารพิษและใช้สารกำจัดวัชพืชให้ถูกต้อง พ่น รด ให้ถูกวิธี ทำให้เป็นและมีฝีมือ วิชาพ่นยาฆ่าหย้านี้ ต้องฝึกและเรียน จะท่องจำหรือทำเลียนแบบกันไม่ได้ เพราะอันตรายมาก ผมเองยังฝึกฝนตลอดเวลาและอยู่กับสิ่งนี้มาเกือบๆ 20 ปี ความก้าวหน้ายังมีต่อไป
เคมีพื้นบ้าน น่าเรียนมากนะ
จากนักเกษตรศาสตร์คนหนึ่ง
แหล่งที่มา: http://www.nanagarden.com/tag/ยาฆ่าหญ้า
http://www.esteem.co.th/products_herbicide.html
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
เด็กชายวัย 12 จากเท็กซัส สร้างประวัติศาสตร์ ความสำเร็จในการสร้าง "เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน" ด้วยตนเอง
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
วงการบรรพชีวินวิทยาตื่นเต้น หลังทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษค้นพบฟอสซิลกะโหลกศีรษะของสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์ บริเวณหน้าผา Jurassic Coast
ชายผู้มีอำนาจมากที่สุดและอยู่ในตำแหน่งผู้นำอย่างยาวนานที่สุดของกัมพูชา
4 เรื่องราวความเศร้าของสัตว์ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


