เรื่องจริงของสาวขายบริการชาวญี่ปุ่นที่ตั้งครรภ์อยู่
เขียนโดย lovejpth

เล่าจากมุมมืด ณ มุมหนึ่งของญี่ปุ่น
"ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลย แต่ถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้" ริกะ (นามสมมติ) หญิงสาวหน้าตาสะอาดสะอ้าน ผมดำขลับ พูดขึ้นมาพร้อมหลั่งน้ำตาในขณะที่กำลังให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวในชีวิตตัวเอง ท้องของเธอโตพอที่จะสังเกตได้
ใช่ค่ะ เธอกำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน และเธอเริ่มทำงานที่ร้านขายบริการแห่งหนึ่งในโตเกียวเมื่อเดือนที่แล้ว
เธอเล่าว่า เธอไปทำงานในร้านขายบริการแบบเฉพาะ คือหญิงสาวที่ให้บริการจะมีแต่ "หญิงที่ตั้งครรภ์" และ "หญิงเพิ่งคลอดที่กำลังให้นมลูก"
แม้ว่าร้านที่เธอทำจะไม่ได้มีบริการแบบถึงขั้นตอนสุดท้าย แต่นอกเหนือจากขั้นตอนสุดท้ายก็มีบริการแบบอื่น ๆ แทบทุกอย่างให้กับผู้ที่มีรสนิยมแบบนั้นที่มาเที่ยว
"คุณรู้สึกละอายไหม ที่ทำงานแบบนี้" เมื่อถูกผู้สัมภาษณ์ยิงคำถามรุนแรงใส่ น้ำตาของเธอก็พรั่งพรูพร้อมตอบว่า "ฉันเพิ่งเคยมาทำงานแบบนี้ครั้งแรก แต่ถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ สามีของฉันยังเด็ก เงินเดือนเขาไม่มากพอที่จะซับพอร์ตทุกอย่าง"
สามีของริกะทำงานเป็นพนักงานบริษัท เงินเดือนไม่ถึงสองแสนเยน ที่ผ่านมาสองคนช่วยกันทำงานหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน
ริกะเคยทำงานโดยอยู่ในสังกัดของบริษัทจัดหางาน เธอปกปิดว่าเธอท้องจนอายุครรภ์ได้สี่เดือน ในที่สุดความลับก็แตก และแน่นอน หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้รับการต่อสัญญา
เธอพยายามหางานใหม่ แต่ท้องโต ๆ ก็เป็นอุปสรรคอย่างมาก เธอหางานใหม่ไม่ได้ และเธอก็เลือกหนทางสุดท้าย คือร้านขายบริการแบบพิเศษนี้
“ฉันไม่เคยคิดว่าฉันจะต้องมาทำงานแบบนี้ แต่ฉันต้องเลือกเสียสละบางอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียที่ใหญ่กว่า”
ริกะยังเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ที่ผ่านมาเธอเคยผ่านผู้ชายมาสามคน (รวมทั้งสามี) ทุกคนมีความสัมพันธ์แบบคู่รัก คือออกเดทและคบหาดูใจกัน แต่เมื่อต้องมามีความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ริกะบอกว่า มันคือความทรมานและความเจ็บปวด
“จริง ๆ ฉันเป็นคนขี้อายมาก ดังนั้นการถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนแปลกหน้าจึงต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างมาก แต่ก็บอกกับตัวเองว่ามันคืองานและต้องอดทน "
“ฉันรู้สึกผิดกับสามี รู้สึกผิดตลอดเวลา และฉันก็ต้องโกหกสามีว่าได้งานเป็นสาวแชท ฉันบอกเขาว่าตอนทำงานใช้โทรศัพท์คุยกับเขาไม่ได้ เขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร ... "
เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามริกะต่อว่า เธอจะทำงานนี้อีกนานแค่ไหน ริกะก็บอกว่า “ฉันจะออกจากงานนี้ทันทีที่ฉันได้เงินเป็นค่าใช้จ่ายในการคลอดลูกพอตามที่ต้องการแล้ว และฉันก็ไม่คิดว่าหลังคลอดจะกลับมาทำอีก ฉันอยากทำงานกลางวันตามปกติ ..."
ในญี่ปุ่นยังมีผู้หญิงเช่นเดียวกับริกะที่เป็นหญิงมีครรภ์จำนวนมาก ที่เลือกทำงานในร้านขายบริการแบบนี้ เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น มีร้านเฉพาะแบบนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี โดยผู้หญิงที่ทำงานแบบนี้ส่วนมากอายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี
หลายคนอาจจะคิดว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ทำงานแบบนี้ต้องเคยมีประสบการณ์ทำงานในร้านอย่างว่ามาก่อน แต่เปล่าเลย ผู้หญิงที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้อย่างเช่นริกะ ก็ล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่ทำงานแบบปกติทั่วไปมาก่อนทั้งสิ้น
สำหรับค่าบริการ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ชั่วโมงละ 15,000 ถึง 20,000 เยน และ 25,000 ถึง 30,000 เยนใน 90 นาที ซึ่งโดยทั่วไปผู้หญิงจะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง (ราคานี้ยังไม่รวมค่าสามาชิกและค่าจองผู้หญิง)
อ่านจบแล้ว รู้สึกยังไงกันบ้างคะ ส่วนผู้เขียนจุกอกไปหมดแล้ว 😢
แม้จะเคารพในการตัดสินใจใช้ชีวิตของทุกคนบนโลกนี้ แต่สมองบางส่วน ก็แอบคิดไม่ได้ว่า ทางที่เขาเลือกมันคือทางที่เหมาะสมจริง ๆ หรือเปล่า
ขอบคุณรูปประกอบทั้งหมดจาก canva
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
จังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออก
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
ไขคำตอบ "ลูกเห็บ"มาจากไหน และจริงๆ กินได้ไหม?
เจาะแนวทางเลขเด่น "ดุ่ย ภรัญฯ"...วันที่ 16 พฤษภาคม 2569
นอกจากกรุงเทพฯแล้ว มีจังหวัดไหนที่จะกลายเป็นศูนย์กลางประเทศไทยอีก?
ย้อนรอย 5 โศกนาฏกรรม "รถโดยสารสายมรณะ" ที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ
คลื่นซัดเรือแคนนูสองพ่อลูกต่างชาติล่มกลางทะเลหน้าอ่าวไร่เล ช่วยได้ 1 สูญหาย 1 คน
ทำไมคนไทยไม่ค่อยบอกรักตรงๆ — มานุษยวิทยาของการแสดงความรักที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม
เมื่อแฟนฝันว่า “เลี้ยงจระเข้ตัวใหญ่” สุดท้ายงวดนี้ดันถูกเลขท้าย 2 ตัวจริง แต่ติดอยู่อย่างเดียว ทำไมซื้อน้อยไปหน่อย!
"ทำไม 'ความสัมพันธ์ระยะไกล' บางคู่ถึงแน่นกว่าคนที่อยู่ใกล้กัน — วิทยาศาสตร์ของ LDR ที่ไม่มีใครพูดถึง"
สิ่งที่เกิดขึ้นในสมองคุณเมื่อ 'หัวใจสลาย' — ทำไมความเจ็บปวดจากความรักถึงเป็นเรื่องจริงทางวิทยาศาสตร์

