สาวญี่ปุ่น ทำร้ายลูก 2 ขวบดับ ลูกเหมือนตัวก่อกวน น่ารำคาญ

เม ทาชิโระ วัย 27 ปี ถูกตำรวจประจำจังหวัดคานางาวะจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายโซระ ลูกชายวัย 2 ขวบที่ศีรษะจนทำให้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 22 เมษายนปีที่แล้ว
แต่เธอก็ไม่ได้ยอมรับ ตลอดการสืบสวนเธอตอบคำถามวนๆแค่คำว่า " ไม่แน่ใจ "
" ไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น "
" ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นคนลงมือหรือเปล่า "
" ไม่แน่ใจว่าเธอทำให้ลูกตายใช่ไหม "
แฟนของเมบอกว่า
" เธอไม่ได้ดูแลลูกแบบที่คนเป็นแม่เขาทำกัน "
" ลูกเหมือนเป็นตัวก่อกวน น่ารำคาญสำหรับเม "
ตามเนื้อตัวเด็กมีแต่รอยฟกช้ำ และผอมมากๆ เป็นไปได้ว่าในแต่ละวันเด็กอาจถูกทารุณกรรมทั้งทางร่างกายและจิตใจ
เอาจริง ก็ตั้งแต่ท้องนะแหละ เธอก็ไม่ได้ใส่ใจเลย เธอไม่เคยไปตรวจ ไปหาหมอ ไปฉีดวัคซีน ไม่เคยทำอะไรแบบที่คนเป็นแม่ส่วนใหญ่เขาทำกัน เธอมีความเย็นชาต่อลูกในท้องมากจนในแบบที่ว่า พอคลอดลูกแล้วเจ้าหน้าที่ก็เอาลูกเธอไป เพราะกลัวเธอจะดูแลลูกไม่ได้ กลัวเธอจะทอดทิ้งหรือทำร้ายลูก เธอก็เลยต้องปล่อยลูกไว้ที่ศูนย์ แต่เจ้าหน้าก็ติดต่อเธอเรื่อยๆ เพื่อดูความพร้อม แต่อยู่ๆ เธอก็หายไปติดต่อไม่ได้กว่าครึ่งปี
จนกระทั่งวันนึงเธอติดต่อมาว่าอยากมารับลูกกลับ ในตอนแรกเจ้าหน้าที่ไม่มั่นใจ เลยนัดเธอมาเจอลูกก่อน อาทิตย์ละครั้ง เป็นอย่างนั้นพักใหญ่ๆ จนแน่ใจ ก็เลยยอมให้เธอพาลูกกลับบ้าน แต่ตอนนั้นลูกเธอก็สองขวบแล้ว
เด็กอายุ 2 ขวบกว่า วัยกำลังน่ารัก ใครเห็นก็เอ็นดู
" แต่ไม่ใช่กับเม "
เมไม่สนใจลูกเลย ปล่อยลูกร้องข้ามวันข้ามคืน พื้นบ้านก็สกปรกจนมีหนอนขึ้น แต่เมก็ปล่อยลูกไว้กับความสกปรกแบบนั้น ผ้าอ้อมก็นานๆ เปลี่ยน กี่วันไม่รู้ถึงลูกจะได้อาบน้ำสักรอบนึง ชาวบ้านต่างเวียนหัวกับเสียงเด็กร้อง เสียงเมโวยวายตะคอกตะโกนใส่ลูก ทุกคนต่างเอือม
ความเป็นจริงก็คือ ก่อนหน้าที่จะมีลูกชาย เมเคยมีลูกสาวมาก่อน ตอนวัยรุ่นเมเคยแต่งงานกับผู้ชายคนนึงที่รู้จักกันในผับ ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกันก็เลยแต่งงาน สามีเมถือว่าเป็นผู้ชายที่ดีคนนึง สามีให้เธออยู่บ้าน เป็นแม่บ้านคอยดูแลลูกสาว ก็เหมือนครอบครัวญี่ปุ่นปกติทั่วๆไป
ตอนนั้นใครเห็นก็ดูออกว่าเมรักลูกสาวมาก ถึงจะท้องแบบไม่ตั้งใจ แต่เมก็ยินดีและรักลูกมากๆ เธอเลี้ยงลูกสาวอย่างดี แต่พอตอนลูกสาวอายุ 3 ขวบ ทั้งคู่ก็หย่ากัน ฝ่ายสามีได้ลูกสาวไป ส่วนเมก็เดินหน้าใช้ชีวิตใหม่
เมได้งานเป็นสาวโฮส ก่อนแต่งงานเธอเที่ยวเก่ง พอมีครอบครัวก็เลยต้องหยุดเที่ยว พอตอนนี้เหมือนได้ชีวิตตัวเองกลับคืน เธอคบกับหนุ่มฐานะร่ำรวยหลายคน ชีวิตกลางคืนกำลังไปได้ดี
จนกระทั่ง ... เธอพลาดท้องลูกชาย
ชีวิตเมเหมือนกลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ มีลูก คลอดลูก เลี้ยงลูก ทั้งที่ชีวิตกำลังสนุก กำลังไปได้สวย แต่คราวนี้เธอรู้สึกเต็มกลืนมาก เธอไม่ได้อยากท้อง โดยเฉพาะท้องกับใครก็ไม่รู้ พอท้องแล้วก็ทำงานโฮสไม่ได้ หนุ่มๆ ก็ทยอยหายหน้าไป
นี่คือสาเหตุที่เม " เกลียด " ลูกชาย
ก็คงเป็นที่มาของเรื่องต่างๆ นะแหละ
ทั้งเรื่องที่ไม่สนใจดูแลครรภ์ คลอดแล้วก็ทิ้งลูกไป หรือไปรับกลับมาก็เลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ
เมไม่เคยบอกใครว่าตัวเองมีลูกชาย แม้แต่ในเฟสบุ๊คก็มีแค่รูปลูกสาว รูปเธอกับสามีเป่าเทียนวันเกิดให้ลูกสาวยังไม่ถูกลบออกจากเฟส เธอตั้งมันเป็นหน้าปกมาตั้งแต่ตอนฉลองวันเกิดให้ลูกสาว แล้วก็ไม่เคยเปลี่ยน
เธอบอกทุกคนว่า " มีลูกคนเดียว "
แม้แต่เพื่อนมัธยมก็ยังตกใจที่มีข่าวว่าเมทำร้ายลูกชายจนเสียชีวิต " ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอมีลูกชาย ข่าวที่ออกว่าเธอทำร้ายลูก ฉันแทบไม่เชื่อเลย เธอเป็นคนรักเด็ก แล้วก็รักลูกสาวมาก คนแบบเธอจะทำร้ายลูกของตัวเองได้เหรอ "
ก็คงจะได้ละมั้ง ถ้าเป็นลูกที่ไม่รัก
เพื่อนบ้านเล่าว่า " บ้านนี้มีแต่ผู้ชายเข้าออก นอกนั้นก็เป็นเสียงเด็กร้องไห้ เสียงเธอตะโกนบอกลูกว่า หุบปาก ! หยุดร้อง ! "
เป็นความวุ่นวายโกลาหลจริงๆ
ถามว่ามีเจ้าหน้าที่เด็กแวะมาดูไหม มี แต่เมไม่ให้เข้าบ้าน และถ้าผู้ปกครองไม่อนุญาต เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถบุกรุกเข้าไปได้ นอกจากจะไปแจ้งความกับตำรวจ ให้ตำรวจมาช่วยเปิดบ้านให้ แต่เจ้าหน้าที่คงไม่ได้อยากจะทำอะไรให้มันยุ่งยาก ก็เลยเลือกกลับไปดีกว่า
สุดท้ายก็เลยกลายเป็นแบบนี้
วันที่ 22 เมษา เมจับหัวลูกกระแทกกับข้างฝา จนทำให้ลูกเสียชีวิตจากแรงกระแทกที่รุนแรงที่ศีรษะ เด็กน้อยวัย 2 ขวบ ถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยเมแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายป่วย ไม่รู้เป็นอะไร
หลังจากนั้นน้องก็เสียชีวิตลงในวันที่ 23 เมษา จึงได้มีการสืบสวนเรื่องราวต่างๆ ขึ้น ...
ไอคำที่ว่าพ่อแม่ทุกคนรักลูก นั้นไม่ได้จริงเสมอไป ... พ่อแม่ที่รักลูกไม่เท่ากันนั้นมีอยู่จริง และพ่อแม่ที่เกลียดลูก ... ก็มีอยู่จริง
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
ประเทศที่นําเข้าอาหารแช่ แข็งจากไทยมากที่สุด
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
โซเชียลเขมรเรียกร้องจัดสงกรานต์แบบไทย ไม่เอาเขมรโบราณ สะท้อนกระแสอยากได้ความสนุกมากกว่าพิธีการ
โรงแรมที่สวยงามหรูหราที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
"ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางเศรษฐีตัวจริง
เปิดสถิติหวย “วันพุธ 20 ปี” เลขเดิมวนซ้ำจริงไหม งวด 1 เม.ย. 69 ลุ้นกลับมาอีกครั้ง
เจาะลึกแนวทางเลขเด็ด "หนุ่มสุพรรณ" งวด 1 เมษายน 2569
AI วิเคราะห์เลขเด็ด ใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
ไทยติดอันดับสนามบินโลก สุวรรณภูมิที่ 36 ดอนเมืองที่ 7
3 ประเทศที่มีการเล่นหวยมากที่สุดในโลก
ประเทศที่ผู้คนอดอยากยากแค้นมากที่สุด
ยกเลิกสิทธิ์อาหารฟรี สส.ควักเงินเอง ลดงบ 288 ล้าน
ชื่อ เดิม ของแต่ละจังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
5 เมนูไข่สุดสร้างสรรค์ เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน
มือถือวางเฉยแต่ร้อนผิดปกติ เสี่ยงบอร์ดพังโดยไม่รู้ตัว
ทำความรู้จัก "น้ำมันอวกาศ" (Space Oil) ภัยเงียบจากบุหรี่ไฟฟ้าที่วัยรุ่นควรรู้
เดือดชายแดน! ทหารกัมพูชาวัย 17 โพสต์ท้ารบ “พร้อมลงแนวหน้า” ถ้อยคำร้อนแรงสะเทือนโซเชียล
ช็อกทั้งประเทศ! “ไม่ตอบ-ไม่รู้-ยังไม่ได้รายงาน” เสียงจากปากนายกฯ ท่ามกลางคนไทยแย่งน้ำมัน
น้ำมันจะถูกจริง หรือแค่ดีใจเก้อ? “อิหร่านยอมเปิดฮอร์มุซ” ราคาดิ่งแรง แต่คนไทยยังต้องลุ้น
เปิดโปงภัยเงียบ! อาสาสมัครหื่นข่มขืนผู้ป่วยสมองเสื่อม คาบ้านพักคนชรา กล้องวงจรปิดมัดตัวชัด