ผู้หญิงที่มีรอยสัก และดัดแปลงร่างกายมากที่สุดในโลก สองรางวัลกินเนสเวิร์ลการันตี

Esperance Fuerzina สาวผู้ได้รับรางวัล Guinness World Records เพราะเรือนร่างที่แตกต่างจากคนทั่วไป
Esperance Fuerzina เป็นทหารผ่านศึกวัย 36 ปี จาก รัฐคอนเนตทิคัตของ สหรัฐอเมริกา ผู้มีร่างกายที่ถูกปกคลุมด้วยสีหมึกถึง 99.8 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเธอใช้ผิวหนังของเธอราวกับกับผืนผ้าใบวาดเขียนที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งมีธีมหลักคือ 'การเปลี่ยนความมืดมิดให้กลายเป็นความงาม'
เธอใช้รูปร่างของเธอเป็นเหมือนไดอารี่ ซึ่งจดบันทึกประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดของเธอเอาไว้ ดังนั้นถ้าคุณเห็นเธอมีสมุด บันทึกที่มีลาย Guinness World Records อีกเร็วๆ นี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเธอเพิ่งได้สมุดบันทึกที่มีลายนี้มาสองเล่มจริงๆ
เอสเทปรานซ์ ตัดสินใจที่จะบันทึกชีวิตของเธอเอาไว้บนร่างกาย เป็นงานศิลปะที่มีต้นตอมาจากตอนที่เธออยู่ในกองทัพ เธอเคยชินกับการเดินทางแบบที่ไม่ต้องขนสัมภาระมาก ดังนั้นจึงต้องพกแต่สิ่งของที่จำเป็น และสำคัญจริงๆ เท่านั้น
ดังนั้นแทนที่จะพกเป็นสิ่งของอย่าง สร้อยหรือกรอบรูปไปไหนต่อไหนด้วย จึงเป็นเรื่องง่ายกว่า ที่จะบันทึกทุกอย่างลงบนผิวหนังของเธอ
เอสเทปรานซ์ คือผู้หญิงที่มีรอยสักบนร่างกายมากที่สุดในโลก เป็นเจ้าของสถิติโลกที่เกิดมาในครอบครัวทหาร ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเธอต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ
เธอกล่าวว่า "ฉันใช้ชีวิตแบบเร่ร่อนมาตลอด ไม่มีที่ว่างให้กับกระเป๋าเป้ของทหารมากนัก จึงรู้สึกว่าการทำแบบนี้จะสามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ และสามารถเก็บไปได้ทั้งชีวิต"
อดีตเจ้าหน้าที่บริการทางการแพทย์วัย 36 ปี มีผิวหนังที่ถูกปกคลุมด้วยหมึกถึง 99.8% และมีการดัดแปลงร่างกาย 89 ครั้ง (SWNS)
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เอสเทปรานซ์มีรอยสักตั้งแต่หนังศีรษะมาถึงฝ่าเท้า รวมถึงรอยสักบริเวณจุดที่มีผิวบอบบางมาก อย่างเปลือกตา ลูกตา เหงือก และอวัยวะเพศ
นอกเหนือจากที่มีรอยสักเยอะมากๆบนร่างกายแล้ว เธอยังดัดแปลงร่างกายมากที่สุดในโลกอีกด้วย โดยเธอผ่าลิ้นออกเป็น 2 แฉกในปี 2014 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเธอแบบจริงจัง นอกเหนือจากการปรับแต่งทั่วๆ ไป อย่างเช่น เจาะจมูก, ริมฝีปาก แล้วเธอยังมีการยัดซิลิโคนใต้ผิวหนัง 15 ชิ้นด้วยอีก ซึ่งเห็นได้ชัดที่แขนของเธอ
สิ่งแปลก ที่เอสเทปรานซ์ได้มีการปรับเปลี่ยนร่างกายของตัวเอง ก็อย่างเช่น การตัดหัวนมทั้งสองข้าง การฉีดสีหมึกเข้าไปในลิ้นที่ผ่าออก และทำแบบเดียวกันอีกที่ริมฝีปากด้านในของเธอ
เอสเทปรานซ์ให้ความเห็นต่อรูปลักษณ์ที่แสนจะไม่ธรรมดาของตัวเองว่า
"ฉันชัดเจนว่าจะไม่ยึดมั่นตามมาตรฐานความงามแบบดั้งเดิม ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจ แต่หลายคนก็ไม่อาจจะเข้าใจ และมีมุมมองด้านลบเกี่ยวกับเรื่องนี้"
เมื่อดูภาพตอนที่่เอสเทปรานซ์อายุ 17 ปี ก็จะไม่เห็นเขาโครงแบบที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้เลย สาวทหารผ่านศึกเล่าว่า เธอเริ่มการหลงใหลการสักนี้ได้อย่างไร โดยเธอเริ่มจากครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 21 ปี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เล็กๆ ที่เธอทำเพื่อรำลึกถึงครอบครัวของอดีตคู่หูของเธอ
เอสเทปรานซ์กล่าวว่า "การเป็นผู้หญิงที่มีรอยสักมากที่สุด และปรับเปลี่ยนร่างกายมากที่สุดเป็นเรื่องที่ค่อนข้างบ้า แต่ฉันก็ขอบคุณและตื่นเต้นกับอนาคตเสมอ และแน่นอนว่ามันยังไม่จบเพียงแค่นี้"
การที่จะยังค้นหาพื้นที่อีก 0.2% บนร่างกายให้เธอได้สักต่อ จึงเป็นเรื่องที่มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่งจริงๆ
อ้างอิงจาก: https://www.ladbible.com/news/world-news/most-tattooed-woman-body-modifications-guinness-world-record-804180-20240822?fbclid=IwY2xjawE6YSJleHRuA2FlbQIxMAABHUOl83K_IJRmFHU52TolpYSB2nWCeQomeA9IPsvEP7kYpXoRFzOPI2yxGA_aem_xo071gXM4AXjHECsivcAvg
https://nypost.com/2024/08/23/us-news/inked-army-vet-esperance-fuerzina-with-forked-tongue-and-pierced-genitals-breaks-world-record-with-99-9-of-body-tattooed/
เขียนโดย Noxx
เปิดรายชื่อจังหวัดที่ไม่มีทางรถไฟผ่าน
ทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูง
ถกสนั่นโซเชียล! ตั้งกระทู้ถาม "ผู้ใหญ่เลี้ยงข้าว บอกสั่งได้เลยไม่ต้องเกรงใจ" กล้าสั่งแพงกว่าคนเลี้ยงไหม?
ข้อเสียของการพนันที่ไม่ใช่แค่เงินหาย แต่ค่อย ๆ กินพื้นที่ชีวิตเรา
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา
ทำไมงานวิจัยที่ดูเหมือนเล่น ๆ ถึงได้รางวัลจริง? Ig Nobel 2026 พาเห็นว่าคำถามแปลกก็มีวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่
เปิดขุมกำลังกองทัพสหรัฐฯ! มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก ยิ่งใหญ่และโหดขนาดไหนกันเชียว?
เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวา
มดมีจมูกไหม ทำไมเจอน้ำตาลได้แม้เราเพิ่งทำหก
5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
แม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำ








