รีวิวหนังสือ: ฉันฆ่าอาจารย์
เขียนโดย readagainandagain
หากคุณเคยผ่านช่วงชีวิต ม.6 มาก่อน คุณน่าจะเข้าใจดีว่ามันคือช่วงเวลาที่ทั้งสวยงามและโหดร้ายในคราวเดียวกัน มันคือปีสุดท้ายก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของมหาวิทยาลัย โลกที่เต็มไปด้วยอิสระและความคาดหวังใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ม.6 ก็เป็นปีที่ทุกอย่างในชีวิตดูเหมือนจะถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งการเตรียมสอบ การวางแผนอนาคต ความคาดหวังของครอบครัว และระบบการศึกษาที่เหมือนจะวางมาตรฐานไว้ให้กับทุกคน โดยไม่สนเลยว่าแต่ละคนพร้อมแค่ไหน
แล้วถ้าวันหนึ่ง อาจารย์ที่คอยเป็นหลักให้กับคุณมาตลอด ตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตายต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน พร้อมกับทิ้งข้อความปริศนาไว้บนกระดานว่า “ฉันฆ่าอาจารย์” คุณจะยังทนรับไหวไหม?
เรื่องย่อ
วันหนึ่งที่ดูเหมือนจะปกติเหมือนวันอื่น ๆ โอคุซาวะ จุน อาจารย์ประจำชั้นของนักเรียน ม.6 ได้กระโดดตึกเสียชีวิตต่อหน้าทั้งโรงเรียน โดยมีข้อความแปลกประหลาดปรากฏอยู่บนกระดานว่า “ฉันฆ่าอาจารย์” คำถามแรกที่ทุกคนมีในหัวคือ นี่เป็นการฆ่าตัวตาย หรือคดีฆาตกรรมกันแน่?
แต่ยิ่งคุณอ่านลึกเข้าไปในเรื่อง คุณจะพบว่า “ใครฆ่า” อาจไม่ใช่คำถามหลักของเรื่องนี้เลย เพราะสิ่งที่หนังสือเล่มนี้พยายามพูดถึงคือแรงกดดันจากระบบการศึกษาที่บิดเบี้ยวจนแม้แต่ผู้ใหญ่ยังแบกรับไม่ไหว
การเล่าเรื่อง
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นคือวิธีการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของนักเรียน 4 คน และอาจารย์อีก 1 คน ทำให้เราค่อย ๆ ได้เห็นเหตุการณ์เดียวกันจากหลากหลายสายตา บางคนมองว่าโอคุซาวะคืออาจารย์ที่ดีที่สุดที่เคยมีมา บางคนกลับมองว่าเขาคือรากของปัญหาทั้งหมดในห้องเรียน
มันเหมือน “ราโชมอน” ฉบับชีวิตมัธยมปลาย ไม่มีคำตอบที่ตายตัว ไม่มีใครดีทั้งหมด หรือเลวทั้งหมด ทุกคนต่างมีเหตุผลในมุมของตนเอง และความจริงของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
รีวิว 'ฉันฆ่าอาจารย์'
สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เจ็บแสบไม่ใช่เพราะมันเป็นคดีฆาตกรรมหักมุม แต่มันคือการดึงเอาบาดแผลที่เราเคยเผชิญในระบบการศึกษามาฉายซ้ำอย่างไม่ลดละ
-
เด็กที่ต้องเรียนในคณะที่ไม่อยากเรียน เพราะความคาดหวังของพ่อแม่
-
การแข่งขันที่ไร้ค่า เว้นแต่จะคว้ารางวัลระดับชาติ
-
โอกาสที่ถูกแจกจ่ายอย่างไม่เท่าเทียม แค่เพราะคุณไม่มี “เส้น”
สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่าโลกนี้ไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่พยายามที่สุดเสมอไป แต่มักให้กับคนที่ “เริ่มต้นได้เปรียบ” มากกว่า
แม้เรื่องจะโฟกัสที่นักเรียน แต่ตัวละครที่สะเทือนใจที่สุดคือ “ครู” ในความเป็นจริง ครูไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือ แต่ยังต้องจัดการเอกสาร ประชุม แก้ปัญหาครอบครัวนักเรียน และรับแรงกดดันจากทั้งระบบและผู้ปกครอง เงินเดือนก็ไม่ได้มาก และการยอมแพ้จึงกลายเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
ชื่อเรื่อง “ฉันฆ่าอาจารย์” อาจฟังดูเหมือนนิยายสืบสวนธรรมดา แต่ในความเป็นจริงมันคือประโยคที่เปิดโปงปัญหาทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู หรือผู้ปกครอง ทุกคนต่างมีส่วนร่วมในการสร้างแรงกดดันให้กับอีกฝ่าย
หนังสือเล่มนี้อาจไม่มีคำตอบว่าควรแก้ระบบยังไง แต่มันทำหน้าที่ได้ดีที่สุดในการตั้งคำถามให้เราทบทวนอดีตของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะรักโรงเรียนหรือเกลียดมัน คุณจะอดไม่ได้ที่จะถามตัวเองว่าระบบการศึกษาที่เราเติบโตมา มันดีแล้วจริง ๆ หรือ?
อ่านเรื่องอื่นๆได้ที่: Readagainandagain.com
ชื่อเรื่อง: ฉันฆ่าอาจารย์
ผู้เขียน: Mina Sakurai
สำนักพิมพ์: Bibli
ประเภท: ดราม่า / สืบสวนสอบสวน
จำนวนหน้า: 400 หน้า
พิกัดซื้อ: https://s.shopee.co.th/3AuuS89Ao6
เท้าบวมไม่ได้แปลว่าแค่กินเค็มอย่างเดียว แต่โฆษณา “หายใน 15 นาที” ก็ต้องอ่านให้ดี
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
3 ห้างยุคบุกเบิกของพัทยา จากไมค์ถึงรอยัล การ์เด้น พลาซ่า
โรงเรียนช่างกลที่เคยโด่งดังและมีชื่อเสียงมากในประเทศไทย
ทรัมป์บอกอีลอน มัสก์กลับมาเป็นเพื่อนอีกครั้ง หลังเคยแตกหักหนักเรื่องงบและรถ EV
10 อาชีพในสหรัฐฯ ที่ AI แทนยาก เพราะยังต้องใช้ทักษะมนุษย์
แนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69
ความสุขคือการกินจริงไหม หรือเราแค่ใช้ของอร่อยปลอบใจตัวเอง
กระบี่ไม่ได้ดังแค่ทะเล ทำไม NASA ถึงหยิบภาพชายฝั่งไปอธิบาย
เขตชิบูย่าในโตเกียวเข้มงวดเรื่องการทิ้งขยะ โดยผู้ที่ทิ้งขยะจะถูกปรับ 2,000 เยนทันที
5 โรงเรียนช่างกลเก่าในความทรงจำ ที่เลิกเปิดสอนไปแล้ว
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
ชวนลองเข้ามาดูประติมากรรมที่จะทำให้คุณต้องหยุดมองแล้วอุทานว่า “ว้าว!”
เท้าบวมไม่ได้แปลว่าแค่กินเค็มอย่างเดียว แต่โฆษณา “หายใน 15 นาที” ก็ต้องอ่านให้ดี
ทรัมป์บอกอีลอน มัสก์กลับมาเป็นเพื่อนอีกครั้ง หลังเคยแตกหักหนักเรื่องงบและรถ EV
3 ห้างยุคบุกเบิกของพัทยา จากไมค์ถึงรอยัล การ์เด้น พลาซ่า



