หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

(นิยายอิโรติก 25+ "สลักลาย" (ตอนที่3 ความพ่ายแพ้ของนักล่าแต้ม)

เขียนโดย Bi Sexjud

ตอนที่3 ความพ่ายแพ้ของนักล่าแต้ม

                                        

"กริ๊ก"                                                                                                                               

เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้น

เรียกความสนใจของทุกคน

น้ำตาลเดินกลับออกมาในชุดคลุมผ้าต่วนสีม่วงเข้มเนื้อบางเบา

ที่ขับให้ผิวขาวจัดของเธอดูเด่นขึ้น

สายรัดเอวถูกมัดไว้อย่างหลวมๆ

เผยให้เห็นร่องอกและเรียวขาที่ก้าวเดินอย่างเป็นจังหวะ

 

สามหนุ่มยังอยู่ในชุดว่ายน้ำ
นั่งเรียงกันอยู่บนโซฟาตัวยาว
คลุมด้วยเสื้อคลุมสีขาว ปักโลโก้สีทองของคอนโด

เผยให้เห็นกล้ามอกที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน
และกล้ามขาแกร่งที่ความยาวของเสื้อคลุมไม่สามารถปกปิดไว้ได้

 

"เครื่องดื่มพร้อมแล้วค่ะ" เธอเดินตรงไปที่บาร์น้ำ

พลางหยิบขวดไวน์แดงแช่เย็นจัดออกมา

"พงษ์... ช่วยตาลเปิดขวดหน่อยได้ไหมคะ? ตาลแรงไม่ค่อยมี"

 

น้ำตาลเลือกที่จะเริ่ม "เปิดเกม" กับพงษ์ก่อนเพื่อหยั่งเชิงดูปฏิกิริยาของเมฆ

เธอส่งขวดไวน์ให้พงษ์ด้วยมือที่จงใจสัมผัสหลังมือของเขาไว้นานเกินจำเป็น

สายตาของเธอชำเลืองมองเมฆที่ยืนนิ่งดูสถานการณ์อยู่ไม่ห่าง

เธอโน้มตัวลงเล็กน้อยจงใจให้สายรัดเอวที่ผูกไว้อย่างหลวมๆ

เผยความเย้ายวนให้พงษ์เห็นในระยะสายตา

พงษ์ที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างหมอกและเมฆ

รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า

ไม่ใช่เพราะเสน่ห์ของหญิงสาวทั้งหมด

แต่เป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเมฆที่นั่งอยู่ข้างๆ

                                                                                                         

พงษ์ลุกขึ้นยืนรับขวดไวน์มา

มือของเขาพยายามเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง

แต่น้ำตาลกลับจงใจไล้ปลายนิ้วผ่านหลังมือเขาอย่างเชื่องช้า

"ได้ครับคุณตาล..." พงษ์ตอบด้วยเสียงที่พยายามคุมให้ปกติที่สุด

เขาจัดการดึงจุกคอร์กออก

เสียง "ป๊อป!" ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ

 

"เก่งจังค่ะ... แรงเยอะแบบนี้ ตาลชอบ"

น้ำตาลกระซิบขอบใจ สายตาของเธอไม่ได้มองแค่พงษ์

แต่กลับชำเลืองไปมอง เมฆ ที่นั่งกอดอกนิ่งขรึมดูสถานการณ์อยู่

เมฆเห็นภาพนั้นแล้วในใจกลับรู้สึกปั่นป่วน

เขาเห็นมือของน้ำตาลที่ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ตัวพงษ์

และเห็นท่าทีประหม่าของรุ่นน้องที่

เขาตัดสินใจเดินหมากที่กล้าหาญที่สุด

เพื่อทำลายเกมของน้ำตาลและยืนยันตัวตนตบตาไปพร้อมกัน

 

เมฆขยับกายลุกขึ้นจากโซฟา

ชายเสื้อคลุมสีขาวเลิกขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามขาแกร่งที่เป็นลูกสวยงาม

เมฆก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่ แรงกดดันจากรูปร่างสูงใหญ่และผิวเข้มดุดันของเขาทำให้บรรยากาศรอบบาร์น้ำดูแคบลงไปถนัดตา

เขาเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างน้ำตาลกับพงษ์

กลิ่นกายชายหนุ่มที่เพิ่งพ้นจากน้ำ

ผสมกับกลิ่นจางๆ ของเสื้อคลุมสะอาดสะอ้าน

แผ่ซ่านจนพงษ์ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย

“รินให้ผมด้วยคนสิครับคุณตาล... พงษ์มันทำหน้าที่เปิดแล้ว เดี๋ยวผมขออาสาเป็นคนชิมเอง”

เมฆเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง

พลางเอื้อมมือหนาไปรับแก้วไวน์จากน้ำตาล

ทว่าจังหวะที่ยื่นมือออกไปนั้น

แขนเสื้อคลุมของเขาเลื่อนขึ้นเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนบนลำแขนแกร่ง

เมฆจงใจใช้ปลายนิ้วสัมผัสกับมือนุ่มของน้ำตาลอย่างเปิดเผย

แววตาคมกริบจ้องมองเธออย่างท้าทาย

ราวกับจะบอกว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับเกมนี้

 

“ได้สิคะเมฆ... สำหรับเมฆ ตาลเตรียมแก้วพิเศษไว้ให้เลยค่ะ”

น้ำตาลยิ้มพรายอย่างพึงใจ

ที่สามารถกระตุกหนวดเสืออย่างเมฆให้ลุกขึ้นมาเล่นเกมกับเธอได้สำเร็จ

เธอรินไวน์แดงสีเข้มจนเกือบเต็มแก้ว

สายตาคมปลาบของนักล่าสาวยังคงวนเวียนอยู่

ตรงรอยแยกของสาบเสื้อคลุมสีขาวที่หน้าอกของเมฆ

ซึ่งบัดนี้เผยให้เห็นมัดกล้ามอกรำไรจากการที่เขาขยับตัวเข้าประชิด

 

ขณะเดียวกัน พงษ์ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ระหว่างคนทั้งคู่

กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกแผดเผา

เขาได้ยินเสียงลมหายใจของเมฆที่อยู่ใกล้

ความรู้สึกหวงแหนพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรงจน

เขาอยากจะหันไปคว้าตัวเมฆไว้

แต่เขาก็ต้องเตือนตัวเองว่านี่คือ 'แผน' ของพี่ชายเพื่อน

“พี่เมฆ... พี่ชอบไวน์แดงตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”

พงษ์ถามหยั่งเชิง น้ำเสียงแฝงความประชดประชันเล็กน้อย

พลางเอี้ยวตัวกลับไปมองสบตาคมของรุ่นพี่ในระยะประชิด

เมฆไม่ตอบเป็นคำพูด

แต่กลับยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ สายตายังคงจ้องมองน้ำตาลอย่างมีเลศนัย

ก่อนจะปรายตามามองริมฝีปากของพงษ์ครู่หนึ่ง

บางอย่าง... ถ้าไม่ลองจิบดู ก็ไม่รู้หรอกว่ามัน 'แรง' แค่ไหน”

คำพูดของเมฆทำให้พงษ์ใจสั่นรัว

ส่วนน้ำตาลที่ยืนดูอยู่ก็ยิ่งรู้สึกสนุก

เธอรู้ดีว่าใต้ชุดคลุมสีขาวเหล่านั้นมีความลับ

และพละกำลังที่รอการปลดปล่อย

และเธอก็พร้อมจะเป็นคนกระชากมันออกมาเองกับมือ

 

หมอก ที่นั่งดูละครฉากเด็ดอยู่บนโซฟา

ลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางเดินเข้ามาร่วมวง

“ดูเหมือนไวน์ขวดนี้จะเริ่มทำงานแล้วนะครับ...

คุณตาลครับ ห้องนี้วิวสวยขนาดนี้

เรามายืนจิบไวน์ ชมวิวสระว่ายน้ำ กับแม่น้ำปิงกันดีกว่าครับ”

หมอกพูดพร้อมกับไปยืนด้านหลังของน้ำตาล

จงใจแนบแผ่นอกหนาของเขากับแผ่นหลังของน้ำตาล

เอื้อมมือไปประคองแก้วไวน์ในมือของน้ำตาลขึ้นมาดื่ม

“หวานจัง อยากรู้ว่าถ้ากินไวน์จากปากคุณตาลจะหวานขึ้นไหม”

ศึกพิศวาทได้ถูกเปิดขึ้นแล้วโดยหมอก

เมฆ และพงษ์ ถอยไปนั่งดูที่โซฟาตัวยาว ตัวเดิม

 

บรรยากาศภายในห้องเพนเฮ้าส์

เปลี่ยนจากความกดดันเป็นความเร่าร้อนในชั่วพริบตา

เมื่อ หมอก น้องชายตัวแสบตัดสินใจเป็นผู้เปิดหมากรุกฆาตคนแรก

การจู่โจมจากด้านหลังของเขานั้นนุ่มนวลแต่หนักแน่น

แผ่นอกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมสีขาวบดเบียดกับผ้าต่วนสีม่วงจนน้ำตาลสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายชายหนุ่ม

คำพูดกึ่งท้าทายที่ถามถึงรสชาติไวน์จากริมฝีปาก

ทำให้น้ำตาลถึงกับลอบยิ้มอย่างพึงใจ

เธอเอียงคอรับสัมผัสจากลมหายใจของหมอก

พลางหันไปสบตากับเขา

ทั้งที่แก้วไวน์ยังจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก

 

"ถ้าอยากรู้... ก็ต้องลองพิสูจน์ดูสิคะหมอก ว่าไวน์หรือตาล ใครจะหวานกว่ากัน"

 

ทางด้านโซฟาตัวยาว เมฆ และ พงษ์ ถอยกลับมานั่งเคียงข้างกันอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้บรรยากาศระหว่างเขาทั้งคู่กลับเปลี่ยนไป

ชุดคลุมสีขาวที่เลิกขึ้นจนเห็นหน้าขาแกร่งของทั้งสองเบียดชิดกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

เมฆนั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีนิ่งขรึม

มือหนึ่งยังคงถือแก้วไวน์แดงไว้มั่น

สายตาคมเข้มจ้องมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของน้องชาย

ที่กำลังนัวเนียอยู่กับน้ำตาล

 

"พี่เมฆ..." พงษ์เอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย

"พี่ปล่อยให้ไอ้หมอกมันทำแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ"

เมฆปรายตามามองพงษ์ มุมปากขยับยิ้มช้าๆ อย่างที่พงษ์อ่านไม่ออก

 

"หมอกมันโตแล้วพงษ์... มันรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่"

เขาจงใจขยับมือหนาที่ว่างอยู่ไปวางลงบนโซฟา

ใกล้กับมือของพงษ์จนปลายนิ้วสัมผัสกัน

"แล้วนายล่ะ... รู้ตัวไหมว่าอยากทำอะไร"

พงษ์รู้สึกเหมือนถูกกระตุ้น

หัวใจของเขาเต้นรัวแรงแข่งกับจังหวะการรุกรานของหมอกที่อยู่เบื้องหน้า

 

เขาเห็นน้ำตาลเริ่มหันกลับมาประจันหน้ากับหมอก

เสื้อคลุมสีม่วงร่วงหล่นไปอยู่กับพื้น

มือเรียวสวยของเธอเลื่อนขึ้นไปขยำอกหนาแกร่งของหมอก

 

"ดูเหมือนศึกครั้งนี้... หมอกจะเป็นคนคุมเกมนะครับพี่เมฆ"

พงษ์พูดพลางกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก

สายตาของเขาไม่ได้จ้องน้ำตาล

แต่กลับจับจ้องไปที่ริมฝีปากหยักได้รูปของเมฆแทน

 

"เกมเพิ่งเริ่มเองพงษ์" เมฆกระซิบตอบ

พลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ สายตาที่เขาจ้องมองไปที่หมอก

คนที่โตมาด้วยกันยี่สิบปี อย่างเงียบๆ

 

เสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน

เริ่มทวีจังหวะหนักหน่วงขึ้นเมื่อหมอกรวบเอวบางของน้ำตาลเข้าหาตัว

ความเย็นเฉียบของบรรยากาศในห้องเพนเฮ้าส์

ดูจะพ่ายแพ้ต่อไอร้อนที่ระเหยออกมาจากร่างของคนทั้งคู่

 

หมอกผละริมฝีปากออกอย่างแช่มช้า

แววตาของเขาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

ขณะจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของสาวเจ้าเสน่ห์

หมอกหมุนแก้วไวน์ในมือช้าๆ

สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองผ่านผนังกระจกใสลงไปยังสระว่ายน้ำเบื้องล่าง

ที่แสงแดดยามสายกำลังเต้นระบำบนผิวน้ำ

เขาจิบไวน์แดงที่เหลือติดก้นแก้วของน้ำตาลช้าๆ

รสฝาดหวานที่ยังอุ่นด้วยไอจากริมฝีปากของหญิงสาว

ทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มสูบฉีดแรงขึ้น

 

เขาวางแก้วลงบนโต๊ะข้างผนังกระจก

ก่อนจะรวบเอวบางของน้ำตาลเข้ามาประชิด

 

มุมนี้เห็นสระว่ายน้ำชัดดีนะครับ...” หมอกกระซิบข้างหู

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความท้าทาย

ผมอยากรู้จังว่า ถ้าคนข้างล่างเงยหน้าขึ้นมา...

เขาจะเห็น ‘วิว’ ที่สวยเหมือนที่ผมกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ไหม”

 

พูดยังไม่ทันขาดคำ หมอกจับขาข้างหนึ่งของน้ำตาลวางบนโต๊ะ
ก่อนที่จะสอดประสานความเป็นชายเข้าไปในตัวน้ำตาล
เสียงน้ำตาลกรีดร้อง
เพราะทั้งขนาด และลีลาที่หมอกปรนเปรอให้

มันเหนือชั้นกว่าหนุ่มอายุยี่สิบที่หล่อนเคยเจอมา

 

สักพัก

หมอกช้อนร่างของน้ำตาลขึ้นจากพื้นในท่า ลิงอุ้มแตง”

อย่างรวดเร็วและทรงพลัง

เรียวขาสวยของหญิงสาวตวัดรัดเอวสอบของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ

อกอิ่มขาวของน้ำตาลบดเบียดกับอกหนาของหมอกอย่าเร้าอารมณ์

หมอกจงใจเบียดร่างแกร่งเข้าหาเธอจนหน้าอกหนาแนบชิดกับความนุ่มนวลเบื้องหน้า

มือหนาข้างหนึ่งประคองสะโพกมนไว้มั่น

 

ส่วนอีกข้างกดท้ายทอยของเธอให้มารับจูบที่ร้อนแรงและเรียกร้อง

เขาจงใจขยับกายเป็นจังหวะหนักแน่นอยู่ริมผนังกระจกบานใหญ่

ท้าทายทั้งสายตาจากเบื้องล่างและสายตาของใครบางคนที่นั่งอยู่บนโซฟา

 

น้ำตาลครางแผ่วในลำคอ

มือเรียวจิกแน่นลงบนไหล่แกร่งของหมอก

ความเสียวซ่านจากการถูกรุกรานในท่วงท่าที่ไร้การทรงตัว

ผสมกับความตื่นเต้นที่รู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนขอบฟ้าที่ใครก็อาจมองเห็นได้

ทำให้เธอแอ่นกายตอบรับสัมผัสของเขาอย่างลืมตัว

 

ที่โซฟาตัวยาว

เมฆ ยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นที่สลักขึ้นจากความอดทน

แววตาที่สั่นไหวประจานความรู้สึกที่ถาโถมอยู่ภายใน

ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด

เมื่อเห็นน้องชายที่รักที่สุดเริงรักอยู่ริมกระจก

 

ทว่า

 

หมอก ปรายตามองลงไปยังสระว่ายน้ำเบื้องล่าง

เห็นเพียงความว่างเปล่าและผิวน้ำที่นิ่งสนิท

เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางของเกม

 

หมอกอุ้มแตงพาน้ำตาลมายังโซฟา

ค่อยๆ วางเธอลงตรงกลางระหว่างเมฆกับพงษ์

น้ำตาลที่กำลังเคลิบเคลิ้มพิงกายลงกับพนักโซฟา

สองมือเรียวโน้มศีรษะของชายหนุ่มทั้งสองเข้าหาความอวบอิ่มขาวผ่อง

 

โดยไร้ซึ่งคำพูดใด

ทั้งเมฆและพงษ์ต่างตกอยู่ในภวังค์ ทั้งคู่

เริ่มคลึงเคล้าหยอกเย้ากับความนุ่มนวลนั้นด้วยจังหวะที่สอดประสาน

จนน้ำตาลกรีดร้องแผ่วเบา ร่างกายกระตุกเกร็งสู่ฝั่งฝันเป็นครั้งแรก

ท่ามกลางการบุกรุกจากทั้งสามทิศทาง

 

หมอกรอจังหวะอย่างใจเย็น

ก่อนจะอุ้มน้ำตาลขึ้นอีกครั้งเพื่อสลับที่ให้ตนเองลงไปนั่งแทน

แล้วดึงหญิงสาวลงมานั่งซ้อนทับบนตักกว้าง

เขาซุกไซ้ความเย้ายวนเบื้องหน้าอย่างแสนรักครู่หนึ่ง

ก่อนจะจับร่างของเธอมันกลับ

ให้แผ่นหลังเนียนนุ่มพิงแนบกับอกหนาแกร่งของเขา


พงษ์... นายลงไปดูใกล้ๆ สิ” หมอกกระซิบเสียงพร่า พลางพยักหน้าให้เพื่อนนักบาส

พงษ์ ไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดลอย

ก่อนจะก้มลงมอบสัมผัสอันละเมียดละไมให้กับเนินสวรรค์ของน้ำตาล

และ ความแข็งขึงที่หมอกภูมิใจอย่างบรรจง

 

ในขณะที่ เมฆ ยังคงซุกหน้าอยู่กับทรวงอกอิ่มไม่ยอมห่าง

สายตาคมชำเลืองมองการกระทำของพงษ์

ผ่านม่านอารมณ์ที่พร่าเลือนด้วยความรู้สึกที่เกินจะบรรยาย

ไม่นานนัก

น้ำตาลก็กระตุกเกร็งสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

ร่างกายอ่อนระทวยซบลงในอ้อมกอดของหมอกอย่างคนหมดแรง

 

หมอก... ทำไมนายอึดจัง...”

น้ำตาลครวญครางเสียงสั่นขณะพยายามปรับลมหายใจ

ผมอยากให้คุณตาลมีความสุขมากๆ ไงครับ”

หมอกกระซิบตอบพร้อมรอยยิ้มละมุน

พลางจูบซับเหงื่อที่ข้างขมับของเธออย่างอ่อนโยน

โดยที่มือทั้งสองข้างของเขายังคงประคองและกดศีรษะของพงษ์

ให้ดื่มด่ำกับรสหวานที่ยังฉ่ำเยิ้ม ในขณะที่ความเป็นชายแกร่ง ของเขา

ยังคงฝังรากและเชื่อมประสานอยู่ภายในตัวของน้ำตาล         

น้ำตาลพยุงกายที่อ่อนระทวยลุกขึ้นช้าๆ

แก่นกายแกร่งของหมอก ยังคงฉ่ำวาวไปด้วยร่องรอยแห่งความสุขที่เธอเพิ่งทิ้งไว้

 

ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น

เมื่อ พงษ์ ตัดสินใจละทิ้งทุกความลังเล

เขาโน้มกายลงครอบครองความแข็งขึงนั้นด้วยริมฝีปากอย่างแผ่วเบาแต่ลึกซึ้ง

 

หมอกสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว

เขาเผลอเด้งเอวสวนรับสัมผัสชวนฝันนั้นสองสามครั้ง

ก่อนจะใช้มือหนาประคองศีรษะของเพื่อนรักให้ออกห่างช้าๆ

“แค่นี้พอ...” หมอกบอกพงษ์พร้อมรอยยิ้มบางๆ

 

ทว่าสายตากลับเปรยไปมองที่ เมฆ ราวกับจะหยั่งเชิงความรู้สึกของพี่ชาย

 

เมื่อน้ำตาลเป็นอิสระ

เมฆไม่รอช้าเขาประคองร่างนวลเนียนให้นอนลงกับพื้นหินอ่อน

ก่อนจะเริ่มบทเพลงรักที่เร่าร้อนและดุดัน

ทุกลีลาที่เขากระหน่ำส่งไปเต็มไปด้วยความอัดอั้นที่พรางไว้เนิ่นนาน

จนในที่สุดเขาก็ปลดปล่อยสายธารแห่งความรักเข้าสู่กายเธอ

 

พงษ์ที่รอจังหวะอยู่เข้าแทนที่หมอกในทันที

และเพียงไม่นานเขาก็ทะยานถึงฝั่งฝันตามไปอีกคน

 

หมอกขยับกายเข้ามาพยุงน้ำตาลให้ลุกขึ้นคุกเข่าบนโซฟา

สองมือเรียวเกาะพนักพิงไว้มั่น

 

ก่อนที่เขาจะเริ่มบทสรุปสุดท้ายด้วยการส่งมอบตัวตนที่ร้อนระอุเข้าไปในกายเธออีกครั้ง

คราวนี้มันทั้ง แรง เร็ว และถี่

 

จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานไปกับเสียงครางระงมที่ก้องไปทั่วห้องหรู

เกือบยี่สิบนาทีที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำ

หมอกคำรามเสียงต่ำในลำคอ

พร้อมกระแทกเน้นย้ำอีกห้าหกครั้งสุดท้าย

ก่อนจะกดตัวแนบชิดกับแผ่นหลังของน้ำตาล

ปลดปล่อยทุกหยาดหยดแห่งความปรารถนาเข้าสู่ตัวเธอจนหมดสิ้น

เมื่อเขาถอนกายออกมา

เมฆรีบก้มลงไปซับชิมความหวานฉ่ำที่หลงเหลืออยู่

ราวกับเสียดายในทุกหยดหยาด

น้ำตาลนอนหงายราบไปตามความยาวของโซฟา

ด้วยสภาพที่อ่อนแรง ขาสวยสั่นเทาจนพยุงไว้ไม่ไหว

 

“ตาล... ไม่ไหวแล้ว...” เธอพึมพำเสียงพร่า

 

สามหนุ่มยืนเรียงหันหน้าเข้าหาโซฟาตัวยาว

ต่างคนต่างจัดการกับอารมณ์ที่ยังค้างคาของตัวเอง

ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักลงบนเรือนร่างเปล่าเปลือยของน้ำตาล

ทั่วทั้งใบหน้า ทรวงอก และหน้าท้องขาวผ่อง

ถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยแห่งชัยชนะของชายหนุ่มทั้งสาม

 

หมอกก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูน้ำตาลอย่างอ่อนโยน

“หวังว่าคงพอใจนะครับ... ต้องการพวกผมเมื่อไหร่ เรียกได้เสมอครับ”

น้ำตาลเพียงพยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ

 

ก่อนที่สามหนุ่มจะพากันลากลับทิ้งไว้เพียงความเงียบและกลิ่นอายแห่งความสุขที่ยังอบอวล

หญิงสาวหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา

พิมพ์ข้อความลงในไลน์พร้อมแนบรูปที่แอบถ่ายสามหนุ่มไว้ที่สระว่ายน้ำ

 

ตาลเจอช้างเผือกแล้วค่ะเสี่ย...”

เธอกดส่งข้อความสุดท้าย

ก่อนจะหลับใหลลงด้วยความอ่อนเพลีย

 



บางส่วนจากนิยายอิโรติก  “สลักลาย”
อ่านฉบับเต็มได้ที่

https://www.readawrite.com/a/6ec5dcdf25c0434eeadb9b8d89cc5ae6

 

 

นิยายเรื่องนี้รังสรรค์ขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อตัวละคร อาชีพ สถานที่ และเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นเพียงเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้มีเจตนาลบหลู่ พาดพิง หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น อาจมีเนื้อหา พฤติกรรม หรือคำพูดที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และไม่ควรเลียนแบบพฤติกรรมในเรื่อง

เนื้อหาโดย: Bi Sexjud
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Bi Sexjud's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย Bi Sexjud
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายเปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักทีรายได้คนขับรถไฟจังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศเลขมงคลปฏิทินครอบครัวข่าว3 ประจำเดือนมิถุนายน 2569โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทยข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทยจังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออกรายได้ของพนักงานขับรถเมล์ในประเทศไทยทะเลที่น้ำใสที่สุดในประเทศไทย (ขึ้นชื่อระดับโลก)5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทึ่งทั่วโลก "วัดตะบะญุ" หนึ่งในวิหารที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เมียนมาอาชีพไหนเงินเดือนขึ้นเร็วที่สุดหลังเรียนจบ?หน้าดุแต่ใจละมุน! “เตกูแดงอาร์เจนตินา” สัตว์เลื้อยคลานสุดฉลาด ขี้อ้อนเหมือนสุนัข😯 ชวนมาดูสิ่งมีชีวิตในทะเลลึกที่มีลักษณะคล้ายกับสิ่งมีชีวิตจากภาพยนตร์ไซไฟ จนต้องมาหาคำตอบว่ามันคืออะไร ? 😆กางกฎหมาย “กั๊กที่จอดรถหน้าบ้าน” สรุปถนนส่วนรวมหรือสิทธิ์เจ้าของบ้าน?วิธีต้มมาม่าให้อร่อยขึ้น เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปหอมเหมือนร้านดัง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ถามจริง! ดอกไม้สีสวยๆ กลิ่นหอมๆ นี่มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือมี "ใครบางคน" จงใจดีไซน์มาหลอกมนุษย์?นิยายอิโรติก 25+ "สลักลาย" (ตอนที่ 5 ด้วยรัก)(ตอนที่ 4 กำแพงที่ถูกทำลาย)นิยายอิโรติก 25+ "สลักลาย" (ตอนที่ 2 เกมล่าเหนือโค้งน้ำปิง)
ตั้งกระทู้ใหม่