นิยายอิโรติก 25+ "สลักลาย" (ตอนที่ 5 ด้วยรัก)
ตอนที่ 5 ด้วยรัก
เกือบตีสอง ท่ามกลางความเงียบสงัดของบ้านสวน เสียงโทรศัพท์ของเมฆก็แผดจ้าขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อผู้ที่โทรมา “พ่อ”
เสียงปลายสายไม่ใช่เสียงของปรัชญ์ แต่เป็นเสียงของลุงชัย เพื่อนของพ่อที่เมาอ้อแอ้ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ จับใจความได้เพียงว่าพ่อของเขาเมาหนักจนหมดสภาพแล้ว ให้ไปรับหน่อย
เมฆรีบปลุกหมอกให้ลุกขึ้นมาไปเป็นเพื่อนเพราะสังหรณ์ใจว่าพ่อคงเมาหนักจนดูแลตัวเองไม่ได้ สองพี่น้องรีบขับรถออกไปกลางดึกทันที
เมื่อไปถึงบ้านเพื่อนพ่อ ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นคำว่า "เมาหมดสภาพ" ยังดูน้อยเกินไป ปรัชญ์ ชายวัยสี่สิบห้าปีแต่ยังมีร่างกายแกร่งกำยำระยับไปด้วยมัดกล้ามจากวินัยในการเข้าฟิตเนสสม่ำเสมอ บัดนี้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างหมดสภาพ ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนเพียงไม่กี่คนที่ยังคงล้อมวงดื่มอยู่และมีสภาพไม่ต่างกันนัก กลิ่นเหล้าและกลิ่นอ้วกที่เลอะเปรอะเปื้อนเต็มเสื้อเชิ้ตลายสก็อตของพ่อโชยมาปะทะจมูกของสองพี่น้องจนคลุ้งไปหมด เมฆถึงกับต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกด้วยความวิงเวียน
“สวัสดีครับลุงชัย ผมมารับพ่อกลับบ้านครับ” เมฆทำความเคารพเจ้าของบ้าน หมอกที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำตาม ลุงชัยที่เมามายโบกมือไล่ให้รีบพากลับ
“เออ... มา... มากันแล้วเหรอ” ลุงชัยที่เนื้อตัวแดงก่ำและตาปรือปรอยพยายามโบกมือหยอยๆ พลางส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากในลำคอ
“รับ... รับมันกลับไปที พ่อแกคืนนี้มันคึกจัดชนแก้วไม่พักเลย... นู่นหมดสภาพเป็นหมาเฝ้าบ้านไปละ”
“เดี๋ยวพวกผมจัดการเองครับลุง ลุงเองก็พักผ่อนเถอะครับ” หมอกเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะสบตากับเมฆเป็นสัญญาณรู้กัน
ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่และแข็งแรงกว่าใครในบ้าน หมอกซึ่งสูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนเซนติเมตรและมีช่วงไหล่ที่กว้างแกร่ง จึงรับหน้าที่ก้าวเข้าไปหิ้วปีกพยุงปรัชญ์ขึ้นมาจากม้าหินอ่อน ร่างหนาใหญ่ของคนเป็นพ่อที่เคยตั้งตรงอย่างสง่างาม บัดนี้อ่อนปวกเปียกและหนักอึ้งราวกับท่อนซุง เมฆรีบถลันเข้าไปช่วยประคองโอบเอวหนาของพ่อไว้จากอีกฝั่งทันที
กลิ่นเหล้าเบียร์ และคราบสกปรกที่เหนียวเหนอะหนะบนเสื้อเชิ้ตลายสก็อตตัวเก่งของพ่อ บดเบียดเข้ากับแผ่นอกและเนื้อตัวของสองพี่น้องจนส่งกลิ่นคละคลุ้ง แต่ในเวลานี้ไม่มีใครสนใจความสกปรก สองหนุ่มขบกรามแน่น ออกแรงพยุงร่างแกร่งกำยำของบิดาเดินโซเซออกจากลานบ้านสวนของลุงชัย มุ่งหน้าตรงไปยังรถกระบะสี่ประตูที่จอดสตาร์ทเครื่องรออยู่ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล
ร่างของพ่อหนักอึ้งและเต็มไปด้วยคราบสกปรก หมอกตัดสินใจถอดเสื้อที่เลอะอ้วกของพ่อออก แล้วทิ้งลงที่กระบะท้ายรถ โชว์ให้เห็นผิวขาวของพ่อที่ตัดกับไรขนอ่อนสีเข้มพาดผ่านลงไปถึงหน้าท้องแบนราบที่เป็นมัดกล้ามแน่นหนาตามประสาชายวัยกลางคน ทว่าดูแลตัวเองเป็นเลิศ ก่อนจะถอดเสื้อยืดสีดำของตัวเองออกมาและใช้ผ้าชุบน้ำดื่มขวดใหญ่เทจนชุ่มเพื่อเช็ดหน้าและคราบอ้วกตามตัวพ่อคร่าวๆ
แสงไฟท้ายรถสีแดงสลัวส่องกระทบให้เห็นแผ่นอกและมัดกล้ามของสองพ่อลูกที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันมาเกือบทั้งหมด เมฆที่ยืนถือขวดน้ำอยู่ข้างๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว สายตาจดจ่ออยู่กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคแน่นหนาของพ่อ ลากยาวลงไปจนหายลับเข้าไปในขอบกางเกงยีนส์
“พี่เมฆไปคอยนั่งดูพ่อ เดี๋ยวหมอกขับเอง” หมอกสั่งการเสียงเข้ม ขณะพยุงร่างที่เปลือยท่อนบนและไร้สติของพ่อขึ้นไปนอนที่เบาะหลังที่ไร้สติของพ่อขึ้นไปนอนที่เบาะหลัง
ตลอดทางกลับบ้าน เมฆต้องคอยใช้เสื้อของหมอกเช็ดคราบสกปรกตามตัวพ่อพลางพึมพำด้วยความเป็นห่วง “โหพ่อ เมาเละอะไรขนาดนี้เนี่ย”
สัมผัสจากเนื้อตัวที่ร้อนผ่าวของปรัชญ์บวกกับกลิ่นกายชายฉกรรจ์ที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นเหล้าเบียร์ กลับทำให้หัวใจของเมฆเต้นระทึกผิดจังหวะในความมืด
ความโกลาหลยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เมื่อรถเข้าจอดที่บ้านและหมอกกำลังพยุงพ่อเข้าบ้าน ปรัชญ์ก็อ้วกพุ่งออกมาอีกระลอกใหญ่จนเปื้อนไปถึงตัวหมอกที่เปลือยท่อนบนอยู่
“เอาไงดีพี่ หมอกว่าให้พ่อนอนอย่างนี้ไม่ดีแน่” หมอกเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“พี่ว่าล้างตัวให้พ่อก่อนนอนดีกว่า” เมฆเสนอทางออกที่เห็นสมควร
“ดีเหมือนกัน ตัวหมอกก็มีแต่กลิ่นอ้วกของพ่อ” หมอกตอบรับ สองพี่น้องช่วยกันประคองร่างที่ไร้สติของพ่อเข้าไปในห้องน้ำ กลิ่นอายความอับชื้นและความร้อนรุ่มเริ่มปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ นั้นอีกครั้ง
สองพี่น้องช่วยกันปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของพ่อ จนร่างกายแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอเปลือยเปล่าลง ก่อนจะจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดสิ้นเช่นกันเพื่อความสะดวกในการอาบน้ำให้พ่อ
หมอกพยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกของพ่อให้ลงไปนั่งพิงผนังห้องน้ำอย่างระมัดระวัง แต่ด้วยความที่ปรัชญ์ไร้สติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิง ร่างหนาใหญ่จึงทำท่าจะเอียงล้มพับลงมาทุกเมื่อ หมอกจึงตัดสินใจนั่งลงข้างๆ บนพื้นห้องน้ำ คอยใช้ท่อนแขนและแผงอกหนาของตัวเองโอบประคองแผ่นหลังและลาดไหล่ของพ่อเอาไว้ เพื่อยึดไม่ให้ร่างของพ่อล้มลงไปนอนกับพื้น
ในขณะที่เมฆเริ่มปฏิบัติหน้าที่โดยการเปิดฝักบัว รดสายน้ำเย็นฉ่ำลงบนลาดไหล่หนาของพ่อ สายน้ำเย็นจัดชวนให้เนื้อตัวสั่นสะท้าน ละอองน้ำพวยพุ่งกระจายไปทั่วห้องน้ำสี่เหลี่ยมแคบๆ รดรินผ่านเรือนร่างเปลือยเปล่าของสามคนพ่อลูกจนผิวเนื้อขึ้นเงาวาว เมฆบอกให้หมอกช่วยขยับท่าทางเล็กน้อยเพื่อให้ตนเองชโลมสบู่เหลวและล้างคราบสกปรกได้ถนัดมือมากขึ้น
เมฆบรรจงลูบไล้ฟองสบู่ไปตามร่างกายที่สมบูรณ์แบบของพ่ออย่างแผ่วเบาและพิถีพิถัน ฝ่ามือเนียนลากผ่านแผงอกหนาแน่นและลอนกล้ามท้องของบิดาที่สะท้านขึ้นน้อยๆ ตามสัญชาตญาณเมื่อโดนน้ำเย็น
“ล้างตรงนั้นด้วยพี่” หมอกเอ่ยเตือนจากด้านข้าง ขณะที่แขนยังคงโอบประคองไหล่ของพ่อไว้แน่น สายตาจ้องมองมือของพี่ชายที่พยายามเลี่ยงจุดสำคัญ
“ต้องด้วยเหรอหมอก” เมฆถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจและมีความประหม่าฉายชัดในแววตา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“เหมือนเราอาบน้ำไงพี่ ขนาดนี้แล้วไม่ต้องกลัวพ่ออายหรอก พ่อเมาไม่รู้เรื่องขนาดนี้” หมอกสำทับเพื่อให้พี่ชายคลายความกังวล
เมื่อเมฆทำความสะอาดทุกสัดส่วนของพ่อจนทั่วถึงแล้ว เขาจึงรวบรวมความกล้ามาทำความสะอาดส่วนลับให้พ่อเป็นสิ่งสุดท้าย ความเย็นของสายน้ำและความนุ่มนวลจากมือของเมฆที่ลูบไล้ไปตามตัวพ่อ กลับกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ความเป็นชายของพ่อแข็งขึงชูชันขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึงท่ามกลางความตกใจของลูกชายทั้งสอง
“โห... ของพ่อนี่พอๆ กับของหมอกเลย” เมฆเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างมองสิ่งตรงหน้าที่ตั้งตระหง่านอยู่
“หมอกว่าของหมอกใหญ่กว่านะ ไม่เชื่อพี่เมฆลองจับเทียบดูสิ” หมอกพูดท้าทายด้วยความทะลึ่งทะเล้นตามนิสัย โดยไม่ละมือจากการประคองร่างของพ่อ เสียงคราง "อืออ..." แผ่วเบาจากลำคอของปรัชญ์ทำให้เมฆถึงกับชะงักมือ และจ้องมองใบหน้าของพ่อด้วยความตกใจ
“จัดการเลยพี่ พ่อจะได้สบายตัว” หมอกคะยั้นคะยอเมื่อเห็นพี่ชายทำท่าจะถอดใจ
“พี่ไม่กล้า...” เมฆตอบเสียงสั่น พยายามจะชักมือกลับ
“มา... หมอกจัดการเอง กลัวอะไร พ่อเมาขนาดนี้”
หมอกที่นั่งประคองอยู่ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น แขนข้างหนึ่งยังคงประคองพ่อไว้ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปจัดการรีดเร้นความปรารถนาที่คั่งค้างให้พ่ออย่างช่ำชอง มือหนาขยับเป็นจังหวะที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น จนในที่สุดน้ำรักของพ่อก็พุ่งทะลักออกมาจนเต็มมือของหมอก ทว่าความพิเรนทร์ของหมอกยังไม่สิ้นสุด เขายื่นมือที่เปื้อนคราบน้ำรักนั้นไปจ่อที่ริมฝีปากของพี่ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“พี่เมฆชิมหน่อย... ว่าของพ่อกับของหมอก ของใครอร่อยกว่ากัน”
“ทะลึ่ง!” เมฆดุน้องชายตัวแสบ แต่กลับทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับคำพูดด้วยการแลบลิ้นออกไปเลียคราบน้ำบนมือของหมอกช้าๆ รับรสชาติอุ่นคาวหวานเข้าสู่โพรงปาก “พี่ว่า... ของหมอกหวานกว่า”
เมฆสรุปความเห็นหลังจากเปรียบเทียบรสชาติที่เคยสัมผัสมาเมื่อตอนสาย หมอกจึงลองเอามือแตะที่ลิ้นตัวเองบ้างชิมดู “จริงด้วย ของหมอกหวานกว่าจริงๆ” เขาหัวเราะร่าอย่างพอใจ
ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันเปิดน้ำไล่ฟองสบู่และทำความสะอาดร่างกายให้พ่ออีกครั้ง โดยที่สองพี่น้องไม่รู้เลยว่า ปรัชญ์เริ่มรู้สึกตัวและได้สติ ตั้งแต่สัมผัสความเย็นของน้ำจากฝักบัวในตอนแรก และได้ฟังบทสนทนาอันแสนเปิดเผยทั้งหมดของสองพี่น้องโดยตลอด ความจริงทั้งหมดถูกรับรู้โดยคนเป็นพ่อที่ยังคงแกล้งหลับตานิ่งและปล่อยให้ลูกๆ ประคองอาบน้ำ และรูดรั้งแก่นกายอันแข็งขึงของเขาจนกระทั่งเขาปลดปล่อยหยาดน้ำรักออกมา
เมื่อเสร็จเรียบร้อย หมอกรับหน้าที่พยุงร่างของพ่อออกจากห้องน้ำไปนอนพักที่โซฟาตัวยาว ส่วนเมฆรีบจัดการเช็ดผมและเช็ดตัวให้พ่อจนแห้งสนิท ก่อนจะสวมกางเกงขาสั้นให้เพื่อความสบายตัว
“พี่ว่าคืนนี้เราไม่น่าปล่อยพ่อนอนคนเดียวนะ เผื่อพ่อลุกมาอ้วกหรือลุกมาฉี่ จะได้มีคนคอยพยุง” เมฆเสนอด้วยความเป็นห่วง
“งั้นคืนนี้เรานอนห้องพ่อด้วยกัน”
หมอกตัดสินใจพาร่างของพ่อขึ้นไปบนเตียงกว้าง ก่อนที่สองพี่น้องจะจัดแจงแทรกกายลงนอนขนาบข้างคนเป็นพ่อไว้ ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสฟูก หมอกก็ขยับกายเข้าหาความอบอุ่นที่คุ้นเคยอย่างเป็นธรรมชาติด้วยนิสัยขี้อ้อนที่สั่งสมมาตั้งแต่เด็ก เขาพลิกตัวนอนตะแคงข้าง สอดแขนเข้าไปใต้ร่างของพ่อพลางพาดฝ่ามือลงบนแผ่นอกกว้าง ลูบไล้แผ่วเบาราวกับต้องการยึดเหนี่ยวแหล่งพลังงานนี้ไว้ไม่ให้ห่างหาย
ใบหน้าของหมอกซุกอยู่กับไหล่หนา กลิ่นสบู่อ่อนๆ ของพ่อโชยเข้าจมูก ชวนให้ความรู้สึกปลอดภัยทว่ารัญจวนใจอย่างบอกไม่ถูก ขาแกร่งของเขายกขึ้นเกยทับบนท่อนขาของคนเป็นพ่อ สัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อและผิวเนื้อที่แนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้สอดผ่าน หมอกขยับซุกไซ้หาองศาที่ลงตัวที่สุดแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยใจให้จมดิ่งสู่ห้วงนิทรา
ท่ามกลางความเงียบสงัดและแสงดาวที่ริบหรี่ภายนอกหน้าต่าง ปรัชญ์ซึ่งรู้สึกตัวและได้สติเต็มตื่นอยู่ตลอดเวลา ทำได้เพียงนอนนิ่ง ทั่วทั้งสรรพางค์กายของคนเป็นพ่อรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากเรือนร่างหนุ่มแน่นของลูกชายคนเล็กที่เบียดเสียดเข้ามา โดยเฉพาะสัมผัสอ้อนออดจากคนข้างกายที่กำลังปลุกเร้ากระแสความตื่นตัวให้ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง
ในห้องนอนมีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่พยายามปรับให้สม่ำเสมอ ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความลับและความปรารถนาอันซับซ้อนของครอบครัวนี้ยังคงดำเนินต่อไปเงียบๆ ทว่าภายใต้ความนิ่งสงบนั้น หัวใจของคนที่แกล้งหลับกลับเต้นรัวแรงด้วยไฟอารมณ์ที่ยากจะดับลง
*********************************************
บางส่วนจากนิยายอิโรติก “สลักลาย”
อ่านฉบับเต็มได้ที่
https://www.readawrite.com/a/6ec5dcdf25c0434eeadb9b8d89cc5ae6
- สำหรับผู้อ่านมีอายุมากกว่า 25 ปี
- มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ มีฉากที่แสดงออกถึงความปรารถนาทางเพศอย่างชัดเจน
- ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
นิยายเรื่องนี้รังสรรค์ขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อตัวละคร อาชีพ สถานที่ และเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นเพียงเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้มีเจตนาลบหลู่ พาดพิง หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น อาจมีเนื้อหา พฤติกรรม หรือคำพูดที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และไม่ควรเลียนแบบพฤติกรรมในเรื่อง
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
รายได้คนขับรถไฟ
5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทย
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เลขมงคลปฏิทินครอบครัวข่าว3 ประจำเดือนมิถุนายน 2569
เปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักที
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
ทะเลที่น้ำใสที่สุดในประเทศไทย (ขึ้นชื่อระดับโลก)
หน้าดุแต่ใจละมุน! “เตกูแดงอาร์เจนตินา” สัตว์เลื้อยคลานสุดฉลาด ขี้อ้อนเหมือนสุนัข
จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ
ทึ่งทั่วโลก "วัดตะบะญุ" หนึ่งในวิหารที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เมียนมา
อาชีพไหนเงินเดือนขึ้นเร็วที่สุดหลังเรียนจบ?
หน้าดุแต่ใจละมุน! “เตกูแดงอาร์เจนตินา” สัตว์เลื้อยคลานสุดฉลาด ขี้อ้อนเหมือนสุนัข
😯 ชวนมาดูสิ่งมีชีวิตในทะเลลึกที่มีลักษณะคล้ายกับสิ่งมีชีวิตจากภาพยนตร์ไซไฟ จนต้องมาหาคำตอบว่ามันคืออะไร ? 😆
กางกฎหมาย “กั๊กที่จอดรถหน้าบ้าน” สรุปถนนส่วนรวมหรือสิทธิ์เจ้าของบ้าน?
วิธีต้มมาม่าให้อร่อยขึ้น เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปหอมเหมือนร้านดัง



